ปราบรอยเลอะบนชุดสวย

อยู่ดี มีสุข

ไม่ได้อยากบ่นเรื่องฝนตกในหน้าฝนเลยนะคะ เพราะถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องของฤดูกาลตามธรรมชาติที่มนุษย์เราต้องปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติให้ได้อยู่แล้ว

เพียงแต่เผอิญว่าในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ต้องเจอกับฝนตกแบบหยุมหยิม หยอมแหยม แต่ไม่ยอมหยุด ขยันตกยืดเยื้อแทบจะทั้งวันทั้งคืน ทำให้เสื้อผ้าอับชื้น เย็นๆ ชืดๆ ใส่แล้วไม่อบอุ่นสบายตัวเหมือนที่เคย ทำให้นึกเป็นห่วงขึ้นมาว่า เสื้อผ้าจะขึ้นราหรือเปล่าหนอ

จริงๆแล้วก็ใช่ว่าจะมีปัญหาเฉพาะในหน้าฝนเท่านั้น รอยเลอะต่างๆ เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ชุดสวยของเรามีอายุใช้งานน้อยลง บางอย่างเลอะแล้วซักไม่ออก ต้องเลิกใส่กันเลยทีเดียว หากจะถนอมใช้กันให้นานๆ ก็ต้องเรียนรู้กลเม็ดเคล็ดลับกันหน่อยละค่ะ ฉบับนี้ "ข้าวหอม" จึงได้ไปขอเคล็ดลับการขจัดรอยเลอะบนเสื้อผ้าด้วยภูมิปัญญาง่ายๆจากมืออาชีพผู้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลเสื้อผ้ามาฝากกันค่ะ รับรองว่าแก้ปัญหาได้ทุกอย่างจริงๆ นะ ...

- คราบครีม เนย น้ำมัน นำแป้งที่ใช้สำหรับทาตัวมาโรย ใช้กระดาษทิสชู หรือกระดาษบางอื่นๆ วางทับ แล้วนำเตารีดที่มีความร้อนพอสมควรวางนาบลงบนกระดาษ จนแป้งดูดคราบมันออกจนหมด แล้วจึงนำไปซักตามปกติ

- คราบเลือด ทาด้วยนมข้นทันที ทิ้งไว้สักครู่แล้วนำไปขยี้ออกในน้ำ

- คราบเลือดจางๆ ใช้เบคกิ้งโซดาผสมน้ำเล็กน้อยจนเป็นแป้งข้นๆ นำมาถูเบาๆ ตรงบริเวณที่เลอะ รอให้แห้งแล้วจึงค่อยปัดฝุ่นออก

- คราบเลือดฝังแน่น ใช้ฟองน้ำจุ่มน้ำเย็นที่ผสมเกลือจนชุ่ม แล้วนำมาถูเบาๆ จนรอยค่อยๆจางลง แล้วใช้น้ำเปล่าถูอีกครั้ง จากนั้นใช้ทิสชูซับน้ำให้แห้ง

- คราบกาแฟ ใช้แป้งข้าวเจ้าถู ก่อนนำไปซักตามปกติ

- คราบน้ำตาเทียน ใช้ก้อนน้ำแข็งขูดเกล็ดเทียนออกให้มากที่สุด จากนั้นจึงใช้กระดาษประกบบริเวณที่เปื้อนทั้งสองด้าน แล้วใช้เตารีดอุ่นๆ รีดทับจนน้ำตาเทียนละลาย และซึมออกมาติดกับกระดาษ

- เลอะโคลน ปล่อยให้โคลนแห้งก่อน แล้วใช้แปรงปัดออก จากนั้นนำไปซักด้วยน้ำเย็นหลายๆครั้ง จนเห็นว่าไม่มีน้ำโคลนออกมาแล้ว จึงซักด้วยผงซักฟอก

- ขึ้นราเล็กน้อย รีบนำผ้าที่ขึ้นราใหม่ๆ ไปซักในน้ำสบู่ร้อนๆ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ บีบมะนาวลงไป แล้วแช่ผ้าไว้ในผงซักฟอกสักครู่ จึงซักได้ตามปกติ

- รอยสนิม นำผ้ามาชุบน้ำให้เปียกก่อน แล้วบีบน้ำมะนาวลงไปบนรอยเปื้อน ทิ้งไว้สักครู่ จึงนำไปซักตามปกติ

- น้ำมันรถ (น้ำมันเครื่อง) ใช้มะนาวถูบริเวณที่เปื้อน จนกระทั่งรอยเปื้อนจางลง แล้วจึงนำไปซัก

- หมึก ปากกาลูกลื่น ถ้าหมึกยังไม่แห้งให้ใช้เกลือโรยตรงรอยหมึก แล้วถูด้วยมะนาวก่อนซัก ถ้าหมึกแห้งแล้วให้จุ่มรอยเปื้อนในนมสด แล้วค่อยนำไปซัก ถ้าผ้าเปื้อนหมึกอินเดียอิงค์ ให้ใช้มะนาวบีบลงตรงรอยเปื้อนทิ้งไว้สักครู่ก่อนนำไปซัก หรือสามารถลบออกได้โดยใช้ฟองน้ำชุบแอลกอฮอล์เช็ดตรงรอยเปื้อน รอยเปื้อนหมึก ซักออกได้โดยการใช้ข้าวสุกถูบริเวณที่เปื้อนแล้วนำไปแช่น้ำหรือนำแป๊ะก๊วยไปทุบละเอียด แช่น้ำ ใช้น้ำของมันถูรอยเปื้อน แล้วนำไปล้างออกก็ได้

- กาว ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดที่รอยเปื้อน นำมาแช่ในน้ำเย็น แล้วซักตามปกติ

- ยางกล้วย ใช้มะนาวฝานเป็นชิ้นบางๆ ถูตรงรอยเปื้อน แล้วรีบนำไปซักทันที

- ยาทาเล็บ ซับตรงรอยเปื้อนด้วยน้ำยาล้างเล็บ และเช็ดด้วยผ้าที่สะอาด จนกระทั่งรอยเปื้อนจางลง (ควรลองหยดน้ำยาล้าง เล็บลงผ้าก่อน)

- ยาแดง เช็ดรอยเปื้อนด้วยแอมโมเนีย หรือซักด้วยน้ำส้มสายชูผสมน้ำ

- คราบเหงื่อ มี 3 วิธี

1. ขจัดได้โดยซักด้วยน้ำที่ผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อย หรือน้ำมะนาว

2. แช่ผ้าไว้ในน้ำยาซักผ้าที่ทำให้เจือจางในน้ำ จากนั้นซักได้ตามปกติ

3. ละลายแอสไพริน 2 เม็ดลงในน้ำ แล้วแช่ผ้าไว้สักครู่ จึงซักตามปกติ

- เลอะสี ปากกาเมจิค ถูด้วยน้ำมันสน แล้วนำไปซัก

- คราบปากกาลูกลื่น ใช้ฟองน้ำชุบแอลกอฮอล์เช็ดจนรอยเลอะจางลง แล้วจึงนำไปซัก

- คราบดินสอ ใช้ยาสีฟันป้ายลงบนรอยดินสอ แล้วขยี้

- รอยลิปสติก ใช้น้ำมันหมูทา แล้วจึงซักในน้ำสบู่ร้อนๆ หรือใช้ผงซักฟอกขาวโรยตรงรอยเปื้อนแล้วขยี้ แล้วจึงซักตามปกติ หรือใช้วาสลินถูตรงรอยเปื้อนแล้วนำไปซักตามปกติ หรือแช่ในน้ำผสมเกลือทิ้งไว้ 1 คืน จะทำให้รอยลิปสติกหายไป

- เลอะยางหญ้า ยางดอกไม้ นำไปซักในน้ำสบู่ที่ข้นและร้อน ถ้ายังไม่ออกใช้สารฟอกขาวช่วย

- เปื้อนหมากฝรั่ง อย่างที่รู้กันว่าเสื้อผ้าติดหมากฝรั่งนั้นซักยาก เคล็ดลับแสนง่าย คือการใช้ผ้าห่อน้ำแข็งมาประคบบริเวณรอยคราบ 5 นาที หมากฝรั่งจะเริ่มจับตัวเป็นก้อนแข็งจึงค่อยๆแกะออก หมากฝรั่งจะหลุดล่อนออกมาอย่างง่ายดาย โดยไม่ทิ้งใยเหนียวๆไว้เลย

- คราบเกลือ ทราย หรือคลอรีนบนชุดว่ายน้ำ ไม่ว่าจะว่ายน้ำทะเล หรือสระว่ายน้ำ ควรซักตากทันที เพราะคราบเหล่านี้อาจเกาะติดอยู่บนชุด ทำให้สีตกง่าย และเนื้อผ้าเสียเร็ว

- ผ้าเปลี่ยนสี ผ้าขาวที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีออกเหลืองเนื่องจากใช้มานาน เช่น ถุงเท้า ให้ใช้เปลือกไข่ป่นละเอียดใส่ลงไปในอ่างแช่ผ้า หรือแช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้สักครู่ จะช่วยให้ผ้ามีสีขาวขึ้น

(ขอบคุณผู้เอื้อเฟื้อข้อมูล : ร้านผ้าห้อมหอม ซักแห้ง และซักอบรีด www.phahomhom.com)