ผ้าไหมเมืองเมียนมาร์

เส้นไหมใยฝ้าย

"เมียนมาร์" หมายถึง ประเทศพม่าหรือชื่อเต็มๆว่า "สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า" มีประชากรเชื้อชาติต่างๆ หลายเผ่า แม้เคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ แต่วัฒนธรรมทางด้านศิลปะ ศาสนา และเครื่องแต่งกายก็ยังมิได้เปลี่ยนแปลงไป เครื่องแต่งกายชาวพม่าทั้งหญิงและชายนิยมนุ่งโสร่ง ที่เรียกว่า "ลองยี" (Longeje) ซึ่งมีทั้งผ้าฝ้ายและไหมสีสด ของผู้หญิงมีลายเชิงด้านล่าง และมีลวดลายเล็กๆ กระจายทั่วผืนผ้า ลวดลายของแต่ละท้องถิ่นจะต่างกัน ผ้าที่ทอมาจากเมืองอมรปุระเป็นลวดลายดอกไม้ เครือไม้ หรือเป็นดอกเป็นลายตามขวาง ไม่นิยมใช้เข็มขัด สวมเสื้อ ตัวสั้น คอกลม ผ่าอกติดกระดุม5 เม็ด แขนกระบอกยาวจรดข้อมือ บางครั้งเป็นแขนสั้น เลยไหล่ลงมาเล็กน้อย ผ้าตัดเสื้อนิยมใช้ผ้าเนื้อบาง สีสด เช่น ผ้ามัสลิน ผ้าป่าน หรือผ้าไนลอน สะพายย่ามซึ่งเป็นผ้าไหมสีสวยสดทอมาจากรัฐฉาน ทรงผม โดยทั่วไปไว้ผมยาวเกล้าสูง บางทีก็ปล่อยชายห้อยลงมาไว้ทางซ้ายบ้างขวางบ้างมีดอกไม้แซมผม เครื่องประดับ นิยมหิน และพลอยที่มีค่าเช่น ทับทิม นิล และหยก

เครื่องแต่งกายชายนั้น นุ่งโสร่งเช่นเดียวกับหญิงแต่สีไม่ฉูดฉาด เป็นลายตาราง โตบ้าง เล็กบ้างหรือเป็นลายทางยาวบ้าง โดยทั่วไปใส่เสื้อขาว เมื่อมีพิธีจะสวมเสื้อคล้ายเสื้อจีนแขนยาว ถึงข้อมือ แบบหนึ่ง เรียกว่า "กุยตั๋ง" เป็นเสื้อชายสั้นๆ ติดกระดุมถักแบบจีนป้ายข้าง อีกแบบเรียกว่า "กุยเฮง" ตัวยาวถึงสะโพก และติดกระดุมตั้งแต่คอตรงมาจรดชายเสื้อใช้สีสุภาพ เช่น ขาวดำ หรือนวล ถ้าอากาศหนาวจะสวมเสื้อกั๊กสักหลาดทับอีกชั้นหนึ่ง ผู้ชายนิยมตัดผมสั้นไม่นิยมสวมหมวก หรือโพกศีรษะตามประเพณีเดิม เมื่อมีพิธีจะมีผ้าหรือแพรโพกศีรษะทำเป็นกระจุกปล่อยชายทิ้ง ไว้ทางด้านขวา นิยมใช้สีชมพู สวมรองเท้าคีบรองเท้าแตะทั้งหญิงชาย แต่ของหญิงจะเป็นสี มีลวดลายเป็นดอกดวง ปักด้วยลูกปัด หรือดิ้นเงินดิ้นทอง และสวมรองเท้าหุ้มส้นเมื่อมีพิธี

ชาวพม่า นิยมผลิตผ้าทอมือ แต่จะมีชาวเผ่าหนึ่งคือ พวก Yabeins แปลว่า ผู้ปลูกไหม ได้ทอผ้าไหมที่มีลวดลายวิจิตรบรรจง เรียกว่า "ผ้าตาหมากรุก" Check นิยมทำกระโปรงแต่งงาน และเครื่องแต่งกายในพิธี ผ้าชนิดนี้จะมีเนื้อแน่น แข็งมาก ก่อนใช้ต้องนำไปแช่น้ำ และทุบเสียก่อน เพื่อให้ผ้าเนื้อนิ่ม สีสวย ทนทาน นิยมใช้เป็น "ลองยี" ของสตรี สำหรับผ้า "Bangkok Lungis" เป็นที่นิยมของสตรีพม่ามาก ช่างทอชาวพม่าได้ประยุกต์มาจากผ้าซิ่นผ้าไหมของชาวบางกอก ซึ่งทอด้วยเส้นไหมควบ นิยมสีอมเทา สีเหลืองอำพัน และสีเขียวทึมๆ ลักษณะของไหมพม่าไม่อ่อนนุ่ม เหมือนผ้าไหมจากประเทศจีน แต่จะมีลักษณะสัมผัสคล้ายกับผ้าไหมไทย เพียงแต่จะมีน้ำหนักมากกว่า คุณค่าของเส้นไหมจะแตกต่างกันตามอายุของผ้า

เมื่อเทียบกับเส้นใยธรรมชาติอื่นๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นในอุตสาหกรรมสิ่งทอแล้ว เส้นไหมเป็นเส้นใยธรรมชาติที่มีความเหนียว น้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่น เวลาสวมใส่รู้สึกอบอุ่น ความแวววาวของเส้นไหมที่มีอายุยืนยาว และคงทน ประกอบกับความสง่างามของผ้าไหม ทำให้ทุกประเทศในแถบเอเชียถือว่าผ้าไหมเป็นราชินีของผ้าเลยทีเดียว