สุดท้ายปลายฝัน

กว่า 6,000 กิโลเมตร ในบรรยากาศ Autumn Leaves ณ ขอบโลกใต้
เที่ยวต่างแดน

ตอนที่ 8 สัตว์โลกใต้ที่เราพบพาน

ในการเดินทางเที่ยว New ZeaLandเราวางแผนขับรถวงกลมทั้งเกาะเหนือและเกาะใต้ แต่สำหรับเกาะเหนือดูไม่ค่อยเป็นวงกลมสักเท่าไหร่ แต่เราพยายามไม่ขับไปและกลับในเส้นทางเดิม ยกเว้นตอนเหนือของเกาะเหนือที่เป็นภาคบังคับให้ต้องใช้เส้นทางเดิม ช่วงจากเมือง Kaitaia ขึ้นสู่ Cape Reinga จุดเหนือสุดอย่างเป็นทางการของเกาะเหนือ ช่วงการเดินทางที่เกาะเหนือ เราไม่ค่อยเจอสัตว์มากนัก ตัวแรกที่เจอ คือไก่ตัวอ้วนริมทางไปเมือง Kaitaia และประชากรวัวเป็นหลัก พอข้ามไปเกาะใต้เราจึงพบสัตว์แห่งโลกใต้ที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นแมวน้ำ เพนกวิน ปลาโลมา

เราพบแมวหลายตัวระหว่างการเดินทาง แมวที่นี่ตัวอ้วนและขนฟูคล้ายแมวเปอร์เซีย แต่หน้าตาสวยและดูอารมณ์ดีกว่าเจ้าเปอร์เซียแสนหยิ่ง ตัวที่น่ารักที่สุดคือ เจ้าน้ำตาลเท้าดำ และเจ้าสีดำสลับขาว ที่ Sunrise Lodge Backpackers ที่เมือง Kaikoura อีกตัวเป็นสีดำสนิทที่ Cabin เมืองAkaroa เจ้าตัวหลังนี่มาเคล้าเคลียประจบประแจงอยู่นาน ส่วนตัวอื่นๆ ได้แต่ชื่นชมห่างๆ แต่โดยรวม แมวที่ New ZeaLandสวยน่ารักน่าอุ้มสำหรับคนรักแมวเช่นเรา

 

แมวน้ำตัวอ้วนที่ Kaikoura

แมวน้ำที่ New ZeaLandมีหลายสายพันธุ์ เช่น Leopard Seals,Elephant Seals เราบึ่งรถไปดูแมวน้ำบนโขดหินริมแปซิฟิกตั้งแต่วันแรกที่เรามาเหยียบเกาะใต้ แต่เนื่องจากเรือ Ferry ข้ามฟากเสียเวลาจากสภาพภูมิอากาศแปรปรวน ทำให้เรามาถึงเกาะใต้ช้ากว่ากำหนดกว่า 2 ชั่วโมง แล้วยังเสียเวลาไปหาร้านหอยแมลงภู่เปลือกเขียวที่เมือง Havelock อีกกว่าชั่วโมง (แต่ผิดหวังเพราะร้านปิด-เปิดอีกที 17.30 น. รอไม่ไหว) เราจึงมาถึงถิ่นของเจ้าแมวน้ำเอายามโพล้เพล้ ห้าโมงเย็นเศษ ซึ่งท้องฟ้าใกล้มืดเต็มที

เราพยายามเพ่งมองหาเจ้าแมวน้ำตัวอ้วนที่เกาะบนโขดหินนอนอาบลำแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ก่อนสิ้นวัน โดยไม่ไยดีกับเกลียวคลื่นที่โถมเข้าหาฝั่งอย่างบ้าคลั่ง เราได้ภาพเจ้าแมวน้ำมา 2-3 รูป แต่แสงไม่พอ เราจึงตัดสินใจขับรถมุ่งหน้าเข้าเมือง Kaikoura เพื่อที่พัก และออกมาหามันอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น

ตอนเช้าเราเจอครอบครัวแมวน้ำน่ารัก 3 ตัว ไม่แน่ใจว่าเป็นสายพันธุ์ Fur Seal หรือไม่? ตอนแรกเจ้าตัวแม่นอนเล่นรับแดดอุ่นยามเช้ากับเจ้าแมวน้ำตัวเล็ก พอเราเดินลงไปริมหาดที่มันนอนอยู่ เจ้าตัวเล็กตกใจกระโดดหนีลงน้ำทะเลไป เจ้าตัวแม่ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น นอนหลับตาพริ้มกอดซากแมวน้ำหรือเปล่าไม่แน่ใจและไม่ยืนยัน ลักษณะเป็นแผ่นยาวแบนคล้ายยางในรถยนต์ขนาดใหญ่สีน้ำตาลอมเหลืองที่ถูกน้ำทะเลซัดขึ้นมาเกยฝั่งเต็มชายหาด ตอนแรกเราไม่แน่ใจว่าสิ่งนี้มันคืออะไร เป็นยางเก่าๆหรือพืชพวกสาหร่าย แต่ดูแล้วเป็นแผ่นหนาและเหนียวเกินกว่าจะเป็นสาหร่าย เราเลยเดากันเองว่า หรือบริเวณแถบนี้เป็นสุสานแมวน้ำ? สักพักแมวน้ำตัวใหญ่เดินแยกเขี้ยวมาขู่จนเราต้องถอยห่างจากการเก็บภาพแม่แมวน้ำ เจ้าตัวใหญ่น่าจะเป็นตัวผู้และตัวพ่อมันทำท่าไม่ไว้วางใจเรา เราเลยต้องล่าถอยหลังจากเก็บภาพครอบครัวมันอย่างเต็มอิ่ม รวมทั้งภาพนกทะเลที่เกาะโขดหินอย่างโดดเดี่ยว ภาพคลื่นแปซิฟิกที่ถาโถมกระแทกโขดหินและชายฝั่งอย่างโกรธเกรี้ยว...ด้วยใจเป็นสุข อิ่มเอม? ครอบครัวแมวน้ำที่ Kaikoura

 

วัวและแกะ ประชากรส่วนใหญ่ของ New ZeaLand

วัวเนื้อของ New ZeaLandเป็นสุดยอดเนื้อวัวที่มีการเลี้ยงตามธรรมชาติ การขับรถไปตามเมืองชนบท ทุ่งหญ้าเขียวขจี บนเนินเขาสลับซับซ้อนสองข้างทาง มีฝูงวัวทั้งตัวดำปลอด ขาวดำ ตัวดำหน้าขาวราวพวกหน้ากากขาว น้ำตาลลายจุด น้ำตาลล้วน ยืนเล็มหญ้าเต็มเนินหญ้าอย่างมีความสุขทั้งที่เกาะเหนือและเกาะใต้ วัวพวกนี้ ทุกตัวอ้วนล่ำ เดินเล็มหญ้ากินทั้งวันอย่างมีความสุข เพราะมันเติบโตในธรรมชาติที่สวยงามและมีหญ้ากินอย่างอุดมสมบูรณ์

เมื่อใกล้ถึงฤดูหนาว เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวหญ้าทำเป็นฟ่อนบรรจุใส่ถุงสีเขียวเก็บไว้ให้ปศุสัตว์กินทีละฟ่อน เราเคยเห็นฝูงวัวรุมกันทึ้งหญ้าแห้งที่อัดเป็นฟ่อน ดูว่า...วัวที่นั่นสุขภาพจิตดี มิน่าวัวเนื้อของนิวซีแลนด์ถึงได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดของเนื้อวัวที่โตตามธรรมชาติ แต่ละตัวหน้าตาอารมณ์ดี เวลาจอดรถถ่ายรูปมันจะมาเมียงมองจนชิดรั้ว จากนั้นตัวอื่นๆจะตามมาดู และค่อยๆรวมตัวจนเป็นฝูง ผิดกับแกะที่ชอบวิ่งหนีกล้อง ที่ใบหูวัวทุกตัวจะมีเลขรหัสกำกับ พวกวัวจะไม่ขี้ตกใจ เหมือนพวกแกะ ที่เห็นรถจอดจะเดินหนีกันทั้งฝูง

แกะ เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีมากที่สุดใน New ZeaLandชาว New ZeaLandนำแกะพันธุ์ Merino มาจากออสเตรเลีย เป็นแกะที่มีขนคุณภาพดี ใช้ทำเสื้อหนาว ผ้าพันคอ ราคาค่อนข้างสูง สำหรับแกะพันธุ์ที่มีมากที่สุด คือ Romney รองลงไป คือ Perendale , Merino , Corriedale และ Halfbred หญ้าที่แกะกินคือพันธุ์ทัสสอค เป็นหญ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ปลูกกันทั้งภูเขา ทำให้ New ZeaLandเขียวขจีทั้งประเทศ

 

Possum อาหารโอชะของเหยี่ยวแห่งท้องถนน

Possum เป็นสัตว์ขนาดเท่าแมว หน้าตาเหมือนตัวแรคคูน เป็นสัตว์ที่นำเข้ามาจากออสเตรเลีย แพร่พันธุ์อย่างมากมาย จนไปกินพืชผัก ผลไม้ของชาวบ้าน เป็นสัตว์พาหะนำโรคทีบี สไปโรซีส ไปยังแกะและวัว จึงกลายเป็นที่น่ารังเกียจของชาว New ZeaLandแต่เราไม่เคยเห็น Possum ตัวเป็นๆ เห็นแต่ซาก Possum บนท้องถนน ที่เป็นอาหารอันโอชะของเจ้าเหยี่ยวแห่งท้องถนนที่เราพบเห็น ตลอด 20วัน แห่งการเดินทาง

 

Penguin ฝูงน้อยที่ Oamaru

เราออกจาก Buscot Station เพื่อเดินทางไปพักค้างที่เมือง Dunedin ตามกำหนดการของวันนี้ ตามเส้นทางหมายเลข 83 เพื่อไปบรรจบกับ State Highways หมายเลข 1 เพื่อเดินทางต่อไป เมือง Dunedin เราผ่านเมือง Oamaru แยกซ้ายออกจาก State Highways หมายเลข 1 และใช้เส้นทางเลียบมหาสมุทรแปซิฟิก ตรงไปยังเมือง Kakanui เพื่อชม Penguin ที่อยู่ตามธรรมชาติ 2 สายพันธุ์ คือ Yellow-eyed Penguin เจ้าเพนกวินตาเหลือง มีวงกลมลายขดหอยรอบดวงตา เป็นนกเพนกวินขนาดใหญ่ เป็นสัตว์คุ้มครองเนื่องจากใกล้สูญพันธุ์ และ Little Blue Penguin เพนกวินนางฟ้าซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุด มีส่วนสูงเพียงแค่ 30 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ยเพียงตัวละ 1 กิโลกรัม

เราขับรถเลียบชายฝั่งทะเลไปเรื่อยๆ ตาสอดส่ายตามโขดหินเผื่อจะเจอเจ้านกน่ารัก แล้วเจอจริง เพนกวินตัวเป็นๆตามธรรมชาติในถิ่นของเขา ไม่ใช่เพนกวินหงอยๆที่เราเคยเห็นเขานำมาแสดงในสวนสัตว์ เรารีบหาที่จอดรถที่เหมาะสม เพราะถนนเส้นนี้เป็นถนนสายชนบทที่แคบและค่อนข้างชันเลียบฝั่งแปซิฟิก โชคดีที่ถนนสายนี้แทบไม่มีรถวิ่งผ่าน เราหาที่จอดรถให้ใกล้จุดที่เจ้าเพนกวินฝูงน้อยที่เห็นมีไม่เกิน 10 ตัว เกาะผึ่งแดดอุ่นบนลานหินเบื้องล่าง แล้วเดินย้อนมาเก็บภาพฝูงเพนกวินซึ่งเราพบเห็นแค่ฝูงเดียวอย่างมีความสุข การได้พบพานสัตว์น้อยน่ารักในสภาพที่อยู่ตามธรรมชาติ สร้างความสุขใจยิ่งกว่าการเข้าชมในสวนสัตว์หรือในจุดที่เขาจัดให้ชมเป็นไหนๆนะ...เราว่า แต่เราไม่รู้ว่าเจ้าเพนกวินน้อยฝูงนั้นเป็น Yellow-eyed Penguin หรือ Little Blue Penguinเพราะเห็นในระยะไกลพอสมควร แต่ดูจากลักษณะที่ตัวไม่เล็กนัก คาดว่าน่าจะเป็นเจ้า Yellow-eyed Penguin มากกว่า

 

ภาพจากมุมสูง (บนเฮลิคอปเตอร์) ฝูงโลมาเริงร่าที่ Kaikoura Peninsula

Kaikoura เป็นเมืองเล็กๆ ริมฝั่งทะเลด้านตะวันออกของเกาะใต้ ริมมหาสมุทรแปซิฟิก จากท่าเรือ Picton ใช้ State Highways หมายเลข 1 มุ่งลงใต้ เลียบชายฝั่งแปซิฟิกไปเรื่อย เส้นทางนี้เราเห็นว่าสวยที่สุดสายหนึ่งของ New ZeaLandภูเขาที่เป็นฉากหลังของเมืองยังคงมีหิมะค้างคาฉาบเคลือบบนยอดเขาสะท้อนแสงแดดยามเย็นสวยงามราวภาพฝัน กิจกรรมที่ Kaikoura มีหลากหลาย ทั้งทัวร์ดูปลาวาฬ

ในช่วงฤดูหนาววาฬจะอพยพจากขั้วโลกใต้มาหาความอบอุ่นจากทะเลในเขตนอกชายฝั่งเกาะใต้ใกล้เมือง Kaikoura วาฬที่พบ มีวาฬหลังค่อม (Humpback Whale) วาฬสเปิร์ม (Sperm Whale) และวาฬเพชฌฆาต (Killer Whale) โดยมีเรือออกชมวาฬในช่วงเช้า ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่งถึงสามชั่วโมงครึ่ง ราคาประมาณ 60-125 NZd. ต่อคน การดูวาฬทางอากาศกับเครื่องบินเล็กและเฮลิคอปเตอร์ขึ้นกับสภาพอากาศ ในวันฝนตกหรืออากาศปิด เรือและเครื่องบินอาจไม่สามารถออกทะเลหรือขึ้นบินได้ กิจกรรมอื่น มีการว่ายน้ำกับโลมาที่มีจำนวนมากในท้องทะเลนอกฝั่ง Kaikoura แถบนี้มีโลมาพันธุ์ Dusky มักจะรวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ ฝูงละ 100 ตัว บางครั้งปลา 2-3 ฝูงอาจมารวมตัวกันในที่ที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ ทำให้เกิดแหล่งชุมชนโลมากว่า 300-400 ตัวทีเดียว นอกจากนี้ยังมีโลมาพันธุ์เฮคเตอร์ (Hectors Dolphin) ซึ่งเป็นโลมาพันธุ์เล็กที่สุดในโลกและหาพบได้ยาก

วันที่เราอยู่ที่ Kaikoura อากาศแจ่มใส แดดแรง เราเข้าไปที่ Whale Watch Kaikoura ดูโปรแกรมเรือแล้วไม่ไหว...ใช้เวลานานเกินไป เมื่อวานเราเสียเวลากับเรือเฟอiNรี่ข้ามเกาะมา 2 วันแล้ว หากใช้เวลากับทัวร์ดูวาฬอีกอย่างน้อยครึ่งวันในวันนี้ โปรแกรมของเราจะเคลื่อนไปอีก อีกอย่าง เราเอียนการนั่งเรือนานๆ ไม่อยากอยู่ในเรืออีกแล้ว สองวันก่อนเจอไป 14 ชั่วโมงเต็ม จึงเดินเข้าไปด้านในที่เขียนว่ามีเฮลิคอปเตอร์ชมวาฬ ไม่รอช้าเข้าไปสอบถามสนนราคา เวลาที่ใช้ในการบิน เจ้าหน้าที่ ชื่อ Mr.Dan อธิบายว่ามีโอกาสถึง 90% ที่จะเห็นวาฬ แต่เราเลือกโปรแกรมชมทิวทัศน์เมืองที่ใช้เวลาสั้นที่สุด ราคาแหงอยู่แล้ว...ถูกที่สุดเช่นกัน คนละ 150 NZd. ใช้เวลาบิน 25 นาที เป็น Scenic Flight ต่อรองได้ราคา 260 NZd. ต่อ 2คน โดยมี Mr. Aron หนุ่มน้อยหน้าใสเป็นกัปตัน Mr. Aron นำเราขึ้นบินชมทิวทัศน์เมืองและอ่าว Kaikoura และแถมโฉบให้เราดูฝูงโลมาพันธุ์ Dusky เราไม่มีภาพฝูงโลมากลางทะเล มีเพียงภาพวิดีโอที่บันทึกไว้

 

Sand Fly แมลงตัวร้ายกว่ายุงที่ West Cost

เจ้าแมลงตัวร้ายนี้ เรียก Sand Fly เป็นแมลงดูดเลือด รูปร่างคล้ายแมลงวัน แต่ตัวขนาดเท่ายุง มีชุกชุมในเขต West Cost แถบ Fiordland กัดทั้งเจ็บและคันกว่ายุงเยอะ เราเจอเจ้า Sand Fly ตั้งแต่ช่วงออกจาก Milford Sound เรื่อยมามาจนพ้นเขต Arthur's Pass เวลาจอดรถแวะถ่ายรูป เข้าห้องน้ำ หรือแวะทานอาหารกลางวันตาม Park เจ้า Sand Fly จะกรูกันเข้ามาโจมตีเราจนนั่งยืนไม่เป็นสุข บางส่วนกระจายกำลังเข้ามาซ่อนตัวในรถเป็นจำนวนมากและรุมกันกัดเรา กว่าจะไล่ออกจากรถได้ต้องสู้รบกันหลายยก ฉะนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพกพาสเปรย์กันแมลง หรือยาทาแก้พิษแมลงติดไปบ้าง แต่พิษเจ้า Sand Fly อยู่ไม่นานหลังทายาสักพักก็หายคัน ไม่เจ็บแสบเหมือนแมลงบางชนิดที่เราเคยเจอตอนไปเที่ยวดอยขุนตาล เป็นตุ่มแดงคันมหาโหดข้ามเดือนทีเดียว เราใช้ยาแซมบัค พิสูจน์แล้วว่าบำบัดพิษเจ้า Sand Fly ได้

 

นก Kea

นกสายพันธุ์นกแก้วที่ใหญ่ที่สุด ลำตัวสีเขียวหม่น ปีกหลังมีสีแดง มีจtงอยปากที่แข็งแรงและแหลมคมมาก นิสัยขี้เล่น ไม่กลัวคน พบเห็นได้บริเวณ Fox Glacier , Franz Josef และ Arthur's Pass อ่านจากป้ายที่ติดไว้บริเวณ Arthur's Pass บอกว่า เจ้านก Kea เป็นนกสุดแสนฉลาด หากนักท่องเที่ยววางกระเป๋าทิ้งวางไว้ มันสามารถใช้จะงอยปากแข็งแรงแหลมคมเปิดซิปกระเป๋าได้ด้วย เราเจอเจ้านก Keaที่ Otira Viaduct ตรงจุด Death Corner มีเกือบlb[ตัว มันมาไต่หน้ากระจกรถแล้วมองจ้องเรา บางตัวเดินเขย่าโครมครามบนหลังคา มันทำท่าเหมือนคุกคามเรา แต่พอเราลงจากรถไปถ่ายรูป มันค่อนข้างเป็นมิตร และเดินมาจิกยางขอบหน้าต่างรถ (ที่มันคงจิกจากรถคันใดคันหนึ่งที่ตกอยู่แถวนั้น) ที่เราส่งให้กับมือ

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า