เธียร ทองลอย นักกีฬายิงธนูคนพิการทีมชาติไทย

บุคคลสนทนา

กว่า "เอก" หรือ "เธียร ทองลอย" จะได้มาเป็นนักกีฬายิงธนูคนพิการทีมชาติไทย ที่ได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันASEAN PARA GAMES ประเทศพม่า ในกีฬายิงธนู Compound โดยทำคะแนนได้ลำดับที่ 1 สกอร์รวม 1241 คะแนน

ผลงานที่ผ่านมาได้เหรียญเงิน จาก กีฬายิงธนู คลาส w2 ประเภททีมชาย เหรียญเงิน จากกีฬายิงธนู ประเภท Mix ชาย-หญิง ในการแข่งขัน Para-Archery World Ranking Tournament 2013 , Bangkok ชิงแชมป์เอเชีย ชีวิตเขาผ่านการต่อสู้มาแล้วมากมาย เอกเล่าให้ฟังว่า

"...ผมเป็นคนชุมพรมีพี่น้อง 5 คน ผมเป็นคนที่ 3 ทางบ้านมีฐานะยากจนเมื่อเรียนจบมัธยมชั้นปีที่ 3 ต้องเข้ามาทำงานอาศัยอยู่กับป้าในกรุงเทพฯ และศึกษาต่อจนจบระดับประกาศนียบัตร (ปวส.) สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ จากโรงเรียนมิตรผลพาณิชยการ กรุงเทพมหานคร จากนั้นก็ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ตอนอายุ 22 ปี เหลืออีก 2 เทอมจะสำเร็จการศึกษา ระหว่างเรียนก็ทำงานเป็นคนส่งเอกสารให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ผมประสบอุบัติเหตุขณะขับรถมอเตอร์ไซค์ ส่งผลให้ต้องตกอยู่ในสถานะคนพิการ กลายเป็นอัมพาตทอนล่าง ตั้งแต่เข่าลงไป ไม่สามารถเดินได้ตลอดชีวิต ครั้งแรกที่ผมรู้ว่าผมไม่สามารถเดินได้ตลอดชีวิต ผมคิดอยากฆ่าตัวตายเลยนะ ชีวิต 7 เดือน ที่ต้องนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ใช้ชีวิตแบบเปล่าประโยชน์ คิดว่าตัวเราเองไร้ค่ามาก เป็นภาระของแม่ เพราะพ่อผมเสียชีวิตไปแล้ว แม่ต้องคอยดูแล ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย ผมรู้สึกว่าทุกอย่างในชีวิตจบหมด ทั้งในเรื่องของการเรียนและการงาน...

...ออกจากโรงพยาบาล ผมต้องก็เริ่มใช้ชีวิตอยู่บนรถวีลแชร์ ออกมาอยู่บ้านเฉยๆ เสียเวลาไปวันๆไปโดยเปล่าประโยชน์ ผมเลยคิดว่าถ้ายังปล่อยชีวิตให้เป็นแบบนี้ต่อไป นอนรอให้คนมาทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนไม่มีชีวิต ผมจึงตัดสินใจเข้าไปพัฒนาตนเองที่ "ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน จ.ปทุมธานี" สังกัดประกันสังคม ฟื้นฟูอยู่ที่ศูนย์ประมาณ 2 ปี จึงได้เข้าทำงานในตำแหน่งครูสอนคอมพิวเตอร์และทำงานจนถึงปัจจุบัน โดยหน้าที่คือการให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐานแก่คนพิการที่เข้ามาฟื้นฟู ช่างซ่อม และประกอบคอมพิวเตอร์...

...จากที่ได้เข้ามาทำงาน และได้เจอคนที่พิการมากกว่าเรา ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองเป็นนั้นคือ แค่ "คนพิการ" ที่ไม่ได้มีอุปสรรคกับการใช้ชีวิตของเราเลย เมื่อเรายอมรับความจริงได้ว่าเราเป็นคนพิการ เราก็เริ่มวางแผนที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองต่อไป นั่นคือจุดเริ่มต้นของการสู้ชีวิตของตนเองอีกครั้ง พยายามทำทุกอย่างด้วยตนเอง ทำตัวเหมือนคนทั่วๆไป สิ่งที่เราเคยกังวลใจ อย่างเช่นกลัวว่าเวลาออกไปสู่สังคมภายนอก คงต้องมีคนมองว่าเราเป็นอะไร ออกมาทำโน่นทำนี่ให้ตัวเองลำบากทำไม เราก็แค่ทำใจให้ยอมรับแล้วเราจะรู้ว่าคำถามเหล่านั้นมาจากความคิดของตัวเราเอง จริงๆแล้วไม่มีใครมีเวลาว่างมากมายมาคอยจ้องจับผิดเราอย่างที่เรากังวล...

...จากอดีตที่เคยทำงานได้รายได้เดือนละ 20,000 บาท จนมาถึงวันนี้วันที่ครึ่งชีวิตที่เหลือคือคนที่ไปไหนมาไหนด้วยวีลแชร์ ผมบอกตัวเองเสมอว่า "คนเราล้มได้ แต่ต้องลุก ถ้าไม่ลุกคือคนที่ตายไปแล้ว" ปัจจุบันผมทำงานได้เดือนละ 13,000 บาท มีภรรยา มีบ้าน มีรถ มีทุกอย่างเหมือนคนปกติ สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ สิ่งนั้นคือความรักของครอบครัว แม่และภรรยา (หนึ่งฤทัย) ทุกคนเป็นกำลังใจที่ดี ภรรยาผมเป็นคนปกติ 6 ปีที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันมาผมมีความสุขมาก...

? "ความรัก" เป็นแรงบันดาลใจ เป็นยาที่รักษาใจ ทำให้ผมต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ผมรักในการเล่นกีฬาจึงตัดสินใจลงคัดเลือกตัวเป็นนักกีฬาคนพิการ โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมาได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ASEAN PARA GAMES ที่ ประเทศพม่า กีฬายิงธนู Compound โดยทำคะแนนได้ลำดับที่ 1 สกอร์รวม 1,241 คะแนน ผลงานที่ผ่านมาได้เหรียญเงิน จากกีฬายิงธนู คลาส W2 ประเภททีมชาย เหรียญเงิน จากกีฬายิงธนู ประเภท Mix ชาย-หญิง ในการแข่งขัน Para-Archery World Ranking Tournament 2013 , Bangkok ชิงแชมป์เอเชีย ก่อนที่จะนักกีฬายิงธนู ตนเองเป็นนักกีฬาแบดมินตันมาก่อน ผลงานที่ผ่านมามีดังนี้ เข้าร่วมการแข่งขัน 2 ชนิดกีฬา คนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 31 จ.เชียงใหม่ ประเภทกีฬาวีลแชร์แบดมินตัน คลาส 1 ได้รับเหรียญทอง ประเภทชายคู่ และเหรียญทองแดง ประเภทชายเดี่ยว ประเภทกีฬายิงธนู Compound ระยะ 50 เมตร ได้รับ 2 เหรียญทอง จากคลาส W2 เหรียญแรก ประเภทบุคคลชาย และอีกเหรียญจากคะแนนรวม 2 สกอร์ เหรียญทอง

ปี 2555 เหรียญทอง จากวีลแชร์แบดมินตัน ประเภทบุคคลคลาส W1 และเหรียญทองแดง จาก วีลแชร์แบดมินตัน ประเภทชายคู่ กีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 30 จังหวัดขอนแก่น ปี 2554 กีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 29 จังหวัดชลบุรี ได้รับเหรียญทองแดง จากวีลแชร์แบดมินตัน ประเภทบุคคล คลาส W1 และเหรียญทองแดง จากวีลแชร์แบดมินตัน ประเภทชายคู่ ปี 2552 กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 28 จังหวัดตรัง ได้รับเหรียญเงิน จากวีลแชร์แบดมินตัน ประเภทบุคคล คลาส W1 และเหรียญเงิน จากวีลแชร์แบดมินตัน ประเภทชายคู่ ปี 2552 กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ที่ จังหวัดพิษณุโลก ได้รับเหรียญทอง จากวีลแชร์แบดมินตัน ประเภทบุคคล คลาส W1 และเหรียญเงิน จากวีลแชร์แบดมินตัน ประเภทชายคู่ และเมื่อปี 2008 ได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬา ASEAN PARA GAMES โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จ.นครราชสีมา ได้รับเหรียญทองแดง ประเภทวีลแชร์แบดมินตัน บุคคลชาย

นอกจากนี้ยังเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 6 สาขาประกอบเครื่อง computer ได้รองชนะเลิศ ลำดับที่ 1 ปี 2552 เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 4 สาขา ประกอบเครื่อง computer ได้ชนะเลิศ ลำดับที่ 1 ปี 2550 เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 3 สาขาประกอบเครื่อง computer ได้รองชนะเลิศ ลำดับที่ 1 ปี 2548 เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 2 สาขาประกอบเครื่อง computer ได้รองชนะเลิศ ลำดับที่ 2 ความสำเร็จในชีวิตเกิดขึ้นจากการฝึกฝน ในการซ้อมตอนเช้าก่อนเข้างาน 07.30 น. และหลังเลิกงาน 18.30 น. ส่งผลให้ประสบความสำเร็จ "ขยันฝึกซ้อม" แล้วจะไปถึงเป้าหมาย...

...ผมคิดเสมอว่า "การเรียนไม่พิการ พิการเพียงกายภาพ ความคิดความตั้งใจของเราไม่ได้พิการ" ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจอยากเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จากพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทำให้แม่ภูมิใจ เมื่อทราบว่ารัฐบาลมีทุนเรียนฟรีให้คนพิการ ผมจึงตัดสินใจเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี ปัจจุบันนี้ผมเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 (หลักสูตรต่อเนื่อง) สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ ตอนแรกที่เข้ามาเรียนกับรุ่นน้องๆ ผมกังวลในเรื่องของความรู้ที่ห่างหายมานานถึง15 ปี แต่การเรียนสามารถนำมาปรับวุฒิในการทำงานได้ ตอนนี้โอกาสเข้ามาแล้ว ผมมีโอกาสในการเรียน ผมควรคว้าโอกาสนั้นไว้ อายุเป็นเพียงตัวเลขครับ ไม่สามารถวัดความสามารถและความรู้ของคนเราได้ ยิ่งผมพิการ ผมต้องขยันมากกว่าคนปกติ ต้องทำอะไรที่ต้องคูณสองตลอด น้องนักศึกษาร่วมห้องทุกคนให้ความช่วยเหลือ เราต่างแบ่งปันความรู้ให้กันและกัน ผมเรียนภาคสมทบ มีเวลาน้อย ต้อง "ตั้งใจเรียน" เตรียมตัวก่อนเข้าเรียน ที่สำคัญต้องจัดการกับเวลาให้ดี...

...สำหรับคนที่ตกอยู่ในสถานะเดียวกับผม สิ่งแรกที่ผมอยากให้คุณทำ คือต้องยอมรับความพิการให้ได้ สร้างกำลังใจให้ตนเอง อย่าตีตัวออกจากสังคม เตรียมกายใจให้พร้อม กางแขนรับโอกาสที่จะเข้ามา จำไว้ว่าชีวิตคนท้อไม่ได้ ถ้าท้อแรงบันดาลใจไม่มี สำหรับคนที่ร่างกายปกติ เมื่อไรที่คุณท้อ อย่าหนีปัญหา เพราะการรับมือกับปัญหา ท้าทายกับปัญหา ยิ่งทำให้ชีวิตคุณแกร่งขึ้น... "ทุกวันนี้สังคมไทยให้โอกาสกับคนพิการมากขึ้น เมื่อสังคมให้โอกาสแล้ว คว้าเอาไว้นะครับ จำไว้นะครับ คนที่ไม่สู้ คือคนที่หมดลมหายใจแล้วเท่านั้น"