"ฉันรักที่จะเป็นแม่มากที่สุด"

"ฉันรักที่จะเป็นแม่มากที่สุด"

เมื่อครั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ๒๕๐๓ เริ่มต้นที่มลรัฐฮาวาย พระองค์ทรงกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "ฉันรักที่จะเป็นแม่มากที่สุด" ในหนังสือชีวประวัติเล่มใหญ่ "บันทึก เป็น อยู่ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบในปี ๒๕๓๕ ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ได้ประพันธ์ไว้ตอนหนึ่งว่า

" ไม่ทรงบกพร่องหน้าที่แม่ศรีเรือน ในความเป็นแม่และแม่บ้าน ทรงปฏิบัติพระองค์เยี่ยงสามัญชนที่รักลูก รักบ้านทั้งหลาย ทูลกระหม่อมทุกพระองค์ได้เสวยพระกษีรธารา อันเป็นความผูกพันความรักที่ไม่มีวันตัดขาด ทรงอบรมสั่งสอนให้ความอบอุ่นอย่างใกล้ชิดทุกเวลาที่ทรงมีโอกาส บางครั้งก่อนบรรทม (อย่างที่ชาวบ้านเรียกว่า กกลูก) จะทรงเล่านิทานและทรงอ่านสิ่งที่เด็กควรรู้แทรกไปด้วย จะพระราชทานรางวัลถ้าทูลกระหม่อมทรงทำดี เช่น ทรงท่องคำแปลภาษาต่างๆ ได้ และจะทรงทำโทษ ถ้าทรงทำผิด วิธีนี้ทรงปฏิบัติเมื่อทูลกระหม่อมทุกพระองค์ยังทรงพระเยาว์ แต่เมื่อเจริญพระชันษาแล้ว การอบรมก็เปลี่ยนไป คือ จะทรงตักเตือน"

สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงดูแลเอาใจใส่ในเรื่องส่วนพระองค์ของสมเด็จเจ้าฟ้าฯแต่ละพระองค์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการศึกษาเล่าเรียนและการพักผ่อน การออกกำลังกาย ดังตัวอย่างที่เสด็จฯไปประเทศออสเตรเลีย เป็นการส่วนพระองค์ในพระฐานะของ "แม่ของนักเรียนนายร้อยดันทรูน คราวน์พริ้นช์วชิราลงกรณ์" (สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาวิชานายทหารจากวิทยาลัยทหารดันทรูนในกรุงแคนเบอร่า ทรงร่วมในพิธีรับกระบี่และทรงลีลาศในงานฉลองของนักเรียนนายร้อยที่สำเร็จการศึกษา เป็นที่ประทับใจอย่างยิ่ง

ต่อมาในปี ๒๕๒๓ เมื่อสมเด็จพระราชโอรสเสด็จฯไปทรงศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา พระองค์ ต้องไปทดสอบความแข็งแกร่งด้วยการกระโดดร่มที่สนามบินคีย์เวสต์ มลรัฐฟลอริด้า สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ก็ทรงร่วมเสด็จฯไปในเครื่องบินที่เหล่านายทหารอเมริกันและต่างชาติเตรียมกระโดดร่ม... "ก่อนกระโดด สมเด็จแม่ได้ทรงพระดำเนินเข้าไปหา ทรงตบพระพาหาเบาๆ รับสั่งเบาๆ คงจะรับสั่งว่า

​ 'โชคดีปลอดภัยนะจ๊ะ'"