ออนซอนหลาย ลายผ้าอีสาน

หัตถศิลป์ถิ่นไทย
ช่างภาพ: 

"ผ้าอีสาน" เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าและเป็นเอกลักษณ์ของภาคอีสาน โดยเฉพาะลายผ้าที่มีการถ่ายทอดจากบรรพชนสู่คนรุ่นปัจจุบัน

ผ้าทออีสานกลายเป็นหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงที่ถูกผลิตเพื่อเป็นอาชีพเสริมจากการทำนา ถึงแม้รูปแบบผ้าจะถูกปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับการใช้งานและตลาดผู้บริโภคในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงมีรากเหง้ามาจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สะท้อนให้เห็นบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ เป็นที่น่าเสียดายที่ปัจจุบันการทอผ้าในแถบภาคอีสานนั้นลดลง และมีแต่เฉพาะผู้สูงอายุที่ยังทอผ้าอยู่ อาจเป็นเพราะค่านิยมทางสังคมที่เปลี่ยนไป คนเริ่มเข้ามาใช้ชีวิตและทำงานในเมืองมากขึ้น ทำให้การทอผ้าไม่ได้รับการสืบทอดและพัฒนาต่อยอด

โครงการ "ออนซอนหลาย ลายผ้าอีสาน" ของ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จึงเกิดขึ้นเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่มุ่งรักษาและธำรงไว้ซึ่ง "เอกลักษณ์แห่งพื้นถิ่นของผ้าทออีสาน" รวมถึงการส่งเสริมและฟื้นฟู "การทอผ้าอีสาน" ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย สามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม กลุ่มชาวบ้านและกลุ่มแม่บ้าน ซึ่งเป็นผู้ทอผ้าอีสานให้ได้มีความเป็นอยู่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีพื้นที่ในการแสดงออกด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการสนับสนุนกลุ่มนิสิตนักศึกษาได้มีส่วนร่วมสร้าง "องค์ความรู้ใหม่" กับกลุ่มชาวบ้าน เพื่อร่วมกันออกแบบลวดลาย และผลิตผลงานผ้าทอในภาพลักษณ์ใหม่ แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของผ้าในแต่ละพื้นถิ่น โดยร่วมกับ 8 มหาวิทยาลัยทำกิจกรรมเวิร์คช็อปลงพื้นที่ปฏิบัติงานศึกษาออกแบบลวดลาย และร่วมผลิตผลงานผ้าจากลายที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มทอผ้าแต่ละท้องถิ่น

โจทย์ "ผ้าทอพื้นเมือง" ของ 11 ท้องถิ่นที่ได้แบ่งให้แต่ละสถาบันลงปฏิบัติงานกับกลุ่มชุมชน คือ "ผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ" โดยกลุ่มทอผ้าโฮลโบราณสีธรรมชาติ บ้านนาตัง อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เป็นของภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง อ.จารุพัชร อาชวะสมิต อ.นฤดี ภู่รัตนรักษ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา นักศึกษาผู้ปฏิบัติงาน คือ นางสาวณัฐนันท์ บุญสิทธิ์ นายจินตวัฒน์ นาคพันธ์ ใช้ชื่อผลงานว่า DROP IN THE OCEAN ด้วยความหลงใหลในเสน่ห์ของการ "ย้อมครามธรรมชาติ" และความรู้สึกของสีคราม ที่สื่อถึงความสุภาพ สงบ และสง่างาม ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในผลงาน นำเอาลายไหมลูกแก้วแบบดั้งเดิมมาปรับลาย โดยเน้นลายเส้นที่มีความเคลื่อนไหว และกำหนดสีสันที่เข้ากับยุคสมัย และสามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ทุกเพศทุกวัย

โจทย์ผ้าทอ "ผ้าไหมมัดหมี่ลายลูกแก้ว" ผ้าไหมทอแบบยกดอกเป็นลายนูนเล็กๆ บนผืนผ้าที่สวยงาม โดยกลุ่มรวมพลังพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นของภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง อ.จารุพัชร อาชวะสมิต อ.นฤดี ภู่รัตนรักษ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา นักศึกษาผู้ปฏิบัติงาน คือ นางสาวอทิตยา ชิตอรุณ นางสาวหัทยา ลัทธศักดิ์ศิริ โดยมีแนวคิดการออกแบบจากลวดลายผ้าทอมัดหมี่ของบ้านแม่ระเบียบนั้นมีความสวยงามและวิจิตรบรรจง แต่ตัวลายมีความเป็นผู้ใหญ่ที่อาจทำให้ไม่สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากนัก ดังนั้น จึงนำลายเดิมของผ้าทอที่มีลายค่อนข้างละเอียดซับซ้อนมาคลี่ลายคลายให้ดูง่าย โดยนำเอาความเป็น "กราฟฟิค" มาผสมผสาน และปรับโทนสีผ้าให้เป็นสีชมพูพาสเทลอ่อน ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น

โจทย์ทอผ้าขิดไหมที่ต้องอาศัยชั้นเชิงทางฝีมือเทคนิคการทอที่ซับซ้อน จากกลุ่มสตรีทอผ้าขิดไหม บ้านโพธิ์ค้ำ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นของสาขาวิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ.ปัณฑิตา ตันติวงศ์ (อ.จรัมชัย สิงคาลวณิช เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา นิสิตผู้ปฏิบัติงาน คือ นายพิชญ์ ภูมิสวัสดิ์ นางสาวชาคริยา ศูนย์กลาง แนวคิดการออกแบบมาจากลายผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพเงาสะท้อนแสงไฟหลากสีในงานวัดบนผิวน้ำ ให้ความรู้สึกประทับใจในความสนุกสนานเถิดเทิง บันเทิงเริงใจสไตล์บ้านทุ่งของชาวอีสาน ถูกนำมาประยุกต์เข้ากับ "ลายคลื่นเสียง" (Amplitude) ที่ปรากฏในเครื่อง Amplifier กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่จะทำให้ "ผ้าขิดไหม" สามารถกลายเป็นผ้าที่วัยรุ่นสามารถสวมใส่ได้ในสไตล์ Streetwear

ผ้าฝ้ายลายไข่มดแดง ลายผ้าที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิประยุกต์มาจาก "ไข่มดแดง" อาหารเด็ดของภาคอีสาน เป็นโจทย์ทอผ้าของสาขาวิชาออกแบบสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ อาจารย์ที่ปรึกษา อ.ศิริอร วณิชโชตยานนท์ อ.พีรยา สระมาลา นักศึกษาผู้ปฏิบัติงาน คือ นางสาวปิยะนุช พิพัฒนกุล นางสาวอมรรัตน์ แก้วไชโย แนวคิดนั้นต้องการให้ชนรุ่นหลังในพื้นที่ได้รู้จัก "ไข่มดแดง" อาหารพื้นถิ่น ซึ่งมีจำนวนลดลง เนื่องมาจากการรุกล้ำถิ่นที่อยู่อาศัยของมดแดง ถูกนำเอามาเป็นไอเดียตั้งต้นในการสร้างลวดลายให้มีความทันสมัย โดยเน้นการใช้สีธรรมชาติดั้งเดิม และนำเอาเส้นด้ายแฟนซีที่มีลักษณะคล้ายไข่มดแดงมาใช้ในการออกแบบ เพื่อทำให้ผืนผ้ามีความเงางามและมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น

ผ้าฝ้ายย้อมครามทอมือที่ย้อมด้วยน้ำครามสีธรรมชาติที่ได้จากต้นคราม จากศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านวัดธาตุประสิทธิ์ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เป็นโจทย์ทอผ้าของภาควิชาวิทยาการสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจารย์ที่ปรึกษา คือ อ.อโนทัย ชลชาติภิญโญ อ.พิธาลัย ผู้พัฒน์ ส่วนนิสิตผู้ปฏิบัติงาน คือ นางสาวอลีนา อิทธิไพศาล นางสาวเจนจิรา เหลืองวัฒนะ แนวคิดการออกแบบมาจาก "น้ำคราม" ในอ่างย้อม เมื่อผสมผงครามกับน้ำปูนขาวลงไป จะเกิดเป็นฟองขึ้นมากมายไปตามขอบอ่าง ถูกหยิบยกมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างลายที่แหวกขนบการออกแบบ เป็นลายที่ไม่เป็นระเบียบ มีการรวมกันทั้งลายเล็กและลายใหญ่ไปทั่วทั้งผืนผ้า

ผ้าซิ่นตีนแดงโดยกลุ่มบ้านแวง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นของภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาจารย์ที่ปรึกษา อ.ปาริชาติ ศรีสนาม อ.สายฝน จำปาทอง นักศึกษาผู้ปฏิบัติงาน คือ นายศศิพงษ์ บันรัมย์ นางสาวมยุรภรณ์ โตยิ่ง ใช้ชื่อผลงานทอผ้าว่า "ลายบารายน้ำใจแวง" แนวคิดการออกแบบได้จากความเป็นมาของชื่อหมู่บ้าน ที่มีหนองน้ำ ขนาดใหญ่อยู่กลางหมู่บ้านและมีต้นแวงขึ้นอยู่รอบๆหนองน้ำ และความรู้สึกประทับใจในความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชน ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างลวดลาย โดยมีการประยุกต์ลายโบราณอย่าง ลายขอและลายดอกแก้ว มาใช้ในการสร้างสรรค์ลวดลายใหม่ที่ใช้สื่อความหมายในเชิงสัญลักษณ์ได้อีกด้วย

ผ้าไหมมัดหมี่ โดยกลุ่มทอผ้าบ้านแฝก อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา เป็นโจทย์ทอผ้าของสาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์ที่ปรึกษา คือ อ.วิทวัน จันทร อ.วุฒิไกร ศิริผล อ.เกษหทัย สิงห์อินทร์ นักศึกษาผู้ปฏิบัติงาน คือ นางสาวรังสิมา แสงวณิช นางสาวอัจฉราภรณ์ ศักดาวงศ์เสรี ได้รับแรงบันดาลใจของลายผ้านี้จากความเขียวชอุ่มของ "เขาใหญ่" ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นความงามทางธรรมชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และไม่ว่าจะไปเยือน "เขาใหญ่" ในช่วงเวลาใดก็ตาม สิ่งที่สัมผัสได้ในทุกครั้ง นั่นคือ "ความงามที่คงอยู่ตลอดเวลา" แม้เวลาจะเปลี่ยนแปลงไป นอกจากการสร้างลวดลายที่ให้ความรู้สึกดังกล่าวแล้ว ยังใช้เทคนิคการเพ้นท์ไล่สี เพื่อให้เห็นถึงความสมจริงและความเป็นธรรมชาติ

ผ้าไหมลายหางกระรอก ผ้าทอที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนครราชสีมา โดยกลุ่มแม่บ้านวิสาหกิจชุมชนคึมมะอุสวนหม่อน อำเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา เป็นโจทย์ทอผ้าของ สาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์ที่ปรึกษา คือ อ.วิทวัน จันทร อ.วุฒิไกร ศิริผล อ.เกษหทัย สิงห์อินทร นักศึกษาผู้ปฏิบัติงาน คือ นายศุภฤกษ์ ม่วงทับ นางสาวกมลชนก แสนโสภา จากการลงพื้นที่ พบว่า กลุ่มแม่บ้านมีผลิตภัณฑ์ผ้าพันคอไหมที่มีลวดลายลวงตา ซึ่งแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอื่นๆ จึงนำมาประยุกต์เข้ากับงานออกแบบของลัทธิศิลปะแบบ Op Art ที่เป็นการสร้างมิติลวงตา โดยใช้ทัศนาธาตุต่างๆ สู่การสร้างลวดลายแบบหางกระรอกที่ในมุมมองใหม่ มีความตื้นลึกของลาย และสร้างความน่าสนใจด้วยความรู้สึก "ลวงตา"

ผ้าไหมมัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติ สีสันสวยแปลกตา ของกลุ่มทอผ้าบ้านหนองหญ้าปล้อง อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น เป็นโจทย์ของคณะศิลปประยุกต์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อาจารย์ที่ปรึกษา คือ อ.กัญญา จึงวิมุติพันธ์ อ.เทพิญ แก้ววรสูตร อ.สุภลัคน์ นิสวงศ์ นักศึกษาผู้ปฏิบัติงาน คือ นายกฤษฎา นุสันรัมย์ นางสาวอทิตยา พิมพาเพียร ใช้ชื่อผลงานว่า "ลายหมี่เกล็ดเต่ามงคล" โดยได้แนวคิดการออกแบบมาจาก "เต่าเพ็ก" เป็นเต่าที่มีชื่อเสียงในอำเภอมัญจาคีรี เชื่อว่าเป็นเต่าศักดิ์สิทธิ์มาแต่โบราณ ลายบนกระดองเต่าเพ็กถูกนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง "ลายหมี่เกล็ดเต่ามงคล" ที่สื่อถึงลวดลายที่ปกป้อง คุ้มครอง และสอดคล้องกับการใช้ผ้าไหมที่ย้อมสีธรรมชาติที่ช่วยให้ผู้สวมใส่ปลอดภัยจากสารเคมี

ผ้าไหมกาบบัว ลายผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัดอุบลราชธานี โดยกลุ่มสตรีสหกรณ์บ้านปะอาว อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โจทย์ทอผ้าของคณะศิลปประยุกต์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อาจารย์ที่ปรึกษา คือ อ.กัญญา จึงวิมุติพันธ์ อ.เทพิญ แก้ววรสูตร อ.สุภลัคน์ นิสวงศ์ นักศึกษาผู้ปฏิบัติงาน คือ นางสาวสุภาภรณ์ สมาคม นางสาววิภาดา นำระนะ ใช้ชื่อชื่อผลงานว่า "โขงปูน มูลคราม" โดยมีแนวคิดการออกแบบมาจาก"โขงสีปูน มูลสีคราม" ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แม่น้ำไหลรวมกัน การไหลรวมของน้ำสื่อถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ฟองอากาศในน้ำที่ผุดขึ้นจากใต้น้ำมาสู่ผิวน้ำ เปรียบได้กับผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี ผ้าโขงปูน มูลคราม จึงเป็นผ้าที่ใช้เทคนิคการทอที่หลากหลายในผืนเดียวกันและสามารถระบายอากาศได้ดี

ผ้าไหมแพรวา (ราชินีแห่งไหม) ทอประดิษฐ์ลวดลายด้วยการขิด และการจก พร้อมเทคนิคพิเศษอื่นๆ โดยกลุ่มทอผ้าบ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นโจทย์ของสาขาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจารย์ที่ปรึกษา คือ อ.ชนัษฎา จุลลัษเฐียร อ.ชวนพล น่วมสวัสดิ์ นักศึกษาผู้ปฏิบัติงาน คือ นางสาวกมลชนก แสนสุข นายทวีศักดิ์ จัตุวัน ใช้ชื่อผลงานว่า "มูน มัง ล้ำ ค่า แพรวากาฬสินธุ์" โดยได้แนวคิดการออกแบบผ้าไหมแพรวามาจากวิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชาวภูไทตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ถ่ายทอดออกมาเป็นลวดลายบนผืนผ้าที่สื่อถึงความเชื่อทางศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีกรรม การละเล่นต่างๆในท้องถิ่นที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของหมู่บ้านชาวภูไท นอกจากนี้ ยังเลือกใช้เทคนิคการทอสมัยใหม่ให้เกิดความเรืองแสงระยิบระยับให้กับผ้าแพรวา

ชุติมา ดำสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร จิม ทอมป์สัน เปิดเผยว่า ในปี 2556 นี้ "จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม" ได้สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมที่มุ่งส่งเสริมและฟื้นฟู "ผ้าทออีสาน" โดยมุ่งเน้นไปยังกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสและเรียนรู้ "ผ้าทอพื้นเมืองอีสาน"และเพื่อให้เยาวชนเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริม ฟื้นฟูและสานต่อคุณค่าของผ้าทออีสานนี้ให้คงอยู่สีบไป ภายใต้ชื่อโครงการ "ออนซอนหลาย ลายผ้าอีสาน" โดย "ผ้าทอพื้นเมือง" ทั้ง11 พื้นที่ สะท้อนความงดงามที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นได้อย่างลงตัว จากนั้นจะนำผลงานผ้าทอทั้งหมดมาจัดแสดงในงาน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ทัวร์ 2556 เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ"

อนัญญา เค้าโนนกอก ตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งได้รับการยกย่องจากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศให้เป็นครูช่าง พ.ศ. 2554กล่าวว่า "ผ้าทอพื้นเมืองอีสานมีความเป็นเอกลักษณ์ และถือเป็นมรดกอันล้ำค่าของภาคอีสาน โดยเฉพาะลายผ้าที่มีการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นความภาคภูมิใจของผู้ทอในการธำรงรักษาซึ่งเอกลักษณ์นี้ไว้ ในการร่วมงานกับ จิม ทอมป์สัน ในโครงการออนซอนหลาย ลายผ้าอีสานนี้ ผู้ทอได้มีโอกาสทำงานร่วมกับกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ในฐานะนักออกแบบ ซึ่งทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ในการทอผ้าอีสาน ทั้งในมิติของวัฒนธรรมและมิติของงานออกแบบ รวมถึงได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานและมุมมองในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ระหว่างผู้ทอกับนักออกแบบรุ่นใหม่ทุกคน โดยเมื่อจบโครงการนี้แล้ว ผู้ทอยังสามารถนำลายดังกล่าวไปผลิตและจำหน่ายเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับท้องถิ่นของตนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต"

ทั้งนี้ ผลงานผ้าทอที่แล้วเสร็จของทุกทีมจะได้รับการนำมาจัดแสดงนิทรรศการภายในงาน "จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ทัวร์ 2556" ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2556 - วันที่ 12 มกราคม 2557ณ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา