7 ข้อควรรู้...ก่อนนอน

หน้าต่างสุขภาพ

นอกจากคำว่า "อโรคยา ปรมาลาภา"...ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ "รษา" คิดว่ามีความสำคัญต่อสุขภาพอย่างมาก ก็คือการนอนหลับ

คนอื่นอาจจะคิดว่า คนที่น่าอิจฉา คือคนรวย คนเก่ง คนที่มีความสุข ฯลฯ แต่สำหรับ "รษา" ออกจะอิจฉาคนที่มีพรสวรรค์ในการนอนหลับมากกว่าใคร คนที่พอหัวถึงหมอนก็สามารถปิดเปลือกตา กล่อมนิทราตัวเองให้หลับสบายได้ตลอดคืน และตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าราวกับแบตเตอรี่ที่เพิ่งชาร์ตไฟเต็มสตรีม จะทำการทำงานใดๆ ก็สามารถทำได้เต็มพลัง สมองปลอดโปร่งแจ่มใส ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด ดังนี้แล้ว "รษา" จึงเห็นว่า "คุณภาพของการนอนหลับ เท่ากับคุณภาพของชีวิต" ทีเดียวเชียวละค่ะ

นอกจากนั้น การนอนหลับยังมีผลต่อสุขภาพอีกด้วย เพราะหากร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็อาจจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บที่ร้ายแรงตามมาได้ในภายหลัง

แต่หลายคนมีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท หลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืน หรือตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเหมือนยังไม่ได้นอน เพราะมีความเข้าใจผิดในหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวกับการนอนโดยไม่รู้ตัว คุณเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่าคะ ลองทดสอบตัวเองดูหน่อยเป็นไร

 

1. ยิ่งอดนอนยิ่งอ้วน...จริงหรือ ?

ตอบ : จริง...การอดนอนบ่อยๆ มีผลกระทบต่อกระบวนการต่างๆ และการสะสมคาร์โบไฮเดรตของร่างกาย ทำให้ระดับฮอร์โมนเลพติน (ฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหาร) เปลี่ยนแปลง และทำให้ระดับฮอร์โมนเกรลิน (ฮอร์โมนที่หลั่งมาจากเยื่อบุผนังกระเพาะอาหารเพื่อสั่งงานไปยังสมองเวลาที่เรารู้สึกหิว) สูงขึ้น สังเกตดูเวลาเรานอนดึกบ่อยๆ เราจะหิวง่าย และกินอะไรก็อร่อยไปซะหมด

2. อาหารที่ไม่ควรกินก่อนนอน?

ก. ช็อกโกแล็ต

ข. เบคอน

ค. พิซซ่า

ง. ลาซานญ่า

ตอบ : ทุกข้อ...เป็นความจริงที่อาจจะโหดร้ายไปสักหน่อย แต่เมนูแสนอร่อยเหล่านี้จะทำให้คุณหลับๆตื่นๆ ตลอดทั้งคืน เพราะการกินอาหารที่มีกรดและเครื่องเทศสูงในมื้อค่ำ สามารถจะทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อน จุกเสียด หรือปวดแสบปวดร้อนยอดอก เช่นเดียวกับอาหารอื่นๆ ที่รบกวนการนอน เช่น กาแฟที่ยังไม่สกัดคาเฟอีน แฮม เบคอน ไส้กรอก และเนื้อรมควัน พวกนี้เป็นอาหารที่มีกรดอะมิโน "ไทรามิน" อยู่มาก กรดตัวนี้จะไปกระตุ้นสมองให้หลั่งสาร "นอร์เอพิเนฟริน" ซึ่งสารกระตุ้นประสาทออกมา ทางที่ดีที่สุด หากจำเป็นต้องรับประทานก่อนนอน ควรเลือกอาหารเบาๆ เช่น ซุปผัก หรือผลไม้ กินแก้หิวก็พอนะคะ

3. ถ้านอนไม่หลับตอนกลางคืน ตอนเช้าตื่นสายหน่อยก็ชดเชยได้...จริงหรือ?

ตอบ : ไม่จริง...การชดเชยด้วยการนอนตื่นสายจะทำให้วงจรการนอนหลับของเรารวนไปทั้งขบวน ดังนั้น ถึงจะรู้สึกว่ายังพักผ่อนไม่พอ ก็ควรตื่นนอนในเวลาเดิม เพราะเมื่อถึงเวลานอนครั้งต่อไป คุณก็จะมีโอกาสง่วงนอนเร็วขึ้นและจะหลับได้ดีขึ้นด้วย

4. ถ้ากินอาหารมื้อหนักก่อนนอน :

ก. หนังท้องก็จะตึง หนังตาก็จะหย่อนเร็วขึ้น

ข. ตื่นขึ้นมาด้วยความง่วงเหงาหาวนอน ไม่สดชื่นเท่าที่ควร

ค. รับรองคืนนั้นจะหลับสนิท ใครมาสะกิดก็ไม่ตื่นง่ายๆ

ง. ไม่มีผลกับการนอนแต่อย่างใด

ตอบ : ข้อ ข. และ ค. ...เมื่อระบบในร่างกายยังต้องเดินเครื่องเพื่อย่อยอาหารมื้อค่ำที่เราจัดหนักจัดเต็มเข้าไป การนอนของเราก็จะถูกรบกวนทำให้หลับไม่สนิทและไม่ต่อเนื่อง เมื่อร่างกายไม่ได้พักผ่อนมากพอในตอนกลางคืน ตื่นขึ้นมาตอนเช้าเราก็จะยังรู้สึกง่วงซึมและอ่อนเพลียไปทั้งวัน ทางที่ดีที่สุด คือควรกินอาหารเบาๆ ไม่หนักเนื้อสัตว์และข้าว เน้นปลาและผัก หรือผลไม้ และหลีกเลี่ยงการกินมื้อเย็นตอนค่ำหรือดึกเกินไป เพื่อเผื่อเวลาให้อาหารย่อยหมดก่อนถึงเวลานอน

5. กาแฟที่เราดื่มเข้าไปจะออกฤทธิ์อยู่ในร่างกายนานแค่ไหน ?

ก. น้อยกว่า 4 ชั่วโมง

ข. 6 ชั่วโมง

ค. 8 ชั่วโมง

ง. มากกว่า 12 ชั่วโมง

ตอบ : ข้อ ง. มากกว่า 12 ชั่วโมง...ร่างกายของแต่ละคนจะใช้เวลาแตกต่างกันในการขับคาเฟอินออกจากร่างกาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุและสภาพร่างกาย แต่โดยทั่วไป ผู้ใหญ่จะใช้เวลา 4-6 ชั่วโมงในการขับคาเฟอินปริมาณครึ่งหนึ่งที่ได้รับออกจากร่างกาย และใช้อีก 4-6 ชั่วโมง ขับส่วนที่เหลือออก รวมแล้วกว่าร่างกายจะขับคาเฟอินออกจากระบบต่างๆ ได้หมดต้องใช้เวลา 12-14 ชั่วโมง จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมการดื่มกาแฟในที่ทำงานตอนบ่ายแก่ๆ จึงทำให้ตาสว่างถึงครึ่งคืนค่อนคืน

6. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วยให้ง่วงนอนเร็วขึ้น...จริงหรือ?

ตอบ : จริง...ถึงไม่บอกก็คงเห็นกันอยู่ จากคนใกล้ตัวหรือเราเองว่า เวลาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป จะทำให้รู้สึกง่วงและหลับได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่จะเป็นการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ เพราะจะหลับไม่สนิท และตอนเช้าตื่นขึ้นมาก็จะไม่รู้สึกสดชื่น เหมือนปกติ ดังนั้น หากวันไหนรู้ล่วงหน้าว่ามีนัดสำคัญในตอนเช้า ไม่ควรดื่มเหล้า เบียร์ หรือไวน์ในอาหารมื้อเย็นนะคะ

7. นอนมากเกินไป อันตรายต่อสุขภาพ...จริงหรือ?

ตอบ : จริง...มีการศึกษาที่เพิ่งทำขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับเรื่องการนอนที่แสดงว่า การนอนมากเกินไปเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บที่ร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และยังอาจจะทำให้อายุสั้นลงด้วย ระยะเวลาการนอนที่พอเหมาะควรอยู่ระหว่าง 7-9 ชั่วโมง คนที่รู้สึกว่าต้องนอนมากขึ้น แต่ยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่ตลอด อย่าชะล่าใจ ควรจะลองไปปรึกษาแพทย์ด้วย เพราะคุณอาจกำลังมีปัญหาสุขภาพที่เรียกว่า อาการนอนหลับมาก หรือ Hypersomnia ผู้ป่วยจะมีอาการง่วงนอนผิดปกติ โดยนอนหลับมาก หรือง่วงนอนเวลากลางวัน ถ้างีบหลับตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่รู้สึกสดชื่น ส่วนช่วงกลางคืนผู้ป่วยจะนอนหลับยาวถึง 8-12 ชั่วโมง ซึ่งมีผลทำให้เป็นคนที่ขาดสมาธิและเฉื่อยชา