ผ้าไหมบ้านหนองน้ำใส จังหวัดเลย

เส้นไหมใยฝ้าย ลวดลายบนผืนผ้า
ช่างภาพ: 

ตามบันทึกในประวัติศาสตร์กล่าวว่า ชาวไทเลย คือกลุ่มชนที่อพยพจากชายแดนตอนเหนืออาณาจักรสุโขทัย ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากไทหลวงพระบาง เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองเซไล (บ้านทรายขาว อำเภอวังสะพุงปัจจุบัน) ในพ.ศ. 2396 (สมัยรัชกาลที่ 4) จึงเป็นคนที่มีลักษณะผิวขาวละม้ายกับคนทางภาคเหนือ ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านแห่ (บ้านแฮ่ปัจจุบัน) และตั้งบ้านเมืองขึ้นเรียกว่า "เมืองเลย" จากนั้น อำเภอกุดป่อง (อำเภอเมือง) อำเภอท่าลี่ (เคยขึ้นกับมณฑลอุดร) อำเภอด่านซ้าย (เคยขึ้นกับมณฑลพิษณุโลก) เมืองเชียงคาน (เคยขึ้นกับเมืองพิชัย) ก็โอนมาขึ้นกับเมืองเลยทั้งหมด ตั้งแต่พุทธศักราช 2450 เป็นต้นมา

ชาวไทเลยปัจจุบัน จึงมีนิสัยใจคอเหมือนกับชนเชื้อชาติโบราณ มีภาษาพูดที่เป็นสำเนียงอันเป็นอัตลักษณ์ที่เรียกว่า "ภาษาไทเลย" เป็นสำเนียงพูดที่แปลกและนิ่มนวล พูดสุภาพและไม่ค่อยพูดเสียงดัง กิริยามารยาทดีงาม อารมณ์เยือกเย็นไม่วู่วาม มีนิสัยรักความสงบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักถิ่นที่อยู่ไม่ค่อยอพยพไปอยู่ที่อื่น วัฒนธรรมประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา ได้แก่ "ฮีตสิบสอง - คลองสิบสี่" คือการทำบุญตามประเพณีทั้งสิบสองเดือนของแต่ละปี

ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทอผ้าไหมของชาวบ้านหนองน้ำใสนั้น ได้รับการสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่นตามระบบเครือญาติ ส่วนใหญ่เป็นการทอเพื่อใช้ในการสวมใส่ และจะพิถีพิถันมากขึ้นเมื่อใช้ในงานมงคล เช่น ไปวัด ไปงานอุปสมบท งานพิธีมงคลสมรส ผ้าไหมมัดหมี่ลายดั้งเดิมที่ได้รับสืบทอดมา เช่น ลายหมี่คั่น นิยมใช้เป็นผ้านุ่งเฉพาะกลุ่มสตรีสูงอายุ ซิ่น "หมี่ยก" ต่อหัวต่อตีน มีลวดลายละเอียดสวยงาม ซึ่งทอจากเส้นไหม เส้นฝ้าย นิยมสวมเสื้อคอกลมสีขาวสามส่วนหรือแขนยาว ผ่าหน้าติดกระดุมแต๊บ และมีผ้าสไบเฉียงสีขาว ส่วนผู้ชาย สวมเสื้อคอกลมแขนสั้นผ่าหน้าติดกระดุม สีขาวและสีย้อมหม้อนิน (สีน้ำเงินเข้ม) นุ่งกางเกงขาก๊วย และโสร่ง มีผ้าขาวม้า แต่ปัจจุบันนี้ไม่ค่อยมีให้ได้เห็นมากนัก ส่วนใหญ่จะอยู่ในชนบท ซึ่งยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง อาชีพส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประชาชนในเมืองเลยมีหลายเผ่า เช่น ไทเลย ไทดำ ไทพวน ไทไต้ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของคนเมืองเลยในแต่ละพื้นที่

ต่อมาได้เปลี่ยนวิถีทางการผลิตใช้เองในครัวเรือน มาเป็นการผลิตเชิงธุรกิจมากขึ้น จากอุตสาหกรรมในครัวเรือน มาเป็นอุตสาหกรรมในหมู่บ้าน ท้องถิ่น และตามความต้องการของตลาด จึงเกิดแนวคิดการออกแบบลวดลายให้สอดคล้องกับรสนิยมและวิถีชีวิตร่วมสมัย โดยนำลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม เรียกว่า ลายหมี่ข้อ หมี่ตา และนอกจากใช้เป็นผ้าซิ่นแล้วยังพัฒนาลวดลายเพื่อปรับเป็นชุดทำงาน ชุดสวมใส่ในโอกาสต่างๆ และประโยชน์ใช้สอยอื่นๆได้อีกมากมาย

การทอผ้า สตรีส่วนใหญ่ในหมู่บ้านต่าง ๆ ของจังหวัดเลย สามารถทอผ้าฝ้ายเพื่อใช้ในครอบครัว โดยใช้เวลาว่างจากการทำไร่นา ไทเลยในอดีตถือว่าการทอผ้าเป็นงานพื้นฐานของผู้หญิงที่จะต้องเป็นแม่บ้าน ปัจจุบันมีเหลือเพียงไม่กี่หมู่บ้านที่ยังคงสืบทอดการทอผ้าด้วยวิธีดั้งเดิมในการทอผ้าซิ่นพื้นเมือง คือ ซิ่นยก ซิ่นลายขิด ซิ่นก่าน ซิ่นหมี่ ซึ่งมีความสวยงามและเป็นที่ยอมรับของผู้นิยมใช้ผ้าทอพื้นเมืองทั่วไป ผ้าไหมที่งดงามด้วยความเหลื่อมมันวาวของธรรมชาตินั้น เราจะสังเกตถึงความแตกต่างของลวดลายที่แตกต่างกันตั้งแต่ต้นจรดปลายผ้า ลวดลายของผืนผ้าแสดงถึงภูมิปัญญาชาวบ้านที่สื่อสารความนึกคิดเข้าสู่เส้นสายใยของลายผ้าได้อย่างวิจิตรบรรจง