ผ้าทอปะกาเกอญอ

เส้นไหม ใยฝ้าย ลวดลายบนผืนผ้า
ช่างภาพ: 

คำว่า กะเหรี่ยงหรือกะเร็น สันนิษฐานว่ามาจากภาษามอญที่ใช้เรียก ชาวปะกาเกอญอ (ส่วนมากเป็นกะเหรี่ยงพุทธ) โดยออกเสียงว่า เกรียง หรือ เกรียน แปลว่า เรียบ ซึ่งตรงกับความหมายของคำว่า ปะกาเกอญอ ซึ่งแปลว่า คนที่มีชีวิตเรียบง่ายสมถะ คำว่า "เกรียง"ในภาษาไทย เป็นชื่อเครื่องมือช่างปูนที่ใช้ในการฉาบผิวให้เรียบ และเกรียนคือ ลักษณะของการตัดผมอย่างสั้นเรียบง่าย และอาจมีความเชื่อมโยงกับชื่อกลุ่มผู้นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานที่มีอยู่ใน ทิเบต เนปาล ที่เรียกว่า กะยูปา หรือ ปากะญู ซึ่งมักแต่งกายด้วยชุดสีขาว และมีวิถีชีวิตอย่างเรียบง่ายสมถะ ซึ่งความเชื่อนี้อาจแพร่หลายเข้ามาในดินแดนสุวรรณภูมิเมื่อกว่าพันปีก่อน

หญิงสาวชาวปะกาเกอญอใส่ชุดยาวสีขาวจึงถูกเรียกว่า "กะเหรี่ยงขาว" ส่วนชายหนุ่มจะใส่สีแดงสด ส่วนหญิงที่แต่งงานแล้วสวมใส่เสื้อสีดำและมีลวดลายปักที่หลากหลายผสมผสานกันในส่วนชายเสื้อตั้งแต่ใต้อกคลุมถึงสะโพก ผ้าถุงสีแดง หญิงชาวปะกาเกอญอมีพื้นฐานการทอผ้ามาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทอด้วยกี่เอว ลวดลายดั้งเดิมมีสีสันสดใส มีทั้งการทอลายในตัวผืนผ้า และการปักผ้า บางผืนมีการเย็บลูกเดือยเป็นลวดลายต่างๆ ปัจจุบันการให้สีสันลายผ้าจะมีการทอหรือปักสีอื่นๆ เพิ่มขึ้น อาทิ สีเขียว สีฟ้า สีเหลือง และสีชมพู ส่วนใหญ่ทอไว้ใช้ในครัวเรือน ที่เหลือจึงนำมาจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ลักษณะลายผ้าเป็นไปตามความอำเภอใจของผู้ทอ ไม่มีเอกลักษณ์ มาตรฐานการผลิตแตกต่างกัน

ต่อมาจึงมีการรวมกลุ่มกันขึ้น เป็นกลุ่มผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ ก่อตั้งขึ้นเมื่อพ.ศ.2542 สำนักงานประชาสงเคราะห์อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้สนับสนุนงบประมาณโดยการจัดหาวิทยากรมาให้ความรู้การย้อมสีธรรมชาติ การออกแบบลวดลายผ้าแบบดั้งเดิม และร่วมสมัย มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์หลากหลายขึ้น อาทิ ผ้าคลุมเตียง ผ้าปูที่นอน ผ้าปักโชว์ลาย ถุงย่าม จากการออกแบบที่ทันสมัยตรงกับความต้องการของตลาด ทำให้กลุ่มสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผ้าทอได้มากขึ้น จนได้รับการยกย่องให้เป็นกลุ่มทอผ้าที่อยู่ในหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น ในปี 2548 และในปี 2553 ได้รับการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทยระดับ5 ดาว

วิถีชีวิตปะกาเกอญอที่มีความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย เอื้ออาทรกันแบบพี่น้อง สามัคคีกันในชุมชน กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติจึงมีส่วนร่วมทุกกิจกรรมในการพัฒนาหมู่บ้านชุมชน มีการสืบสานการทอผ้าจากรุ่นสู่รุ่น มีวิทยากรให้ความรู้กับชุมชนกะเหรี่ยงในหมู่บ้านอื่นๆ อย่างเช่น เตรียมอุปกรณ์การย้อมสี ด้วยหม้อ กระทะ ฟืน เตา ฝ้าย น้ำ น้ำขี้เถ้า น้ำสนิม ราวตากผ้า และเปลือกไม้ ใบไม้ ผลไม้ (ตามสีที่ต้องการ) ทุบเปลือกไม้หรือตำให้ละเอียดใส่หม้อ เติมน้ำ นำไปต้มให้เดือด ตักเปลือกไม้ออก ใส่น้ำขี้เถ้า (น้ำด่าง) ใส่ฝ้ายที่ต้องการย้อมลงไป ต้มต่อไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ยกหม้อลงแล้วตักฝ้ายออก ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำไปล้างน้ำเย็นที่สะอาด ต้มแป้งข้าวเจ้า หรือนำข้าวเจ้าผสมน้ำต้มสุก ผสมน้ำปริมาณที่จะให้ฝ้ายแข็งหรืออ่อน เมื่อแป้งสุกได้ที่ ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำฝ้ายคลุก บีบหรือบิดให้สะเด็ดน้ำแล้วนำฝ้ายไปผึ่งในที่ร่มให้แห้ง นำฝ้ายที่ย้อมมาม้วนเป็นก้อน (จั่วกว่าเด) เพื่อเป็นการง่ายต่อการขึ้นกี่ ทำให้ฝ้ายไม่พันกัน

กะเหรี่ยงขาวปะกาเกอญอมีความเชื่อแต่โบราณว่าลายของผ้าทอนั้น ได้มาจากลายหนังงูใหญ่ซึ่งเป็นคู่รักในอดีตของหญิงสาวปะกาเกอญอ งูตัวนั้นจะเปลี่ยนลายทุกวันให้หญิงสาวทอผ้าตามลายที่ปรากฏจนครบ ใน7 วัน ทอได้ 7 ลาย คือ ลายโยห่อกือ เกอเปเผลอ ฉุ่ยข่อล่อ ที่ข่า เกอแนเดอ เซอกอพอ และแชะฉ่าแอะ...เป็นลวดลายผ้าที่เกิดจากความรัก และความห่วงหาอาทรซึ่งกันและกันโดยแท้