"นวดเท้าเพื่อสุขภาพด้วยตัวเอง"

anything....สิ่งสารพัน

  การแพทย์ปัจจุบันเห็นว่า เท้าถือเป็นจุดรวมประสาท การค่อยๆบีบ ถู หรือนวดบริเวณหลังเท้าและฝ่าเท้า(ใต้เท้า) ทั้งสองข้างอย่างเบามือในช่วงเวลาเช้า (หลังตื่นนอนใหม่ๆ) และช่วงหัวค่ำ (หลังอาหารเย็นไปแล้ว ๑ ชั่วโมง) วันละ ๒ ครั้ง ครั้งละประมาณครึ่งชั่วโมงและทำเป็นประจำ จะเป็นการช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเท้า ช่วยกระตุ้นให้โลหิตหมุนเวียนไปที่เท้าได้เร็วขึ้น ช่วยกระตุ้นระบบภายในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานให้เส้นเอ็นบริเวณข้อเท้าให้รับรู้ได้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก แถมยังช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายอารมณ์เพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ

หลังจากแช่เท้าน้ำอุ่นและซับเท้าแห้งแล้ว ก็อาจจะเล็งไปที่เก้าอี้ตัวที่ท่านนั่งแล้วเหมาะที่สุด หรือจะลากไปปักหมุดไว้ตามมุมปลื้มต่างๆก็ได้ เช่น มุมหน้าจอทีวี มุมพักผ่อน หรือมุมไหนๆก็ได้ เพราะกิจกรรมนี้จะบรรเลงด้วยสองมือกับยี่สิบนิ้วของเราเอง ดังนั้น จึงต้องพึ่งตัวเองล้วนๆ

วิธีนวดเท้าเพื่อสุขภาพนี้ สามารถนวดเองได้ง่ายนิดเดียวและใช้เวลาไม่มากด้วย แค่มีตัวช่วยผ่อนแรงมา
แจมด้วยอีกสักนิด ก็จะทำให้การนวดเท้าด้วยตัวเองลื่นปรื๊ดขึ้นและไม่ต้องออกแรงมากด้วยค่ะ

ตัวช่วยที่ว่า ก็คือ "น้ำมันงาบริสุทธิ์แบบสกัดเย็น" หรือ Virgin Sesame Oil ค่ะ หลายท่านคงเคยเห็น หรือผ่านตากันมาบ้างแล้ว น้ำมันนี้จะไม่ผ่านความร้อนและไม่ผ่านกระบวนการทางเคมีเลย นอกจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูงคือหม่ำได้แล้ว ก็ยังได้ทั้งแคลเซียม ไขมันชนิดไม่อิ่มตัวและโปรตีน อีกทั้งยังมี "วิตามินอี" ซึ่งเหมาะมากที่จะนำมาบำรุงผิว เพราะน้ำมันจะบางเบา ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่าย ถ้าทาอยู่เป็นประจำก็จะช่วยทำให้สุขภาพผิวดีขึ้น ผิวจะอ่อนนุ่มชุ่มชื่นขึ้น แถมไม่เหนียวเหนอะหนะและกลิ่นก็หอมเป็นธรรมชาติอีกด้วยค่ะ

คุณสมบัติเด่นๆของน้ำมันงา ยังมีอีก อาทิ สามารถช่วยแก้ขัดยอกได้ ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการอักเสบ ช่วยบำรุงกระดูกและเนื้อเยื่อระบบประสาทด้วย (ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของไทย ทำโดยคนไทยที่วิเศษล้ำเลิศแบบนี้ ถ้าเจอะเจอที่ไหน? ขอบอกให้รีบ...ฉก! (ซื้อ) แล้วพกไว้อย่าให้ห่างตัวเลยทีเดียว...รับรองจะติดใจค่ะ)

ว่าแล้ว ก็มาเริ่มต้นนวดเท้าเองกันเลยดีกว่า...

- ก่อนอื่น หาผ้าขนหนู หรือผ้าผืนเก่าผืนเล็กๆมาพาดไว้บนหน้าขาข้างหนึ่ง (กันไม่ให้น้ำมันงาหยดเลอะเสื้อผ้าหรือเก้าอี้สุดเลิฟขณะนวด)

- ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นมา แล้วพาดไว้บริเวณช่วงหน้าขาอีกข้าง (คล้ายนั่งไขว่ห้าง แต่ให้เท้าเขยิบขึ้นมาวางไว้บนหน้าขาใกล้ๆหัวเข่า)

- หยอดน้ำมันงาลงไปบนฝ่ามือพอสมควร (น้ำมันงาจะเป็นตัวหล่อลื่น พอนวดแล้วช่วยผ่อนแรงมือ ไม่ต้องออกแรงมากๆและควรหยอดน้ำมันอย่ามาก หรืออย่าน้อยจนเกินไปค่ะ)

- ชโลมน้ำมันงาให้ทั่วเท้าเลย ทั้งด้านหลังเท้าและใต้เท้าจนทั่ว ลูบให้น้ำมันลามขึ้นมาถึงข้อเท้าเลยก็ได้ค่ะ

- ต่อไปให้ใช้นิ้วหัวแม่มือของเราเอง วางที่ตาตุ่ม ออกแรงนวดคลึงตาตุ่ม เป็นวงกลมวนไปรอบๆแล้วคลึงที่บริเวณใต้ตาตุ่มด้วย (ค่อยๆเพิ่มแรงกด กดแล้วคลายทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ ๕ นาที โดยนวดทั้งด้านนอกและด้านในตาตุ่มด้วยค่ะ)

- จากนั้นมานวดต่อที่บริเวณเอ็นข้อเท้าต่อ (ดูรูปประกอบ รูป c.) ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ บีบขึ้นและลงเบาๆบริเวณเอ็นข้อเท้า บีบขึ้น-บีบลงประมาณ ๑๐ ครั้ง (จะบีบหรือนวดแรง-เบาแค่ไหน ร่างกายเราจะสั่งเองค่ะว่า...เจ็บหรือไม่เจ็บ)

- เสร็จแล้วให้ใช้ทุกนิ้ว ทั้งสองมือ ไล่บีบ-นวดให้ทั่วทั้งเท้าเลยค่ะ จากส้นเท้านวดขึ้นมาถึงช่วงปลายนิ้วเท้าเลย

- หยุดนวดอยู่ที่ปลายนิ้วเท้าทั้งห้าแป๊บนึง โดยใช้ปลายนิ้วมือ บีบ หรือจิกลงไปเบาๆ บนปลายนิ้วเท้า ทำจนครบทุกนิ้ว บีบไป-บีบกลับอย่างนั้น สัก ๓ รอบ

- ต่อไปให้เลื่อนมือมาที่หลังเท้า แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือออกแรงกดไปตามร่องเท้า (ร่องที่อยู่ระหว่างนิ้ว ดูรูปประกอบ รูป d.) ค่อยๆไล่กดลงมาตามยาว กดลงมาเบาๆ และกดให้ครบทุกร่องบนหลังเท้าเลยค่ะ (กดสลับ-กลับไปกลับมา ๒-๓ รอบ)

- จากนั้นใช้ปลายนิ้วโป้ง วางบนหลังเท้า (เริ่มจากช่วงหลังเท้าที่นูนที่สุด) ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ นวดไปตามขวาง (ขนานกับเท้า) นวดจากส่วนบนสุดไล่ลงมาถึงโคนนิ้วเท้าเลย (นวดขึ้น-ลง ๓ ครั้ง)

เสร็จแล้วค่ะ ทีนี้ก็เปลี่ยนไปนวดอีกข้างหนึ่งต่อได้เลย เริ่มจะสนุกกันแล้วใช่มั้ยคะ? ท่านส.ว. สูงวัยสุดเลิฟของอิฉัน เจ้าขา ถ้ายังนอนบิด นอนคู้เป็นรูปตัวเอส (s)...อยู่ ขอให้รีบกระเด้งขึ้นมานั่งทำด่วนจี๋เลยค่ะ

เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะมีเรื่องเกี่ยวกับการนวดฝ่าเท้าให้ต่ออีก ช่วงที่อากาศเย็นลงๆแบบนี้ นวดแล้วจะช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่นขึ้นด้วยเจ้าค่ะ

 

(น้ำมันงาบริสุทธิ์แบบสกัดเย็น หรือผลิตด้วยกรรมวิธีหีบ หรือบีบเย็น (Cold pressed process) นี้ หาซื้อได้ไม่ยาก ตามร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพใกล้ๆบ้าน ก็มีแล้ว มีหลายยี่ห้อแถมราคาก็ไม่แพงโหดด้วยค่ะ)