"โรคหัวใจ" เพชฌฆาตเงียบ ป้องกันได้หากรู้เท่าทัน

รอบรู้เพื่อสุขภาพ

"หัวใจ" เป็นอวัยวะสำคัญที่สุดในร่างกาย ทำงานตลอด 365 วันโดยไม่มีการหยุด เพื่อทำการสูบฉีดโลหิต ให้หมุนเวียนทั่วร่างกายอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักมากที่สุด จากอัตราผู้เสียชีวิตจาก "โรคหัวใจ" สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยค่าเฉลี่ยของกลุ่มเสี่ยง มีระดับอายุน้อยลงเรื่อยๆ คนอเมริกันกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เริ่มมีอาการโรคหัวใจตั้งแต่อายุ 15 ปี เนื่องจากที่ไม่แสดงอาการ ได้รับการรักษาก็อาจสายเกินไป จึงขนานนามให้เป็นเพชฌฆาตเงียบ

การใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยง และละเลยการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการพักผ่อนไม่เพียงพอ การไม่สนใจออกกำลังกาย เผชิญกับความเครียดเสมอ และที่สำคัญ คือ การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง ทางการแพทย์พบว่า หากดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัด จะช่วยยืดชีวิตได้มากกว่าการรักษาโรคถึง 4 เท่า โดยกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์และโภชนากร ดร.ลุยส์ อิกนาร์โร จาก เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด มีวิธีการง่ายๆมาแนะนำดังนี้ค่ะ

ไขมันสูงเสี่ยงสารพัดโรค แต่ถ้าเป็นไขมันดียิ่งสูงยิ่งดี

อาหารที่รับประทานแต่ละมื้อ ล้วนแต่เน้นความรวดเร็วและกินง่ายไว้ก่อน ผลพลอยได้จากการบริโภคอาหาร (ขยะ) จานด่วน คือ ร่างกายต้องเผชิญกับภาวะโคเลสเตอรอลสูง อันเนื่องมาจากไขมันไม่อิ่มตัว จริงอยู่ที่ไขมันเป็นสิ่งจำเป็น ต่อกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย แต่มักมีไขมันตัวร้ายในร่างกายมากเกินไป จึงทำให้หลอดเลือดอุดตัน เป็นปัญหาต่อระบบไหลเวียนเลือด วิธีป้องกันที่ถูกต้อง คือ ควรเลือกบริโภคไขมันดี ประกอบด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกาย พบมากในปลาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีโอเมก้า 3 เป็นส่วนผสมหลัก โดยทำหน้าที่กักเก็บไขมันอิ่มตัว เพื่อนำไปกำจัดทิ้งที่ตับ ทำให้ระบบหลอดเลือดไม่อุดตัน การบริโภคเนื้อปลาทุกมื้อและทุกวัน ยิ่งเพิ่มกรดไขมันโอเมก้า 3 ในร่างกาย แสดงให้เห็นว่า ได้อยู่ห่างไกลจากโรคหัวใจมากเท่านั้น

นอน...นอน...และนอน รางวัลที่ดีที่สุด ที่ร่างกายต้องการ

โดยปกติจะใช้เวลาในการนอนถึงหนึ่งในสามส่วนของอายุขัย การนอนถือเป็นการพักผ่อนกล้ามเนื้อที่ใช้งานมาตลอดวัน อีกทั้งยังเป็นช่วงที่อวัยวะต่างๆ เริ่มทำการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ จำนวนชั่วโมงที่เหมาะสมในการนอน คือ ประมาณ 7 ชั่วโมงต่อวัน แต่ถ้าร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออดนอนเป็นเวลานาน ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนมากระตุ้นการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดให้เพิ่มแรงสูบฉีดโลหิตทั่วร่างกายมากกว่าเดิม จึงทำให้อวัยวะทั้งสองส่วนซึ่งจากเดิมที่ไม่เคยหยุดพักอยู่แล้ว ต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าปกติ ส่งผลให้ร่างกายมีความเสี่ยง เป็นโรคความดันสูงและโรคหัวใจมากขึ้น

"ความดันโลหิต...ความเครียด" ยิ่งสูง?ก็ยิ่งหนาว

ความดันโลหิตและความเครียด เป็นความผิดปกติของร่างกาย ที่สอดคล้องอย่างแยกไม่ออก เพราะเมื่อต้องเผชิญกับความเครียด หัวใจจะทำงานหนักเพราะเต้นเร็ว และเกิดการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ในจังหวะที่ผิดไปจากเดิม ส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ถ้าร่างกายอยู่ในภาวะเช่นนั้นนานๆ จะทำให้หัวใจโตและเกิดผลเสียต่อเส้นเลือด ทำให้สูญเสียความยืดหยุ่น และส่งผลให้หลอดเลือดแข็งตัวในที่สุด คล้ายกับเวลาใช้แขนข้างขวาบ่อยกว่าข้างซ้าย กล้ามเนื้อแขนข้างขวาก็จะโตกว่า พร้อมๆกับเกิดการเสื่อมของเอ็น ข้อ และกระดูกของแขนมากกว่าอีกข้างหนึ่งตามไปด้วย จึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในภาวะความเครียด ไม่ว่าจะเป็นช่วงสั้นๆหรือเป็นเวลานาน ควรทำจิตใจให้ผ่องใส ผ่อนคลายด้วยกิจกรรมที่ชอบ ควบคุมอารมณ์และความดันโลหิต ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ

ออกกำลังกาย...ให้หัวใจเต้นสม่ำเสมอ

คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบัน กลับมีพฤติกรรมนั่งๆนอนๆมากขึ้น เนื่องจากความสะดวกสบาย ที่เกิดจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่แท้จริงความสบายที่เกิดขึ้น กลับกระตุ้นความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจเพิ่มถึง 2 เท่า เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจไม่ได้ออกแรงอย่างเต็มที่ในการสูบฉีดโลหิต เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ จึงต้องหาวิธีออกกำลังกระตุ้นอัตราการเต้นหัวใจ เช่น แอโรบิก ว่ายน้ำ จ็อกกิ้ง ปั่นจักรยาน โดยทำสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที จะเห็นว่า วิธีป้องกันเพื่อให้รู้เท่าทัน ต่อเพชฌฆาตเงียบอย่างโรคหัวใจ เป็นวิธีที่ไม่ได้ซับซ้อน ทำได้ง่าย และไม่ต้องรอเวลา เพียงปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต มาใส่ใจ 3 อ.มากขึ้น คือ อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ ไม่ใช่ห่างไกลจากโรคหัวใจ โรคอื่นๆก็เช่นเดียวกัน