"น้ำหล่อฮั่งก้วย" สมุนไพรจีน...ดับร้อนใน (๒)

anything... สิ่งสารพัน

ขอเล่าความประทับใจสมัยเด็กๆเกี่ยวกับ "น้ำหล่อฮั่งก้วย" ให้ฟังสักนิดว่า

ตอนเด็กคุณแม่มักจะพาอิฉันและน้องๆไปร้านขายยา ซึ่งพวกเราสามพี่น้อง จะรู้สึกดีใจดีด๊ากันสุดสุดเพราะเราจะได้ดื่มน้ำหวานรสชาติวิเศษ ฝีมือของอาม่าหล่อฮั่งก้วยค่ะ (อาม่าเป็นเจ้าของร้านขายยาจีน ร้านอยู่ติดๆกับที่ทำงานของคุณแม่ อิฉันไม่ทราบชื่อจริงของอาม่าค่ะ แต่พวกเราจะเรียกกันจนติดปากว่า..."อาม่าหล่อฮั่งก้วย" เพราะอาม่าเป็นคนต้มน้ำหล่อฮั่งก้วยและน้ำเก๊กฮวยที่อร่อยที่สุดในโลก แถมอาม่ายังเป็นคนใจดีและเป็นคนแก่ติดตลกมาก บ้านเราจึงเรียกว่า...อาม่าหล่อฮั่งก้วยค่ะ (เก๋กว่าอาม่าเก๊กฮวยไงคะ)

พอย่างเข้าหน้าร้อน อาม่าจะเข็นตู้แช่เครื่องดื่มให้ยื่นออกมานอกร้าน และเมื่อประมาณ ๓๐-๔๐ ปีที่แล้ว ตู้แช่เครื่องดื่มของอาม่าคงจะทันสมัยที่สุด มันเป็นตู้แช่ที่ทำจากอะลูมิเนียม ทรงสี่เหลี่ยมมี ๒ ส่วน ส่วนบนจะเป็นตู้บางๆ มีบานกระจกใสเลื่อนเปิด-ปิดได้ อาม่าจะเรียงแก้วไว้เป็นตับใส่เครื่องดื่ม ๒ ชนิด ส่วนตู้ด้านล่างที่เป็นตู้ทึบ มีบานกระจกเปิด-ปิดเหมือนตู้ด้านบนเช่นกัน อาม่าจะเรียงแก้วเครื่องดื่มซ้อนๆกันขึ้นมาสูงเหมือนปิระมิด

ท่านผู้อ่านรุ่น ส.ว.หรือรุ่นเกินแยกหลักสี่ไปแล้ว ก็คงจะต้องคุ้นเคยกับตู้แช่เครื่องดื่มแบบนี้แน่ๆ ซึ่งสมัยนี้ตู้แช่สไตล์นี้ ไม่ค่อยจะเห็นกันแล้วค่ะ หรืออาจจะพอเห็นได้บ้าง ก็ตามหน้าร้านขายยาของชาวไทยเชื้อสายจีนตามตลาดในต่างจังหวัด

อาม่าจะขยันต้มน้ำหล่อฮั่งก้วยและน้ำเก๊กฮวยขายทุกวันและจะขายดีมากด้วย เพราะรสชาติอร่อยเหนือเมฆค่ะ ใครที่ได้ดื่มต้องติดใจ เพราะน้ำหล่อฮั่งก้วยและน้ำเก๊กฮวยของอาม่า ต้มได้หอมละไม อีกทั้งรสชาติก็กลมกล่อมแบบยอดฝีมือในระดับไร้เทียมทาน ไม่ว่าจะดื่มกี่ครั้ง รสชาติก็ไม่เคยเปลี่ยน แม่จะปลื้มน้ำหล่อฮั่งก้วยของอาม่ามากๆและมักบอกกับอิฉันเสมอๆว่า...ถ้าได้จิบน้ำหล่อฮั่งก้วยของอาม่าแล้ว จะรู้สึกโล่งใจและหายเหนื่อยทันที หรือถ้าช่วงไหนแม่งานยุ่งและเหนื่อยจนเซ ถ้าได้จิบน้ำหล่อฮั่งก้วยของอาม่า แม่บอกว่าจะฟื้นทันที แถมดื่มแล้วยังช่วยทำให้ผิวของแม่ผ่องขึ้นด้วยค่ะ

อีกอย่างที่อยากเล่าเรื่องกลยุทธ์ของอาม่า ซึ่งอาม่ามักจะชอบแกล้งพวกเด็กๆเสมอ โดยจะหยิบน้ำหล่อ
ฮั่งก้วยให้เราจิบกันก่อน แรกๆก็จะส่ายหัวกันดิกเพราะไม่ปลื้มทั้งรส กลิ่น และสี แต่อาม่าก็จะแกมขู่ว่า...ถ้าใครไม่จิบ ก็จะอดดื่มน้ำเก๊กฮวยเกล็ดน้ำแข็ง อาม่าจะวนให้จิบน้ำหล่อฮั่งก้วยกันคนละอึกสองอึก จนกว่าจะหมดหนึ่งแก้ว และนี่คงเป็นกุศโลบายของอาม่าที่ต้องการให้เด็กๆได้ดื่มน้ำหล่อฮั่งก้วยเป็น เนื่องจากหล่อฮั่งก้วยเป็นกระสายยาและช่วยบรรเทาอาการแก้ร้อนใน ขอบอกว่ารสชาติน้ำหล่อฮั่งก้วยและน้ำเก๊กฮวยของอาม่ามีกลิ่นหอมมาก รสก็จะหวานจางๆและหวานแบบอร่อยลิ้นด้วย เพราะอาม่าต้มใส่น้ำตาลกรวดน้อยๆ อิฉันจึงติดอกติดใจและติดตรึงจนมาถึงทุกวันนี้ และก็ทำให้นึกถึงเด็กสมัยนี้คงจะไม่รู้จักน้ำหล่อฮั่งก้วย หรือน้ำเก๊กฮวยกันแล้ว เพราะวันๆเห็นแต่ดื่มพวกน้ำกระดูกพรุนแทนน้ำเปล่ากัน (น้ำกระดูกพรุนคือน้ำอัดลมต่างๆ หรือไม่ก็น้ำชาเขียวเทียมไงค่ะ)

ถ้าอิฉันจะต้มน้ำหล่อฮั่งก้วยหรือน้ำเก๊กฮวยดื่ม มักทำให้คิดถึงอาม่าหล่อฮั่งก้วยทุกที ว่าแล้วก็มาทำน้ำหล่อฮั่งก้วยกันต่อเลยดีกว่า สูตรนี้สามารถต้มดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น มีส่วนผสมแค่สองอย่าง คือน้ำสะอาดและลูกหล่อฮั่งก้วย

ตำรับนี้ไม่ตายตัว ไม่จำเป็นต้องชั่ง-ตวง-วัดกันแบบเป๊ะๆ ปกติอิฉันต้มดื่มกัน ๒ คน ใช้น้ำ ๑ ลิตร ต่อลูกหล่อฮั่งก้วย ๑ ลูก แบ่งกันดื่มได้คนละ ๒-๓ แก้ว วิธีทำก็ไม่ยุ่งยาก ลงมือกันเลยค่ะ

- นำลูกหล่อฮั่งก้วยไปล้างน้ำธรรมดาให้สะอาดเพื่อชะฝุ่นผง หรือเศษสิ่งสกปรกที่เกาะติดอยู่บนเปลือกออกไป โดยวางลงบนตะแกรงล้างผัก แล้วเปิดน้ำก๊อกให้ไหลแรงๆ อาจใช้นิ้วมือลูบผิวเพื่อล้างเบาๆก็ได้

- จากนั้นใช้ด้ามช้อนหรือด้ามส้อมทานข้าวที่มีน้ำหนักหน่อย ทุบหรือบุบเบาๆลงไปบนเปลือก ทำให้เปลือกแตกก่อน

- บุบจนแตกแล้ว ก็จะเห็นไส้กับเมล็ดข้างในเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ของสดใหม่เนื้อที่หุ้มอยู่รอบๆเมล็ดจะยังคงดูปุยๆ หรือฟูอยู่ แต่ถ้าทุบแล้วเนื้อข้างในยุ่ย หรือเป็นขุย ก็แสดงว่ามันหมดอายุขัยแล้ว โยนทิ้งขยะได้เลย

- ต่อไปเทน้ำสะอาดใส่หม้อ ต้มให้น้ำเดือด เมื่อน้ำเดือดแล้ว เคล็ด (ไม่) ลับอยู่ตรงนี้ คือหย่อนลูกหล่อ
ฮั่งก้วยลงไปเลย จากนั้นปิดฝา หรืออาจแง้มฝาไว้หน่อยเดียว แล้วใช้ไฟอ่อนทันทีเลย (จะทำเหมือนวิธีการต้มน้ำเก๊กฮวย เพื่อเป็นการกักเก็บกลิ่นหอมระเหยเอาไว้ กลิ่นจะได้ไม่ระเหยออกไปหมดไงล่ะคะ) รอให้น้ำเดือดอีกครั้งก็ดับไฟได้ หรือถ้าต้องการให้น้ำเข้มข้นหน่อย ก็ตั้งไฟอ่อนๆและต้มต่อไปได้อีกประมาณ ๑๕-๒๐ นาที แล้วจึงดับไฟก็ได้ค่ะ

- เปิดฝาหม้อและให้กรองกากออกทันที (ช่วงนี้กลิ่นจะหอมฟุ้งกลบครัว)

- ใช้กระชอนตาถี่ๆกรอง จะได้ไม่มีตะกอน แต่ถ้าไม่มีกระชอนตาถี่ก็ให้ใช้ผ้าขาวแทนเพราะกรองแล้วจะไร้ตะกอนแน่นอน

- จะกรองเก็บใส่ขวด ใส่เหยือก หรือใส่ภาชนะที่ทนความร้อนไว้ก็ได้ แต่ต้องทิ้งไว้ให้เย็นก่อนถึงจะนำเข้าแช่ในตู้เย็นนะคะ ข้อสำคัญควรปิดฝาภาชนะให้สนิทด้วยเพราะจะเก็บไว้ดื่มได้ถึง ๒ วัน แต่ถ้าเกินกว่านี้ สรรพคุณทางยาจะถอยต่ำลงไปเรื่อยๆ ดังนั้น ควรต้มดื่มแค่พอกินค่ะ หมดแล้วต้มใหม่ ของสดใหม่กว่า

คนขี้ร้อนก็อาจจะดื่มแบบใส่น้ำแข็งไม่อั้น แต่ท่านส.ว.สูงวัย ขอแนะนำให้ดื่มแบบอุ่นๆและควรดื่มในมื้อกลางวันค่ะ เพราะ ถ้าดื่มในมื้อเย็นจะยิ่งทำให้หยางลดลงไปอีก เนื่องจากกลางคืนหยางจะลดลงตามธรรมชาติอยู่แล้ว ประการสำคัญ อย่าดื่มบ่อย ดื่มเยอะ ขอให้เดินทางสายกลาง ดื่มบ้าง หยุดบ้าง เว้นบ้างนะคะ