เสน่ห์ผ้าทอเมืองน่าน

เส้นไหมใยฝ้าย

 

ตอนที่ 1 ซิ่นน่าน

ความงดงามของดินแดนแห่งเมืองนันทบุรีศรีนครน่าน นอกจากธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าหลากหลายแล้ว จังหวัดน่านล้านนาตะวันออกแห่งนี้ ยังอุดมด้วยงานศิลปะอันวิจิตรตระการตา ของ สถาปัตยกรรมประติมากรรม จิตรกรรมฝาผนัง และงานหัตถกรรม "ผ้าทอพื้นเมือง" อันเป็นมรดกจากบรรพชน ที่สืบสานฝีมือจากอดีต และตกทอดสู่ปัจจุบัน ด้วยผ้าทอที่งดงาม มีลวดลายรูปแบบที่เป็น เอกลักษณ์โดดเด่นของตนเอง ซิ่นพื้นเมืองของน่าน ล้วนเป็นที่หมายปองต้องตาต้องใจของบรรดาผู้ที่ชื่นชอบผ้า ทั้งเพื่อการสะสมและเพื่อการใช้สอย

ด้วยว่ากลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดน่านมีทั้งชนชาติไท ชาวไทยภูเขา ที่อาศัยอยู่เดิมและได้อพยพมาจากล้านช้าง สิบสองปันนา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้แก่ ไทยวนหรือไทยโยนก ไทลื้อ ถิ่น (ลัวะ) ขมุ ม้ง (แม้ว) เย้า (เมี่ยน) และมลาบรี (ผีตองเหลือง) จึงทำให้ผ้าทอเมืองน่านมีที่มาหลายแห่งด้วยกัน ผ้าทอเมืองน่านจะเป็นผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ เช่น สีดำจากผลมะเกลือ สีแดงจากครั่ง สีเหลืองจากขมิ้นแก่นขนุน และสีน้ำตาลได้จากเปลือกต้นสน เป็นต้น การสืบทอดทางวัฒนธรรมพบว่า ผู้ที่มีอาชีพทอผ้าส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากชาวไทยลื้อโบราณ

ชาวไทลื้อที่มีชีวิตคล้ายคลึงกับชาวไทยหรือชนเผ่าอื่นๆทางภูมิภาคสร้างบ้านเรือนเป็นบ้านไม้ ใต้ถุนสูง มีครัวไฟบนบ้าน ใต้ถุนเลี้ยงสัตว์ แต่ปัจจุบันวิถีชีวิตได้เปลี่ยนไป การสร้างบ้านเรือนก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย บ้านที่ยังคงสภาพเป็นเรือนไม้แบบเดิมยังพอจะมีให้เห็นบ้างในบางชุมชน เช่น บ้านหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ชาวไทลื้อส่วนใหญ่เป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัด นิยมสร้างวัดในชุมชนต่างๆ แทบทุกชุมชนของชาวไทลื้อ ทั้งยังตกแต่งด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์งดงาม มีการบูรณะ ซ่อมแซม ให้คงสภาพดีอยู่เสมอแม้ในปัจจุบัน ศิลปะที่โดดเด่นของชาวไทลื้อ ได้แก่ งานผ้าทอไทลื้อ นิยมใช้ผ้าฝ้าย ทอลวดลายที่เรียกว่า ลายน้ำไหล ปัจจุบันมีการฟื้นฟูและถ่ายทอดศิลปะการทอผ้าแบบไทลื้อในหลายชุมชนของภาคเหนือ

ผ้าพื้นเมืองดั้งเดิมของน่าน ได้แก่ ผ้าพื้น ผ้าขาวม้า ถุงย่าม ผ้าห่ม (ผ้าสาแสง หรือผ้าตาโก้ง) ผ้าลายคาดก่านแบบน่าน ผ้าที่มาจากแหล่งอื่น เช่น ผ้าตีนจกจากเมืองพิชัย ซิ่นม่าน ซิ่น เชียงแสนจากเชียงตุง ผ้าลายลื้อจากเมืองเงิน เมืองคง เมืองฮุนเมืองล้า และสิบสองปันนา ผ้าไหมซิ่งลาว จากเมืองหลวงพระบาง และเวียงจันทน์ซิ่นก่านคอควาย และซิ้นตามะนาวจากแพร่ซิ่นลายขวางจากเมือง เชียงใหม่ เป็นต้น ผ้าทอของจังหวัดน่านสามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานออกเป็นสองประเภท คือผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ผ้าปูที่นอน (ผ้าหลบ) ผ้าห่ม ผ้าฮำ ผ้ากั้ง หมอนมุ้ง ผ้าซิ่น ผ้าสะหว้ายแล่ง และผ้าสะว่านอก และผ้าที่ใช้ในทางศาสนา ได้แก่ ตุง ผ้าปาด (ลักษณะคล้ายตุงแต่สั้นกว่า) จีวร ผ้าห่อคัมภีร์ ผ้าเช็ดน้อย เพื่อเป็นพุทธบูชา

ซิ่นพื้นเมืองน่านที่โดดเด่น มีอยู่ 5 ชนิด 1. ซิ่นม่าน เป็นซิ่นที่มีลายขวางสลับริ้วสีพื้นไม่เกิน 3 สี สีที่ใช้ เช่น สีดำ สีแดง ชมพู ม่วง มีลักษณะที่เด่น คือมีป้าน การจัดช่องขนาดของลายไม่เท่ากัน ตีนซิ่นจะต้องมีสีแดง และป้านใหญ่ที่ต่อจากตีนซิ่นขึ้นไปจะใช้สีน้ำเงินเข้ม หรือสีม่วงเพียงสีเดียวและคั่นด้วยริ้วไหมเงิน ไหมทองทอสลับทั้งผืน 2. ซิ่นป้อง เป็นซิ่นทอด้วย เทคนิคการขิด ลายขวางสลับริ้วสีพื้นมีช่วงขนาดเท่ากันตลอด ลักษณะเด่น คือทอเป็นริ้วเล็ก ทอสลับกับลายมุกคั่นด้วยริ้วไหมเงินหรือไหมทองสีสลับ นั้นเป็นสีเดียวกันทั้งผืน เช่น พื้นแดง พื้นเขียว พื้นสีน้ำตาล สลับลายมุก 3. ซิ่นคำเคิบ เป็นซิ่นที่ทอด้วยเทคนิคการเก็บขิดของชาวไทยวน จังหวัดน่าน โดยใช้ดิ้นทองเป็นเส้นพุ่งตลอดทั้งผืน ลวดลายซิ่นจะเป็นลวดลายขนาดเล็กนิยมต่อตีนที่เป็นจกด้วยดิ้นทองเช่นกัน แต่บางผืนอาจจะไม่ต่อตีนจกแต่ทอด้วยผ้าฝ้ายสีพื้นธรรมดา 4. ซิ่นก่าน เป็นซิ่นของชาวไทยลื้อ เมืองน่านที่ทอด้วยลวดลายมัดหมี่ ในภาษาถิ่นเมืองน่านเรียกว่า "มัดก่าน" หรือ "คาด ก่าน" ซิ่นก่านนี้มีทั้งที่ทอในลักษณะโครงสร้างของซิ่นป้องและซิ่นม่าน เช่น ซิ่นก่านคอควายเป็นซิ่นพื้นบ้านของชาวไทยยวน เป็นซิ่นสีดำมีริ้วสีแดงคาดตรงส่วนบนของตีนซิ่น 5. ซิ่นเชียงแสน เป็นซิ่นที่มีลักษณะเป็นผืนผ้าสีแดงมีริ้วสีเข้ม เช่น สีดำ หรือคราม เป็นลายขวางทอด้วยเทคนิคขัดสานธรรมดาตลอดทั้งผืน ชื่อของ ซิ่นชนิดนี้ แสดงถึงแหล่งกำเนิดว่าเป็นเอกลักษณ์เก่าแก่ของชาวไทยเชียงแสนในอดีต

มีแหล่งทอผ้าอยู่แทบทุกอำเภอในเมืองน่าน อย่างเช่น อำเภอปัว ที่บ้านเฮี้ย บ้านดอนไชย บ้านฝาย ตำบลศิลาแลง อำเภอทุ่งช้าง ที่บ้านทุ่งสุน ตำบลงอบ บ้านหล่ายทุ่ง ตำบลบอน อำเภอเวียงสา ที่บ้านไผ่งาม บ้านดอนชัย อำเภอท่าวังผา บ้านฝายแก้ว บ้านหนองบัว ราคาขายผ้ามัดก่านประมาณ 850 บาทต่อผืน ผ้าฝ้ายปั่นมือดูเป็นงานอาร์ตกว่า แม้ดูเป็นผ้าหยาบ แต่มีเสน่ห์ ราคาประมาณ 950 บาท ส่วนซิ่นม่าน (ยกดอก) ราคาประมาณ 650 บาท...เรียกว่าสามารถเป็นเจ้าของซิ่นน่านผืนสวย ภูมิปัญญาล้ำค่าได้ ในราคาไม่แพงค่ะ