สมาร์ทเลดี้

คิดเห็นประเด็นข่าว

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เทรนด์คลั่งอยากผอมกำลังระบาดอยู่ในกลุ่มเด็กสาวอเมริกัน ดีกรีถึงขั้นต้องผอมขนาดเมื่อยืนตรงเท้าทั้งสองข้างชิดกัน ระหว่างต้นขาทั้งสองต้องมี ช่องว่าง ให้มองเห็นเด่นชัด ตามเฟซบุ๊คต่างมีเด็กสาวโพสต์ภาพเรียวขา พร้อมข้อความเชียร์ให้ผู้คนหันมาลดน้ำหนัก ขณะที่บรรดานักวิชาการและจิตแพทย์ต่างออกมาเตือนว่า แนวคิดเช่นนี้อันตราย และจะส่งผลร้ายต่อภาวะอารมณ์ กลายเป็นโรคซึมเศร้า หรือบางรายฆ่าตัวตายเพราะไม่สมหวัง

แชนนอน สแน็ปป์ นักสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยอริโซน่า ออกมาตำหนิสื่อ ทั้งนิตยสาร รายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ ที่ต่างมีส่วนในการเผยแพร่ความปรารถนาอยากผอมและเรียกร้องให้ผู้บริโภคช่วยกันหยุดซื้อ หยุดสนับสนุนสื่อเหล่านั้น ที่เป็นตัวการฝังชิปในสมองในกลุ่มเด็กผู้หญิงและสาวๆว่า ถ้าต้องการความสำเร็จและอยากเป็นที่ชื่นชอบ เธอต้องมีรูปร่างผอมทุกๆส่วน ยกเว้นหน้าอก เช่นเดียวกับ นาตาลี โบวีโร่ นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยซาน โฮเซ่ ที่เห็นว่า การที่เด็กสาวมุ่งมั่นไปสู่การทำให้ตนเองผอมก็เพราะต้องการเป็นที่ยอมรับในสังคม ซึ่งมีวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับความเซ็กซี่และขนาดรูปร่าง มันเป็นเสมือนทรัพย์สินที่พวกเธอสามารถทำให้เพิ่มมูลค่าทางสังคมให้กับตนเองได้ ด้าน บาร์บาร่า กรีนเบิร์ก นักจิตวิทยาคลินิกได้เตือนว่า ความพยายามในการทำให้ผอมถึงกับเห็นช่องว่างระหว่างต้นขา อาจทำให้หลายคนฝันสลาย เพราะสำหรับบางคนต่อให้ออกกำลังกายหรืออดอาหารแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำให้เป็นเช่นนั้นได้ ในเมื่อมันขึ้นกับโครงสร้างของกระดูกแต่ละคน ซึ่งหากเด็กสาวคนใดพยายามทำในสิ่งที่ไม่สามารถเป็นจริงได้ ก็จะนำไปสู่อาการซึมเศร้าและเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายในที่สุด

เดอะเซ็นเตอร์ ฟอร์ อเมริกัน โปรเกรส เผยผลสำรวจสรุปว่า รัฐหลุยเซียนาคือรัฐที่มีสภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ที่สุดสำหรับผู้หญิง มีผู้หญิงมากกว่าร้อยละ 22 ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ยากจน ส่วนรัฐที่มีคะแนนนำโด่งว่าเป็นรัฐที่ดีที่สุดที่ผู้หญิงจะใช้ชีวิตและทำงาน กลับเป็นรัฐแมรีแลนด์ โดยมีคะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 ในเรื่องของผู้หญิงที่มีโอกาสก้าวขึ้นไปนั่งในตำแหน่งผู้นำองค์กรภาครัฐและเอกชน สำหรับรัฐในสหรัฐที่ติดอันดับรัฐที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิง 5 อันดับแรกมี ฮาวาย เวอร์มอนต์ แคลิฟอร์เนียและเดลาแวร์ ส่วนรัฐที่อยู่ใน 5 อันดับรั้งท้าย ได้แก่ ยูทาห์ โอคลาโฮมา อลาบามา และมิสซิสซิปปี้

หลิว เหวิน นางแบบสาวจากจีนแผ่นดินใหญ่ วัย 25 เจ้าของความสูง 179 เซนติเมตร น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ขึ้นแท่นเป็นซูเปอร์โมเดลเอเชียคนแรกที่ติดอันดับนางแบบค่าตัวแพงที่สุดในโลกของฟอร์บส์ ด้วยสถิติ 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกวาดตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ดังมากมาย เบื้องหลังความสำเร็จคือแม่สนับสนุนให้เข้าสู่เวทีนางแบบแต่เด็กแล้วไต่เต้าสู่การเป็นนางแบบมืออาชีพ เป้าหมายต่อไปถ้าเป็นไปได้คือการเข้าสู่วงการบันเทิง แต่ตอนนี้หลิวยังสนุกกับวงการแฟชั่นเพราะมีงานหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยคุณสมบัติ ความเป็นมืออาชีพ ตรงต่อเวลา ติดดิน เข้ากับคนง่ายและตรงไปตรงมา

รัฐบาลพม่าอนุญาตให้จัดประกวด มิสยูนิเวิร์ส เมียนมาร์ 2013 หลังจากว่างเว้นมานานถึง 53 ปี โดยก่อนหน้านี้เคยจัดประกวดมาแล้ว 3 ครั้งตั้งแต่ ค.ศ.1958-1960 และมีอันต้องหยุดไปเพราะปัญหาการเมืองในประเทศ งานนี้สร้างความตื่นเต้นทั้งคนดูคนตัดสินและสื่อมวลชนที่พร้อมใจกันยกโขยงไปทำข่าวรอบตัดสิน ณ โรงละครแห่งชาติ กรุงย่างกุ้ง บัตรเข้าชมการประกวดทั้ง 900 ที่นั่ง หมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว ในบรรดาแขกวี.ไอ.พี.ที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานมี สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ มาเป็นที่ปรึกษาให้กับกองประกวดอย่างใกล้ชิด โดยมีชุดว่ายน้ำ ชุดชั้นใน และรองเท้า ตลอดจนทีมแต่งหน้าระดับมืออาชีพ

แบรนด์สัญชาติไทยอย่าง บีเอสซี ของ บริษัทไอซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล มาเป็นสปอนเซอร์ให้ตลอดรายการ แต่มีข้อแม้ว่าชุดว่ายน้ำต้องเป็นแบบวันพีซ ไม่มีทูพีซและบิกินี่ และมีผ้าคลุมช่วยลดความประเจิดประเจ้อให้ด้วย

งานนี้จัดหนักจัดเต็มถึง 4 ชั่วโมง ตั้งแต่การฉายวีทีอาร์แนะนำประวัติความเป็นมาของการประกวดนางงามพม่า วีทีอาร์เชิดชู แม่หญิงอองซาน ซูจี การแสดงทางวัฒนธรรม สร้างสีสันด้วยนักร้องระดับซุป' ตาร์ของพม่า และไม่ลืมฉากงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวดังเพื่อการโฆษณาประเทศ ต่อด้วยการเดินโชว์ตัวของเหล่าสาวงามชาวพม่า 20 คน ทั้งในชุดว่ายน้ำ และชุดราตรี ตบท้ายด้วยรายการตอบคำถาม ผลการตัดสินสาวงามผู้คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส เมียนมาร์ 2013 ไปครอง ได้แก่ โม แซด วาย วัย 25 ปี เจ้าของความสูง 177 เซนติเมตร จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลูเทอรัน สหรัฐอเมริกา พูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน นอกจากมงกุฎเพชร สายสะพายแล้ว เธอยังได้รับเงินรางวัล 340,000 บาท และรถยนต์ฮอนด้า ฟิด พร้อมเป็นตัวแทนสาวพม่าเดินทางไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย โม แซด วาย กล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจในตำแหน่งงามงาม และดีใจที่จะได้เป็นตัวแทนของประเทศไปประกวดระดับนานาชาติ ส่วนเงินรางวัลที่ได้จะมอบให้พ่อแม่ และนำเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญทอดกฐิน รวมทั้งตั้งใจจะอุทิศตนในการทำงานเพื่อสังคมด้วย

 

สำนักงานอัยการสูงสุดของไทยได้จัดงานยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กเพื่อเป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณและเทิดพระเกียรติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ทรงงานเพื่อปวงชนชาวไทยโดยเฉพาะด้านสิทธิเด็กและสตรี และกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาเรื่องนี้ให้มากขึ้น

ภายในงานนอกจากจะมีการมอบรางวัลครอบครัวต้นแบบยุติความรุนแรงดีเด่น ประจำปี 2556 ยังมีการเสวนาอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดย นายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า ที่ผ่านมาพบว่าเหยื่อผู้ถูกกระทำความรุนแรงเกิดได้ทุกชนชั้น ไม่ว่าจะรวยหรือจน เพราะเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในตัวทุกคน จากเคสที่ผ่านมาผู้กระทำที่เป็นชายมักจะเลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิงผมยาว

รวมถึงคนขี้กลัว ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง และเมื่อเจาะลึกลงไปก็จะพบว่า ทุกเคสเหยื่อมักจะมีลักษณะอ่อนแอทำให้ถูกทำร้ายได้ง่าย เช่น กรณีการคุกคามทางเพศในที่ทำงานระหว่างนายกับลูกน้องที่มีข่าวออกมาอยู่เสมอ เหมือนเป็นการแสดงอำนาจออกมา เพราะลูกน้องมักไม่กล้ากับผู้บังคับบัญชา นอกจากนี้อาชีพอย่างพยาบาลเป็นอาชีพที่ถูกกระทำมากที่สุด จากคนไข้และญาติ ไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือการกระทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน

นายแพทย์ชาญวิทย์ยังแนะนำว่า การป้องกันปัญหาที่ง่ายที่สุดก็คือ ผู้หญิงควรลุกขึ้นมาทำตัวเองให้เข้มแข็งพร้อมเผชิญปัญหา ไม่มีบุคลิกอ่อนแอ จะเป็นการป้องกันตนเองได้ทางหนึ่ง

ขณะที่ คุณชายเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กและสตรีเป็นสาเหตุเชื่อมโยงกับปัญหาอื่นๆทั้งความยากจน วัฒนธรรมและจิตวิทยา เด็กที่ถูกกระทำก็มีโอกาสที่จะไปกระทำต่อได้ จึงควรจะต้องตัดวงจรเสียตั้งแต่ต้น นโยบายที่ดีที่สุดคือต้องเร่งให้ความรู้และมาตรการช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเพื่อจำกัดและกำจัดผลร้ายที่จะมีต่อเหยื่อไม่ให้เข้าสู่กระบวนการความรุนแรงอีก โดยการให้ทักษะการใช้ชีวิตและให้เครือข่ายช่วยเฝ้าระวัง มีส่วนร่วมในการดูแล

กรมการขนส่งทางบกอยู่ในระหว่างจะสานต่อโครงการเลดี้ แท็กซี่ เพื่อเป็นทางเลือกในการให้บริการแท็กซี่สำหรับผู้หญิงเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้หญิงสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยทั้งผู้โดยสารและคนขับรถคาดว่าจะสามารถหารือให้ได้ข้อสรุปในปีนี้ โดยก่อนหน้านี้เคยมีการรวมกลุ่มเปิดบริการแท็กซี่สำหรับผู้หญิงแล้ว เช่นที่จังหวัดเชียงใหม่ มีคนขับเป็นผู้หญิง คิดค่าบริการในอัตราเหมาจ่ายตามสถานที่ต่างๆ เริ่มต้น 150 บาทต่อ ครั้ง สำหรับตัวเมือง แต่หากออกนอกเมืองหรือเดินทางไปต่างจังหวัดจะมีอัตราค่าบริการระหว่าง 200-9,000 บาท

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เปิดตัวโครงการสมาร์ทเลดี้ หวังเป็นอีกหนึ่งเวทีในการดึงศักยภาพความเข้มแข็งของสุภาพสตรีมาใช้ชีวิตร่วมกันถ่ายทอดสดผ่านเรียลริตี้โชว์ทางช่องทรูวิชั่น และโมเดิร์นไนน์ทีวี เร็วๆนี้

แต่สมาร์ทเลดี้ตัวจริงเสียงจริงเวลานี้ ที่กลายเป็นขวัญใจพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ไม่มีใครเกินทีมวอลเลย์บอลสาวไทยชุด คว้าแชมป์เอเชีย 2013 นำโดย วิลาวัณย์ อภิญญาพงษ์ กัปตันทีม อีกแล้ว กระแสฟรีเว่อร์ส่งผลให้มีแฟนคลับคอยติดตามให้กำลังใจทั้งในและนอกสนามอย่างท่วมท้น จนยอดกดไลค์ในเฟซบุ๊คแฟน เพจของ 12 นักตบลูกยางสาวไทยชุดแชมป์เอเชียมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก โดยจากการสำรวจ ซาร่า-นุศรา ต้อมคำ มือเซตระดับโลกมีแฟนคลับกดไลค์มากที่สุดถึง 1.3 ล้านคน และทั้งทีมยังถูกยกให้เป็นแบบอย่างของความรักความสามัคคีที่คนไทยต่างโหยหาอีกด้วย