"สมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา" ผู้ว่าฯ นักพัฒนาเมืองเลย

บุคคลสนทนา
ช่างภาพ: 

"ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน" คำกล่าวนี้ยังคงความเป็นจริงมาทุกยุคสมัย ไม่ว่าจะทำงานอยู่ในแวดวงใด ตำแหน่งใด ย่อมต้องใช้ "ผลงาน" เป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือ และเป็นเครื่องมือในการวัดระดับ "คุณค่า" ของคนคนนั้น ดังเช่นผลงานมากมายที่ สมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้สร้างสมไว้ตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการ ท่านเป็นชาวจังหวัดบุรีรัมย์ นับจากวันเกิดที่ 21 มกราคม 2498 ท่านอายุ 56 ปี การศึกษาปริญญาตรี ศศ.บ. (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปริญญาโท พบ.ม. (รัฐประศาสนศาสตร์) สถาบันบัณฑิตบริหารศาสตร์ ท่านเคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดที่ 77 ของเมืองไทย ก่อนจะย้ายมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ในปี 2554 จนถึงปัจจุบัน

ด้วยความตั้งใจจริงในการทำงาน และมีอุดมการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกท้องถิ่นที่ไปรับตำแหน่ง ทำให้ท่านผู้ว่าฯสมพงศ์ มี "ผลงาน" ได้รับรางวัลดีเด่นมากมาย ทุกรางวัลล้วนแสดงถึงความอดทนบากบั่น ขยันทำงาน อาทิ ปี 2540ได้รับโล่ "บุคคลดีเด่น" ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรางวัล "แหวนทองคำ นายอำเภอดีเด่นด้านสาธารณสุข" จากจังหวัดสุรินทร์ ต่อมาในปี 2543ได้รับสองรางวัล คือ "นายอำเภอแหวนเพชร" และได้รับพระราชทาน "เสาเสมาธรรมจักร" ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ปี 2546รางวัล "นายอำเภอของประชาชน" จังหวัดอุตรดิตถ์ ในปี 2547 ได้รับอีกสองรางวัล คือ "ครุฑทองคำ" ข้าราชการพลเรือนดีเด่น และ "ประกาศเกียรติบัตร" จากสมเด็จพระสังฆราช ฐานะบำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ล่าสุดสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกาศเกียรติคุณนักศึกษาเก่าดีเด่น ประจำปี 2554 จำนวน 13 คน ชื่อ สมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ก็ปรากฏเป็นหนึ่งในนั้นโดยได้รับในสาขาบริหารราชการ

ในโอกาสที่นิตยสารหญิงไทยได้เข้าพบท่าน ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ท่านผู้ว่าฯ และ คุณสุดสายใจ ภริยาของท่านซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเลย ให้การต้อนรับทีมงานอย่างอบอุ่น ท่านผู้ว่าฯ พูดคุยถึงการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย ซึ่งเพิ่งจะผ่านพ้นงานประเพณีผีตาโขนไปหมาดๆว่า

"...เลยเป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่น ด้านการท่องเที่ยว คำขวัญของจังหวัดเลย คือ เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู วิสัยทัศน์คือจังหวัดเลยเป็นเมืองแห่งความน่าอยู่ น่าท่องเที่ยว และเมืองแห่งการลงทุนภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืน เมื่อนำวิสัยทัศน์ประกอบกับคำขวัญแสดงให้รู้ว่าธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัดเลยมีมากมาย วัฒนธรรม ประเพณีที่โดดเด่น เช่น การละเล่นผีตาโขน ความยึดมั่นศรัทธาในพระธาตุศรีสองรัก พระธาตุแห่งสัจจะและไมตรี ดอกไม้งามของอำเภอภูเรือ เมืองไม้หนาวตลอดปี ทางด้านตะวันออกของเลยก็มีเมืองเชียงคาน เมืองโบราณร้อยปี เมืองที่รักษาวิถีวัฒนธรรมริมแม่น้ำโขงเหมือนหลวงพระบางในอดีต ทุกวันนี้คนเดินทางมาเชียงคานก็เหมือนกำลังเดินทางย้อนอดีต รวมถึงด้านอำเภอท่าลี่ ที่สามารถข้ามไปเมืองหลวงพระบางของประเทศลาวได้ ทางใต้ของจังหวัดยิ่งมีความโดดเด่น คือ มิราเคิล ออฟ ไทยแลนด์ ภูกระดึง สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและมหัศจรรย์ของไทย ผู้คนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เดินทางมาที่ภูกระดึงเพื่อสัมผัสบรรยากาศที่ดีที่สุด แห่งหนึ่งของประเทศไทย...

...ประกอบกับเรามีชนเผ่า ทั้งชาวไทยภูเขา ชาวไทดำ มีชาวเวียดนาม ชาวลาวเข้ามาอาศัยอยู่ ชนแต่ละกลุ่มต่างรักษาความแข็งแรงของวัฒนธรรมไว้ มีหลายชาติพันธุ์ มีความผสมผสานกลมกลืนและสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ประชาชนในเมืองเลยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายและมีความสุข แม้เมืองเลยเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ชายขอบของประเทศ แต่ด้วยคุณสมบัติทางการท่องเที่ยวครบถ้วน ไม่ว่าภูเขาสูง อากาศเย็นสบายตลอดปี ทิวทัศน์ริมลำน้ำที่น่ารื่นรมย์ ทำให้ผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวเมืองเลย ต้อง 'ตั้งใจ' มา ไม่ใช่มาแค่ผ่าน 'เลย' แต่มาแล้วมักจะหลงรัก 'เลย' ...

...นอกจากนี้เมืองเลยยังมีพระสุปฏิปันโน ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหลายองค์ ที่เป็นศูนย์กลางแห่งความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชน อาทิ หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ท่านเป็นชาวจังหวัดเลย หลวงปู่คำดี วัดถ้ำผาปู่ ต.นาอ้อ หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าโคกมน อ.วังสะพุง หลวงปู่ท่อน วัดศรีอภัยวัน อ.เมือง หลวงปู่ขันตี ญาณวโร วัดป่าม่วงไข่ ต.สานตม อ.ภูเรือ และหลวงปู่ศรีจันทร์ วัณณาโภ วัดศรีสุทธาวาส อ.เมือง..."

การจะทำให้เมืองใดเมืองหนึ่งเป็นเมืองที่น่าอยู่ เมืองแห่งการท่องเที่ยว และเมืองแห่งการลงทุนภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงขอเคล็ดลับการทำงานจากท่านผู้ว่าฯ เพราะแอบสังเกตเห็นว่าท่านสนุกสนานกับการทำงานที่ไหลมาหาท่านมากมายในแต่ละวันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ท่านบอกเราว่า...

"...การทำงานของพวกเรา เป็นการทำงานแบบรวมจิตรวมใจกัน มองเป้าหมายของพื้นที่ สร้างความเข้าใจร่วมกัน ร่วมเดินทางสู่เป้าหมายเดียวกัน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งไม่ใช่ความสำเร็จของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความสำเร็จของการทำงานร่วมกัน ความสมัครสมาน สามัคคีกัน ผมอาจโชคดีที่ไปอยู่ในที่ใดก็ดีจะมีทีมที่ดีช่วยในการจัดงาน นั่นเป็นสิ่งสำคัญว่าเมื่อเรามีทีมงานที่ดีแล้ว เป้าหมายที่สำคัญเราจะบรรลุได้ในระดับหนึ่ง การสร้างทีม่ คือทุกอย่างที่จะทำต้องอธิบายได้ด้วยความเป็นเรา เป้าหมายนั้นต้องเดินไปเพื่อเรา ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าถามว่าทีมเราทำงานเพื่อความสุขของใครก็ต้องตอบว่าเพื่อประชาชนในพื้นที่ ถ้าเราเดินไปในทางที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือทำเพื่อความสุขของประชาชนในจังหวัดนี้ ในแผ่นดินนี้ เมื่อใดที่งานสำเร็จลุล่วงไปนั่นแสดงว่าเราทุกคนได้ผลรางวัลนั้นร่วมกัน...

...ขณะนี้ประชาชนยังขาดความรู้ ยังขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ ทำให้ยังมีความยากจนอยู่มาก และที่สำคัญยังขาดองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพตัวเอง เป็นเรื่องที่เราต้องระดมกำลังกันทุกภาคส่วน ช่วยกันดูแลแก้ไขต่อไป เราจะเห็นว่าในปัจจุบัน เรามีผู้สูงอายุมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าคนเรามีอายุยืนขึ้น แม้จะมีการแพทย์ที่ดี แต่หลายคนก็ยังไม่ค่อยรู้วิธีในการดูแลตัวเองเบื้องต้น ปล่อยให้เป็นโรคแล้วไปรักษา สู้ให้เรามีการดูแลสุขภาพให้ดีดีกว่า ไปตามรักษาภายหลัง ทำให้เสียเงินมากมาย เสียเวลา เสียโอกาสในการงาน นี่ก็เป็นปัญหาที่เราต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำต่อไป...

...เรื่องที่สำคัญมากอีกเรื่องคือการเตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมที่กำลังจะก่อให้เกิดปัญหาขึ้นในครอบครัว เช่น ในเรื่องของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน พ่อแม่ผู้ปกครองคงต้องปรับการเลี้ยงดู ต้องดูแลลูกหลานใกล้ชิดขึ้น เพราะการดูแลเด็กที่มีเทคโนโลยีต่างๆ มีโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค คงจะใช้วิธีการเหมือนสมัยก่อนไม่ได้ เพราะสมัยก่อนสิ่งยั่วยุยังไม่มากเหมือนสมัยนี้ ทันทีที่เด็กออกจากบ้านปัญหาที่ทำให้เด็กๆหลงผิดมันมีมากขึ้นกว่าเดิม พ่อแม่อาจไม่ทันระวัง พ่อแม่ก็มุ่งแต่ช่วยกันทำมาหากินเพราะรายได้ไม่มาก เราจึงต้องช่วยกันดูแลเยาวชนและสังคมที่เขาอยู่ อย่างเช่น ต้องมีการแข่งขันกีฬาเข้าไป เพื่อให้เด็กๆได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์...

...พวกเราเป็นราชการเราคงต้องมารวมใจกันทุกๆฝ่าย ทำให้คนในจังหวัดนี้เกิดความสุขในระยะยาว วันที่ผมมาอยู่ที่นี่ ก็ได้รับถ้อยคำที่เขามอบให้ ซึ่งถือเป็นสโลแกนร่วมกันว่า 'ร้อยรวมใจ มอบให้เลย' เป็นคำที่มีควมหมายว่า เราอาจมาอยู่จังหวัดเลยด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน บางท่านมาด้วยคำสั่งให้ย้ายมารับราชการ บางท่านย้ายตามสามี ย้ายตามภริยา หรือย้ายที่ทำกินมา บางคนก็ย้ายมาเรียนหนังสือ แต่ไม่ว่าท่านจะมาด้วยวัตถุประสงค์ใดๆ ผมบอกได้เลยว่าเมืองเลยมีเสน่ห์ มาอยู่แล้วจะ 'รักเลย' ครับ เมื่อเรามาอยู่ที่นี่แล้วเราเอาใจมาร้อยรวมกัน ทำเพื่อจังหวัดเลยของเรา ตรงกับคำที่ว่า 'ร้อยรวมใจ มอบให้เลย' ..."

แม้ภาระหน้าที่ของ "พ่อเมือง" จะมากมายแต่ท่านก็บริหารจัดการทุกงานจนสำเร็จได้ด้วยดีเฉกเช่นเดียวกับภาระหน้าที่ของ "พ่อบ้าน" ที่ท่านปฏิบัติหน้าที่นี้ได้อย่างดีเยี่ยม คอยดูแลทุกข์สุขสมาชิกในครอบครัว (คุณสุดสายใจ อรุณโรจน์ปัญญา นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ภริยาของท่าน และบุตรทั้งสอง คือ นางสาวฟ้าสินี อรุณโรจน์ปัญญา กำลังศึกษาอยู่คณะแพทย์ปีที่5ของมหาวิทยาลัยนเรศวร และ นายเฟื่องพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา กำลังเรียนอยู่มัธยมศีกษาตอนปลาย) ท่านให้เคล็ดลับการครองเรือนไว้ว่า

"...ความซื่อสัตย์และไว้ใจกัน ถ้าหากว่าเรามีใครคนหนึ่งมาเป็นเพื่อนคู่ชีวิต ร่วมเดินทางไปจนตลอดชีวิตของเราแล้ว เขาก็เหมือนมาเติมส่วนขาดของเรา ต่างมาเติมเต็มซึ่งกันและกัน แล้วเราจะร่วมเดินทางไปด้วยความมั่นคง ซื่อสัตย์ต่อกัน สู่เป้าหมาย ส่วนที่ขาดของเราสมบูรณ์เมื่อทั้งสองชีวิตรวมเป็นหนึ่ง หลายโอกาสผมเคยได้กล่าวในงานแต่งงานว่า ในการแต่งงานนั้นต้องถืออะไรบ้าง คำว่า 'ให้' คือให้ทุกอย่างที่เป็นเราแก่เขา และคำว่า 'รับ" คือรับทุกอย่างที่เป็นเขากับเรา และที่สำคัญคือคำว่า 'รักษา' รักษาอะไรครับ รักษา 'ความรัก' เพราะว่าทุกคนมีเหตุผล ต่างคนก็ต่างจะยกเหตุผลของตนขึ้นมาอ้างได้ แต่เหนือเหตุผลนั่นคือความรัก ถ้าเราถามตัวเองว่าทำไมเราจึงต้องยอมเขา นั่นคือเพราะเรารักเขา เป็นคำอธิบายที่มากกว่าเหตุผล และถ้าถามว่าทำไมเขาถึงยอมเรา เพราะเขารักเรา นั่นคือสามคำที่จะช่วยให้ชีวิตคู่ของเราเดินทางไปด้วยกันได้จนแก่เฒ่า ในคู่สมรสก็ต้องมีลูก ซึ่งเราต้องสร้างเขาขึ้นมาให้เป็นคนดี เป็นคนคุณภาพของสังคม เพราะครอบครัวของเราอาจจะมีโอกาสมากกว่าอีกหลายครอบครัว เมื่อเรามีโอกาสเราก็ต้องพยายามสร้างให้เขาเติบโตได้อย่างแข็งแรง มีคุณภาพ และเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆในสังคมต่อไป"

ก่อนเราจะลากลับในวันนั้น ท่านผู้ว่าฯสมพงศ์ ขอฝากถ้อยคำมายังคุณผู้อ่านหญิงไทยว่า...ท่านที่เคยมาเที่ยวจังหวัดเลย หรือยังไม่เคยมา ก็อยากให้ลองมาเที่ยวนะครับ เพราะทางภาคตะวันออกของเลย เป็นชุมชนเก่าเมืองเชียงคานร้อยปี เลยมีอำเภอท่าลี่ที่สามารถข้ามไปหลวงพระบางได้ ทางทิศตะวันตกจังหวัดเลยมีพระธาตุศรีสองรัก ประเพณีผีตาโขนอยู่ที่อำเภอด่านซ้าย มีอำเภอภูเรือเมืองดอกไม้หนาวตลอดปี ที่ผลิตและจำหน่ายต้นคริสมาสต์มากที่สุดในโลก เลยตอนใต้มีคุนหมิงเมืองไทย ที่อำเภอหนองหิน เลยมีแหล่งท่องเที่ยวมหัศจรรย์ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง และที่ตัวอำเภอเมืองเลย มีชุมชนหลายเชื้อชาติเดินทางมาอยู่รวมกัน ณ ริมแม่น้ำเลยอันสุขสงบ มาเที่ยวเถิดครับ ท่านจะรักเลย เพราะที่นี่...ใช่เลย