สุขภาพดีเพราะมี "ลม" หายใจ

ธรรมชาติบำบัด

แม้ว่าการหายใจจะเป็นกลไกทางธรรมชาติที่ใครๆ ก็ทำได้โดยอัตโนมัติ ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็อย่าหายใจทิ้งไปวันๆ นะคะ...ที่ว่า หายใจทิ้งไปวันๆ นี้ ไม่ได้จะว่าใคร แต่หมายความว่า เราไม่ควรหายใจไปตามความเคยชินโดยไม่ได้ใส่ใจเลยว่า วิธีการหายใจของเรานั้นถูกต้องและดีต่อสุขภาพหรือเปล่า ทำนองเดียวกัน การหายใจของเราอาจบั่นทอนสุขภาพด้วยซ้ำ ดังนั้น ถึงเวลาที่เราควรจะหันมาดูการหายใจของเรากันเถอะว่า ทุกวันนี้เราหายใจเข้าได้ลึกพอหรือเปล่า

ปัจจุบันนี้ แทนที่จะหายใจลึกๆอย่างที่ควรจะเป็น ชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบันกลับทำให้หลายคนคุ้นชินกับการหายใจตื้นๆจนติดเป็นนิสัย การหายใจตื้นๆ มีผลเสียต่อสุขภาพและความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างที่คุณอาจนึกไม่ถึงเลยละค่ะ มีตัวอย่างหญิงวัยทำงานคนหนึ่ง สมัยยังสาวๆ เธอไม่เคยรู้เลยว่า การหายใจของเธอคือสาเหตุที่ทำให้เธอมีอาการปวดท้องบ่อยๆ และต้องกินยาแก้ปวดเม็ดสีเหลืองอยู่เสมอ ต่อมาเธอเริ่มสังเกตเห็นว่า อาการปวดท้องของเธอ (เช่นเดียวกับการหายใจตื้นๆ) จะกำเริบทุกครั้งที่เจอเรื่องเครียดๆ เธอจึงเริ่มหันมาฝึกหายใจเข้าลึกๆ และพบว่าอาการปวดท้องค่อยๆหายไป

เมื่อเธอโตเป็นผู้ใหญ่ มีช่วงอาทิตย์หนึ่ง ที่เหตุการณ์ที่ทำให้เธอต้องเผชิญกับเครียดอย่างมาก ซึ่งทำให้เธอมีอาการปวดท้องจนตัวงอ เดินตรงๆไม่ได้ และต้องค่อยๆ หายใจ เพราะหายใจเข้าลึกๆไม่ได้ อาการปวดคราวนั้นทำให้เธอต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล คุณหมอให้ยาแก้ปวดสีเหลืองเธอกลับมากินที่บ้าน ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่เธอเคยกินมาตลอด เธอตัดสินใจที่จะไม่กินยาอีก เพราะรู้สึกว่าร่างกายได้รับยาที่เป็นสารเคมีมากเกินไปแล้ว เธอเริ่มหาวิธีผ่อนคลายตัวเองโดยการไปฝึกโยคะกับเพื่อน ซึ่งทำให้เธอได้ฝึกหายใจไปด้วย

หลังจากนั้นเธอก็ฝึกโยคะเป็นประจำทุกเช้า และฝึกหายใจเข้าท้องก่อนนอนทุกคืน ขณะนอนราบลงบนที่นอน เมื่อไหร่ที่เธอสังเกตว่าอาการปวดท้องเริ่มกลับมาอีก เธอก็จะนอนลงและฝึกหายใจลึกๆเข้าท้อง ต่อมาเธอก็ฝึกหายใจทั้งยามนั่ง ยามเดิน และทุกขณะที่ทำได้ จนในที่สุด เธอก็สามารถหายใจเข้าลึกๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

"รษา" ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ติดการหายใจตื้นๆมานานมาก และกว่าจะเปลี่ยนตัวเองให้กลับมาหายใจเข้าลึกๆได้ ก็ใช้เวลานานทีเดียวค่ะ ดังนั้น ใครที่รู้ตัวว่าติดกับการหายใจตื้นๆ รีบลุกขึ้นมาฝึกกันโดยด่วน ก่อนที่มันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างที่เรานึกไม่ถึง...อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องยาก แต่หลังจากได้ทราบถึงประโยชน์มากมายต่อไปนี้แล้ว เชื่อว่า คุณจะมีกำลังใจที่จะฝึกให้สำเร็จได้อย่างแน่นอนค่ะ...

1. ระบบหายใจทำงานได้ดีขึ้น อาการของโรคที่เกี่ยวกับระบบหายใจ เช่น โรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ และแม้แต่อาการเจ็บหน้าอก ก็จะบรรเทาลง

2. ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ท้องผูกเป็นอาการที่มีผลมาจากการหายใจตื้นๆ อย่างหนึ่ง แต่ถ้าฝึกหายใจเข้าได้ลึกๆแล้ว ลำไส้ก็จะเริ่มเคลื่อนไหวได้เป็นปกติขึ้น การที่เราสูดหายใจเอาลมเข้าไปลึกๆ จะไปช่วยนวดอวัยวะภายในให้ทำงานได้เป็นปกติ นอกจากนั้นยังทำให้อารมณ์ของเรานิ่งสงบมากขึ้น ซึ่งมีผลโดยตรงต่อระบบการย่อยอาหาร

3. ระบบน้ำเหลืองทำงานได้ดีขึ้น เมื่อของเหลวในร่างกายไหลเวียนได้ดี ร่างกายจะสามารถฟื้นตัวจากความเจ็บป่วยได้เร็วขึ้น

4. เลือดสูบฉีดได้ดีขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้หัวใจได้รับออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ออกซิเจนนี้ยังส่งผ่านไปยังสมองและตา และการที่เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นก็จะช่วยลดการอุดตันทั่วทั้งร่างกายด้วย

5. ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เนื้อเยื่อได้รับการซ่อมแซมและสร้างใหม่ รวมถึงช่วยให้ร่างกายมีพลังในการสมานแผลและขับพิษออกจากร่างกาย

6. ระบบประสาทสงบเยือกเย็น ช่วยคลายความวิตกกังวล และคุณจะเริ่มมองเห็นความสมดุลในสมองทั้งสองด้าน

7. กล้ามเนื้อและร่างกายเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อ และช่วยให้ข้อต่อมีความยืดหยุ่นและความแข็งแรงมากขึ้น

8. ช่วยให้ระบบของร่างกายกำจัดของเสียและสารพิษได้ดีขึ้น เนื่องจากการหายใจเข้าลึกๆ จะช่วยลดความตึงเครียดของอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย จึงช่วยให้อวัยวะต่างๆทำหน้าที่ตามธรรมชาติได้ดีขึ้น

9. มีผลทางด้านจิตใจ คือช่วยให้มีสมาธิและสามารถสังเกตความเป็นไปของจิตใจได้ดีขึ้น เมื่อใจเรานิ่งสงบและมีสมาธิ เราจะสามารถเรียนรู้และสร้างผลงานได้ดีขึ้น สามารถตัดสินใจได้ดีขึ้น และช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย

10. ช่วยให้ผิวพรรณหน้าตาสดใส ระบบไหลเวียนเลือดที่ดี ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นและช่วยให้ผิวพรรณเปลั่งปลั่งสดใสได้ทุกวัย

11. อารมณ์ดีขึ้น การหายใจลึกๆ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและลดความรู้สึกตึงเครียด เมื่อเรารู้สึกผ่อนคลาย ร่างกายก็จะหลั่งสารเอ็นโดฟินออกมา ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดความเจ็บปวดโดยธรรมชาติ ช่วยให้นอนหลับได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยให้เรารู้สึกรักตัวเองมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้น

12. ช่วยให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่น เพราะเมื่อเรารู้จักรักตัวเอง เราก็จะมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นด้วย นอกจากนั้น การหายใจที่ดีต่อสุขภาพยังมีผลดีต่อสุขภาพทางเพศอีกด้วย