เพิ่มเสน่ห์มือเนียนนุ่มเรียวเล็บสวย

ปกิณกะความงาม

มือเนียนนุ่ม เรียวเล็บสวย คือเสน่ห์ของผู้หญิงอย่างหนึ่งที่ผู้ชายหลายคนประทับใจ ด้วยเหตุนี้เอง วาสลีน ครีมบำรุงมือ และเล็บ จึงได้เชื้อเชิญ พญ.วชิรา รุทระวณิช ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจาก Rampada International Skin Clinic มาแนะนำเทคนิคการดูแลมือ และเล็บ เพื่อให้มีสุขภาพดี เติมเต็มเสน่ห์ให้กับสาวๆค่ะ

รู้จักโครงสร้างผิวมือและเล็บ

โครงสร้างผิวมือและเล็บ แตกต่างจากผิวส่วนอื่น...

ผิวมือ...มีความหนากว่าผิวส่วนอื่นๆ เพราะต้องสัมผัสกับสิ่งต่างๆทุกวัน ทั้งถือ ทั้งจับสิ่งของ ทำให้เสี่ยงการแพ้ระคายเคืองได้ สังเกตสุขภาพผิวมือได้ง่ายๆ ด้วยการสัมผัสไปที่ผิวมือ ต้องมีความนุ่มเนียน และไม่ลอกแตก

เล็บมือ...เคราตินหรือโปรตีน ชนิดแข็งที่หนาขึ้นมา ไม่หลุดลอกออกไปได้ตามกาลเวลาเหมือนชั้นผิว ที่มีการผลัดเซลล์ผิวอยู่เสมอ จึงควรรักษาให้มีสุขภาพดี สาวๆสังเกตเล็บมือของตัวเองได้ว่า หากมีสีแดงอมชมพูเรื่อๆตามธรรมชาติ อันเป็นสีของเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงใต้เล็บ นั่นแสดงว่า สาวๆมีเล็บสุขภาพดีกันแล้ว

สัญญาณสุขภาพไม่ดี ของผิวมือและเล็บ

มือที่เหี่ยวแห้ง หยาบกระด้าง หรือลอกเป็นขุย เพราะอยู่ในห้องแอร์นานๆ หรือสัมผัสกับสิ่งต่างๆโดยตรง ไม่ใส่ใจดูแล และขาดการบำรุง รวมทั้งพฤติกรรมความเคยชิน เช่น การใช้เล็บแกะเกาหรือข่วนกับวัตถุที่มีความหนา ทั้งโดยจะเจตนาและไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็สามารถทำให้เล็บเปราะ หัก สีเล็บเปลี่ยนเป็นสีเขียว สีม่วง หรือมีจุด

บ้างมีอาการบวมแดงรอบเล็บ เล็บขรุขระมีเส้นสีน้ำตาล มีเหตุจากการทำร้ายเล็บรุนแรง จนถึงขั้นเล็บหลุดร่อน หรือเกิดจากการแยกออกจากฐานเล็บและตัวเล็บที่หนาขึ้น นอกจากนั้นการปล่อยปละให้เล็บยาว มีการหมักหมมของเชื้อโรค หรือไปสัมผัสกับสิ่งต่างๆ มีของไม่พึงประสงค์ติดตามเล็บ ก็เป็นสัญญาณเตือนว่า สุขภาพเล็บกำลังแย่

พฤติกรรมผิดๆ การดูแลผิวมือและเล็บ

ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง บอกว่า สาวๆส่วนใหญ่มักไม่ใช้ครีมบำรุงผิวมืออย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ปัจจุบันมักจะล้างมือบ่อย หลังจากสถานการณ์ไข้หวัดนก จึงทำให้ผิวมือแห้ง แตก และมีริ้วรอยเกิดขึ้น คุณหมอจึงฝากเพิ่มเติมว่า อย่ามัวแต่ดูแลผิวหน้าและคอ จนกระทั่งละเลยผิวมือและเล็บกัน

เสริมสุขภาพมือและเล็บ จากภายในสู่ภายนอก

มือและเล็บจะสวยสุขภาพดี ควรดูแลทั้งภายในและภายนอก เริ่มสร้างสุขภาพดีภายใน ดังนี้ 1. ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน 2. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะวิตามินบี 2 เป็นวิตามินช่วยให้เล็บแข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย มักพบมากในตับสัตว์ นม เนย ถั่ว ผักใบเขียว ปลา และไข่ รวมถึงอาหารประเภทธัญพืช อย่างพวกเมล็ดทานตะวัน ฟักทอง ป้องกันจุดด่างขาว ที่เกิดขึ้นบริเวณเล็บมือ ส่วนอาหารทะเล เนื้อสัตว์ อุดมด้วยแร่สังกะสี ช่วยป้องกันการติดเชื้อของเล็บ พร้อมเน้นรับประทานทานผักผลไม้

การเพิ่มเสน่ห์จากภายนอก ดังนี้ 1. ทำความสะอาดมือและเล็บอย่างถูกวิธี ด้วยการใช้แปรงขนนุ่มๆ กับสบู่อ่อนๆ ถูเบาๆ และถูด้านในซอกเล็บด้วย ซึ่งเป็นบริเวณสะสมของเชื้อโรค แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น 2. ตัดเล็บมือเป็นประจำสัปดาห์ละครั้ง ไม่ควรตัดชิดผิวหนังส่วนปลายนิ้ว เพราะอาจทำให้เป็นแผล หรือตัดเล็บลงซอกข้างเล็บมากเกินไป เพราะจะทำให้เล็บขบ 3. เลิกพฤติกรรมทำร้ายเล็บ โดยไม่กัด แกะเล็บ งัดแงะสิ่งของแข็งๆ หรือใช้ยาทาเล็บตลอดเวลา ควรเลือกใช้ยาทาเล็บที่มีคุณภาพ ที่ไม่ทำให้เล็บเหลือง และควรปล่อยให้เล็บหายใจบ้าง และ 4. บำรุงผิวมือและเล็บ ด้วยการทาโลชั่นทุกครั้งหลังล้างมือ แล้วควรฝึกให้เป็นนิสัย เพื่อให้มือเนียนนุ่มและเล็บมีสุขภาพแข็งแรง พร้อมเผชิญกับมลภาวะรอบด้าน

ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมือและเล็บ

ด้วยผิวมือหนากว่าผิวกาย เล็บต้องการบำรุงอย่างล้ำลึก การบำรุงผิวด้วยโลชั่นอย่างเดียว ไม่เพียงพอต่อการปกป้องและบำรุง การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ บำรุงผิวมือและเล็บที่เหมาะสม จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรเป็นครีมบำรุงมือและเล็บ ที่ปกป้องพร้อมบำรุงในหนึ่งเดียว โดยผ่านการพิสูจน์อย่างดีแล้วว่า สามารถให้ทั้งการบำรุงผิวมืออย่างล้ำลึก ลดการสะสมของแบคทีเรีย มีส่วนผสมของสารอาหารที่จำเป็น 5 ชนิด พร้อมเนื้อครีมบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ และปราศจากแอลกอฮอล์

เมื่อมั่นใจกับการดูแล ทั้งผิวมือและเล็บ ให้มีสุขภาพดีแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าร้านทำเล็บ เพื่อเพ้นท์เล็บหลากสไตล์ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง พญ.วชิรา เสริมอีกว่า ก่อนเข้าใช้บริการร้านทำเล็บ ควรดูให้ดีถึงมาตรฐาน ด้านความสะอาดของร้าน รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ เพื่อสุขอนามัยที่ดี พร้อมแชร์เทรนด์การเพ้นท์เล็บ 3 สไตล์

สไตล์ที่ 1 : Simply French Manicure

เพ้นท์เล็บสไตล์ French แบบเบาๆ ที่โชว์เรียวเล็บสุขภาพดี ที่มีความโดดเด่น กับการเล่นสีสัน 2 ชั้นสี ด้วยโทนสีน้ำเงินและสีเงิน ตรงบริเวณปลายเล็บ พร้อมเพิ่มลูกเล่น ด้วยสติ๊กเกอร์สีเงินวาว ตัดระหว่างชั้นสี ทำให้มือดูไบร้ท์มากขึ้น

สไตล์ที่ 2 : Sassy Star

เหมาะกับสาว กลิตเตอร์ เลิฟเวอร์ เพราะเน้นเรื่องความวิบวับ ตั้งแต่การเลือกใช้สีทาเล็บแบบกลิตเตอร์ ที่ผสมระหว่างสีม่วงและสีชมพู ตรงบริเวณปลายเล็บ แถมเพิ่มความโดดเด่น ด้วยลูกเล่นพิเศษ กับคริสตัลชวารอฟสกี้และดาวสี

และ สไตล์ที่ 3 : Summer Sakura

สไตล์ Summer Sakura ได้แรงบันดาลใจจากดอกซากุระ ที่กำลังเบ่งบานอยู่ในประเทศญี่ปุ่น โดยการนำเทคนิคการวาดภาพมาวาด มาทำให้เป็นลวดลายของดอกซากุระ ในโทนสีชมพูสุดหวานบนเล็บ พร้อมเพิ่มลูกเล่นด้วยกิ่งก้าน กับการลงเส้นสีดำให้ดูเหมือนจริง เหมาะกับสาวคาวาอิ เกิร์ลอย่างมากค่ะ

แม้ว่า...จะทำเล็บให้สวยขึ้นแล้ว ก็อย่าลืมพักเล็บให้หายใจบ้าง แล้วไม่ควรทาเล็บติดต่อกัน แค่นี้...ก็มีเสน่ห์ทั้งมือและเล็บ จนใครๆอยากสัมผัส