หนังสือเล่มโปรด

ราชินีศรีสยาม

"สมเด็จแม่ทรงอ่านหนังสือมาก มีทุกประเภท ไปไหนก็ต้องไปหาซื้อมาไว้ และทรงใช้หนังสือนั้นเป็นประโยชน์มากที่สุด จนทุกวันนี้ท่านก็ยังอ่านมาก เวลางานยุ่งๆ บางทีเราก็ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ แต่ไม่ทราบว่าท่านทำอย่างไรของท่านจึงมีเวลา ท่านซื้อหนังสือของท่านเอง ทรงซื้อพระราชทานให้ข้าพเจ้าอ่านจนโตก็ยังทำ ทรงแนะนำทั้งการอ่านในใจและการอ่านดังๆ ซึ่งมีรับสั่งว่าจะช่วยให้ภาษาพูดของเราดีขึ้น ทรงสนับสนุนให้ตั้งห้องสมุด สะสมหนังสือ..."

จากพระดำรัสของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้สะท้อนให้เห็นถึงพระราชอัธยาศัย ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงใฝ่พระราชหฤทัยในการหาความรู้ และทรงมีพระสติปัญญาและความจำที่ดีมาก ทุกครั้งที่ทรงมีกระแสพระราชดำรัสเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม ซึ่งส่วนใหญ่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้เข้าเฝ้าฯ ก่อน 1 วัน จะทรงมีเรื่องเล่ามากมายที่ตรึงหัวใจคนฟังตลอดเวลากว่า 1 ชั่วโมงเต็ม

คลังความรู้ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือหนังสือนานาชนิดที่ทรงอ่านอย่างหลากหลาย ตั้งแต่ข่าวสารบ้านเมืองจากหนังสือพิมพ์รายวัน นิตยสารทั้งของไทยและต่างประเทศที่ทรงติดตามความเป็นไปของโลกได้ทันเหตุการณ์ นิตยสารต่างประเทศที่ทรงอ่านเป็นประจำ ได้แก่

นิตยสาร Time, Newsweek, Far Eastern Economic Reviewหากทรงพบว่านิตยสารเหล่านี้มีบทความที่ทรงสนพระทัยเป็นพิเศษ จะมีพระมหากรุณาธิคุณให้ถ่ายสำเนาเก็บไว้หลายชุดเพื่อส่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำไปศึกษา บางครั้งก็ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้แปลเป็นภาษาไทย เพื่อแจกจ่ายให้ข้าราชบริพารได้อ่านอย่างกว้างขวาง ในยามเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ หากทรงมีเวลา โปรดที่จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังร้านหนังสือเพื่อทรงเลือกหนังสือเป็นจำนวนมากด้วยพระองค์เอง ซึ่งพระราชอัธยาศัยประการนี้เองได้ถ่ายทอดมายัง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในลักษณะเดียวกัน

สำหรับหนังสือไทยนั้น โปรดหนังสือประเภทธรรมะ วรรณคดี ประวัติศาสตร์ รวมถึงนวนิยาย

ที่สำคัญ คือเมื่อทรงพิจารณาเห็นว่าหนังสือเรื่องใดมีคุณค่าควรแก่การเผยแพร่ จะมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดพิมพ์พระราชทานในโอกาสต่างๆ อาทิ หนังสือพระราชทานเนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพของพระประยูรญาติ และข้าราชบริพาร ได้แก่ หนังสือ สมเด็จพระศรีสวรินทิรา พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมราชวงศ์จีริก กิติยากร หนังสือ ลิลิตตะเลงพ่าย ในงานพระราชทานเพลิงศพ ศ.นพ.มล.เกษตร สนิทวงศ์ อดีตเลขาธิการสภากาชาดไทย หนังสือ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร พระประวัติและบทร้อยกรองบางเรื่อง สำหรับพระราชทานแก่ผู้สนใจ

นอกจากนี้ นวนิยายไทยบางเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักชาติ เช่น พิศวาส และสายโลหิต ก็มีพระราชเสาวนีย์ให้แปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเผยแพร่วรรณกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้นด้วย พิสวาส นั้น เป็นผลงานประพันธ์ของ ทมยันตี สายโลหิต ผลงานการประพันธ์ของ โสภาค สุวรรณ

นอกจากนิตยสารและหนังสือที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดอ่านเพื่อทรงนำมาใช้ประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆแล้ว ยังมีหนังสือพิมพ์ภาษาไทยที่โปรดอ่านเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ทรงทราบถึงความทุกข์ยากของราษฎรบางราย นอกเหนือไปจากที่ทรงทราบและพบเห็นด้วยพระองค์เอง บ่อยครั้งที่หนังสือพิมพ์เสนอข่าวของผู้ประสบเคราะห์กรรมหรือป่วยไข้ ก็จะมีข่าวสืบเนื่องต่อมาว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาพระราชทานความช่วยเหลือแก่บุคคลเหล่านั้นก่อนที่จะมีหน่วยงานใดเข้าไปดำเนินการ

ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ อดีตราชเลขานุการในพระองค์เคยเล่าว่า พระราชอัธยาศัยโปรดการอ่านหนังสือของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก ทำให้ทรงได้รับข้อมูลเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนของพระองค์ ความรู้ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นั้นกว้างขวางยิ่งนัก ราวกับทรงศึกษาในระดับอุดมศึกษาหลายสาขาวิชาไปพร้อมๆกัน ควรแล้วที่มีผู้ทูลเกล้าฯถวายปริญญากิตติมศักดิ์ต่างๆ หลากหลายสาขา ทั้งในประเทศ และต่างประเทศทั่วโลก

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังทรงโปรดบทร้อยกรองต่างๆ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาเพิ่มเติม และมีพระราชดำริที่จะทรงนำบทร้อยกรองที่โปรดเหล่านั้นมาใส่ทำนองเป็นบทเพลง บางบทเป็นที่มาของเพลงพระราชนิพนธ์อันไพเราะของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น เพลงความฝันอันสูงสุด และเพลงแผ่นดินของเรา

นอกจากนี้ยังมีพระราชเสาวนีย์ให้ประพันธ์เพลงในโอกาสสำคัญต่างๆ เช่น ในพิธีพระราชทานเพลิงศพผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ทรงพระปรีชาสามารถพระราชนิพนธ์บทร้อยกรอง และนำมาทำเป็นบทเพลงด้วยพระองค์เองอีกด้วย บางบททรงพระราชนิพนธ์ร่วมกับ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีอาทิ นางแย้ม ทาสเธอ เจ้าจอมขวัญ สายหยุด

สำหรับเพลงพระราชนิพนธ์ที่ทรงประพันธ์คำร้องคู่กับ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้แก่ เพลง อาลัยครวญ มีข้อความไพเราะกินใจว่า...

อาทิตย์ตกบนเขาเปลี่ยวนัก

ยากจะหักห้ามใจไม่หวนหา

ก็เพราะเจ้าพี่จึงต้องหมองอุรา

สิ้นชีวาก็ไม่วายคลายรัญจวน

สีท้องฟ้าแดงแซมเหมือนแก้มเจ้า

สุดจะเศร้าหมองอุราพาใจหวน

ถ้ามีเจ้าข้างพี่ได้ชี้ชวน

ไม่ต้องครวญเรียกหาด้วยอาลัย

ไม่ว่าโลกจะหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปสักเพียงใด สังคมไทยจึงไม่ควรละทิ้งการอ่าน

แต่ควรปลูกฝังและส่งเสริมให้พลเมืองของชาติมีหนังสือเล่มโปรดตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการบ่มเพาะทางความคิดเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ดังพระดำรัสของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ความตอนหนึ่งว่า

"เมื่อข้าพเจ้าอายุได้ 6-7 ขวบ สมเด็จแม่ทรงสอนให้อ่านหนังสือวรรณคดีต่างๆ จำได้ว่าที่ง่ายและสนุกเหมาะสำหรับการเริ่มต้นก็คือ เรื่องพระอภัยมณี ต่อด้วยเรื่องอื่นๆ ได้แก่ อิเหนา และรามเกียรติ์ เป็นต้น เรื่องอิเหนาเป็นเรื่องที่โปรดมาก ทรงให้ข้าพเจ้าอ่านคัดกลอนต่างๆให้ ทำให้ข้าพเจ้าท่องได้หลายตอน"

เพราะการอ่าน คือ การนำปัญญามาสู่คนในชาติ