กีฬาโปโลช้างเพื่อการกุศล รวมพลคนรักช้างสู่ "หัวหิน"

ที่นี่รายการเพื่อคุณภาพชิวิต

เป็นที่ทราบกันดีว่า คนไทยมีความผูกพันกับช้างไทยเป็นอย่างมาก แรงงานช้างถูกใช้งานในการชักลากไม้ซุง เป็นพาหนะ การเดินทาง ในอดีตที่บ้านเมืองเกิดศึกสงคราม ช้างไทยก็เป็น "ช้างศึก" และเป็น "สัตว์คู่บารมี" ของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ ปัญหา "ช้างเร่ร่อน" เดินบนถนนย่านท่องเที่ยวที่แออัดในยามค่ำคืน และถูกบังคับให้พักในตอนกลางวัน จึงนับได้ว่า เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมสำหรับช้าง

ดิฉันได้รับเชิญจาก จุฬารักษ์ ชลหาญ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ประจำประเทศไทย กลุ่มโรงแรม รีสอร์ทและสปา เครืออนันตรา ให้เดินทางไปร่วมงานรวมพลคนรักช้างสู่หัวหินใน "การแข่งขันกีฬาเพื่อการกุศล โปโลช้างชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2556" ครั้งที่ 12 เพื่อระดมรายได้ช่วยเหลือช้างไทย ณ ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดย อนันตราฯ อำนวยความสะดวกการเดินทางและที่พัก อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา สำหรับสื่อมวลชน ในครั้งนี้

เดินทางมาถึงสถานที่จัดงานฯ พบป้ายชื่อและตราสัญลักษณ์ผู้ร่วมสนับสนุนมากมาย โดดเด่นที่สุด คือ อนันตราฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักของนักกีฬาและนักท่องเที่ยว มี ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม ชาร์พเพิร์ล และ ซินดี้ ซูเปอร์โมเดลของไทย มิสทิฟฟานี่ และเหล่าสาวงาม มาเป็นสีสันให้กับการแข่งขันกีฬาฯ โดย พิสิษฐ์ตา อินทรพันธ์ ผอ.ททท.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย สรียา บุญมาก และ สุริยัน โสรินทร์ 2 ผช.ผอ.ททท.ประจวบคีรีขันธ์ มาร่วมงานและต้อนรับคณะสื่อมวลชน

ทีมงานของอนัตรา ได้ให้ข้อมูลว่า กิจกรรมสำคัญที่ต้องไม่พลาดชม คือขบวนพาเหรดเปิดงาน พิธีทำขวัญช้าง บุฟเฟ่ต์ช้าง และเกมการแข่งขัน ชมเกมการแข่งขันโปโลช้าง และเชิญชวนสุภาพสตรีแต่งกายสวมหมวกลุ้นรับรางวัล ห้องพัก อนันตรา มัลดีฟส์ และพิธีมอบถ้วยรางวัลโดยผู้แทนพระองค์ โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมฟรีตลอด 5 วัน ของการแข่งขัน ซึ่งจะสนุกตื่นเต้นทั้งในและนอกสนาม

มร.บิล ไฮเนคกี้ ซีอีโอไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และเจ้าของกลุ่มโรงแรม รีสอร์ท และสปา ในเครืออนัตรา เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์หลักของการจัดงาน คือช่วยเหลือช้างให้หยุดเร่ร่อนตามท้องถนนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และการระดมรายได้ เพื่อการอนุรักษ์ รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรช้างไทย

สำหรับ โครงการช้างบำบัด ได้รับการสนับสนุนงบประมาณด้วยเงินทุนที่ได้มาจาก การแข่งขันโปโลช้างชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นงานประจำปีที่หารายได้ช่วยเหลือช้างไทยเพิ่มเติมจากที่ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย (TECC) และสถาบันคชบาลแห่งชาติ (The National Elephant Institute-NEI) ซึ่งเป็นองค์กรของภาครัฐ ในพระอุปถัมภ์ฯของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

อนันตราช่วยเหลือช้างเร่ร่อนไว้กว่า 30 เชือก ให้มีที่พักพิงที่สบายและเหมาะสมใน แคมป์ช้าง อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท (ชื่อเดิม อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ รีสอร์ทแอนด์สปา) และช้างเร่ร่อนอีกกว่า 50 เชือกได้ออกจากท้องถนน เพื่อมาร่วมในการแข่งขันนี้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยช้างทุกเชือกจะได้รับอาหารที่เหมาะสมและมีประโยชน์ พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่ดีตามธรรมชาติ ตรวจเช็คสุขภาพ รับวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยมีสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิด

จุฬารักษ์ ชลหาญ เล่าให้ฟังว่า การแข่งขันขันโปโลช้างชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้สร้างชื่อเสียงในการเป็นกิจกรรมเพื่อการกุศล ที่ดึงดูดผู้ชมจำนวนมากจากทั่วทุกมุมโลก ที่มีความสนใจประสบการณ์ที่เกี่ยวกับช้างไทยอันมีเอกลักษณ์

สวัสดิภาพของช้าง ที่เข้าร่วมในการแข่งขันโปโลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จึงมีการรักษากฎระเบียบที่ใช้ในการแข่งขันอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่า ช้างทุกตัวได้รับการดูแลอย่างดี อนันตราให้ความมั่นใจว่าช้างเหล่านี้ไม่ได้ถูกลักลอบนำออกจากป่าหรือประเทศเพื่อนบ้านโดยการจัดเก็บดีเอ็นเอและติดตั้งไมโครชิปสำหรับช้างทุกตัวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และห้ามช้างที่ไม่มีไมโครชิปลงแข่งขัน

ช้างที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมแข่งขันโปโลช้าง ต้องเป็น ช้างหนุ่มสาว อายุไม่เกิน 20 ปี เนื่องจากเป็นวัยที่ชอบทำกิจกรรม เล่นกีฬา และมีขนาดตัวใหญ่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักผู้เล่นได้อย่างง่ายดาย ช้างแต่ละเชือกจะได้รับอนุญาตให้ร่วมแข่งขันเพียง 30 นาทีต่อวัน และใช้เวลาอย่างน้อย 90 นาที เพื่อพักผ่อนในป่าธรรมชาติ อาบน้ำ และให้อาหารที่มีประโยชน์ทุก 14 นาที ของการแข่งขัน ธรรมชาติของเกมทำให้ช้างได้ออกกำลังกาย 14 นาที และได้พัก 15 นาที ระหว่างการแข่งขันสองรอบ

การแข่งขันโปโลช้างมีบทบาทสำคัญในการช่วยระดมทุน เพื่อช่วยเหลือช้างไทย โดยมีมูลนิธิช้างเอเชีย สามเหลี่ยมทองคำ (Golden Triangle Asian Elephant Foundation-GTAEF) ซึ่งองค์กรการกุศลในเครืออนันตรา เป็นผู้ดูแลหน้าที่อันสำคัญยิ่งนี้

อนันตราได้รวบรวมรายได้ทั้งหมดกว่า 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากผู้ร่วมการแข่งขันและผู้ร่วมงานประมูลการกุศลทุกท่าน โดยรายได้จำนวนนี้ได้ถูกใช้เพื่อช่วยเหลือเรื่องที่พักสำหรับช้างไทย รวมถึงที่พักอาศัยสำหรับควาญช้างและครอบครัว ซื้อเครื่องหมุนเหวี่ยงเลือดเคลื่อนที่ และรถพยาบาลสำหรับช้างที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย (Thai Elephant Conservation Centre-TECC)

ตั้งแต่ พ.ศ.2552 รายได้จากการแข่งขันถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนโครงการบำบัดเพื่อช่วยฟื้นฟูเด็กออทิสติคแห่งแรกของโลก และ โครงการช้างบำบัด โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยชียงใหม่ (Thai Elephant Therapy Project-TETP)# ทำให้ช้างเร่ร่อน 5 เชือก ได้ออกจากถนนมาร่วมโครงการ และรับการฝึกอบรม เพื่อเป็นผู้ช่วยของนักบำบัดสำหรับเด็กออทิสติค ปัจจุบันโครงการนี้ให้การรักษาเด็กออทิสติคในประเทศไทย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

รายได้เหล่านี้ยังได้นำไปใช้ใน การสร้างโรงพยาบาลช้างแห่งแรกและแห่งเดียวในจังหวัดกระบี่ บริจาคเพื่อใช้ในการวิจัย และ ปลูกแนวต้นไม้เพื่อเป็นรั้ว แบ่งที่ช่วยลดทอนความขัดแย้งระหว่างช้างกับชาวนาชาวไร่ในกุยบุรี สนับสนุน โครงการคอมพิวเตอร์แอปพลิเคชั่นเพื่อการศึกษา ที่จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อสอนเด็กๆ ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และคุ้มครองช้างป่าในประเทศไทย

และจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ "การฝึกอบรมพฤติกรรมเชิงบวก" ให้กับควาญช้างจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มี ดร.เจอราร์โด มาร์ติเนซ วิทยากรผู้มีชื่อเสียงระดับโลกกับวิทยากรจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย การฝึกอบรมพฤติกรรมเชิงบวกสำหรับช้าง นับเป็นครั้งแรกและครอบคลุมภูมิภาค ทั้งนี้มูลนิธิฯ ได้ทำงานร่วมกับกลุ่มคุ้มครองสัตว์ป่า ในการลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง และสนับสนุนโครงการสำรวจประชากรช้างป่า ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีด้วย

การแข่งขันโปโลช้าง เริ่มจากการสนทนาระหว่าง ผู้ที่รักกีฬา และ ผู้ที่ชอบทำบุญ สองคนนี้มีความฝันที่อยากจะจัดกีฬาเพื่อการกุศลในช่วงปลาย พ.ศ.2533 ค่อยๆ ก่อตัวจนกลายเป็น หนึ่งในงานที่ยิ่งใหญ่ประจำปีของประเทศไทย และเปิดตัวครั้งแรก ณ เมืองหัวหิน โดยมี อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นเจ้าภาพ ใน พ.ศ.2544

สิ่งที่ทำให้ตื่นตาตื่นใจ คือพิธีการทำขวัญช้างและบุฟเฟ่ต์ช้าง ที่เชิญ "คุณตามิว" หัวหน้าหมอช้างพร้อมหมอช้างจาก หมู่บ้านช้างสุรินทร์ บ้านตากลาง อ.ท่าตูม มาเป็นผู้ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ก่อนการแข่งขัน เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกันจึงทราบว่า โฮมสเตย์ในหมู่บ้านช้างสุรินทร์ เปิดให้บริการแล้ว และ น้องสตางค์ ช้างน้อยแสนรู้ที่คุ้นเคยกัน เติบโตขึ้นมากเป็นช้างใหญ่แล้ว และร่วมแสดงโชว์อยู่ที่หมู่บ้านช้างสุรินทร์

การมาทำข่าวในครั้งนี้ ทำให้ได้รู้ว่า การแข่งขันโปโลช้างการกุศล จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วยความเคารพ และเงินรายได้ที่ระดมจากการแข่งขันทั้งหมด ได้ถูกนำไปช่วยเหลือช้างเหล่านี้ เพื่อคุณภาพการดำรงชีวิตที่ดีขึ้น การรักษาพยาบาลที่เหมาะสม การฝึกอบรมและการจ้างงานควาญช้างอีกด้วย

การแข่งขันกีฬาโปโล ด้วยขนาดตัวของช้างทำให้ หนึ่งทีมมีผู้เล่นเพียง 3 คน เล่นในสนามขนาด 100 x 60 เมตร ใช้ลูกโปโลขนาดมาตรฐาน เกมการแข่งขันแบ่งเป็น 2 ช่วง ในเวลาครึ่ง (ชัคก้า) ละ 7 นาที เวลาพักครึ่ง 15 นาที ใช้เสียงนกหวีดเป็นสัญญาณหยุดและเริ่มการแข่งขัน โดยจะเปลี่ยนผู้เล่นและสลับด้านสนามในการเล่นเมื่อเริ่มครึ่งหลัง

สนาม แบ่งด้วยเส้นวงกลมขนาดรัศมี 10 เมตร เพื่อบอกจุดกึ่งกลางของสนาม โดยมีเส้นครึ่งวงกลมขนาดรัศมี 20 เมตรอยู่หน้าประตู โดยวัดจากกึ่งกลางของเส้นประตูนับจากปลายสุดของสนามทั้งสองด้าน เรียกว่า D ระบบการให้คะแนน ให้ 2 คะแนนสำหรับทีมที่ชนะ และ 1 คะแนนสำหรับทีมที่เสมอ

กฎและกติกา การเล่นโปโลบนหลังช้างจะมี "ควาญช้าง" เป็นผู้ช่วยในการบังคับช้าง และมี นักกีฬาอีกหนึ่งคน สำหรับ นักกีฬาหญิง อนุญาตให้ใช้มือสองข้างจับไม้ตีได้ และใช้ไม้ตีที่มีความยาว 2 เมตร ทีมที่มีช้าง 3 เชือกอยู่เกินครึ่งสนามถือว่าทำผิดกติกา และห้ามช้างเกิน 2 เชือก อยู่ในเขตตีพร้อมกัน (ช้างหนึ่งเชือกจากทีมรุก และอีกหนึ่งเชือกจากทีมรับ)

หลักการเล่น ห้ามช้างล้มตัวนอนขวางประตู หากผิดกติกา ฝ่ายตรงข้ามจะได้ตีลูกโทษ ณ จุดครึ่งวงกลมหน้าประตู ห้ามช้างใช้งวงหยิบลูกบอล (โปโล) ขึ้นมาในขณะการแข่งขัน หากผิดกติกาฝ่ายตรงข้ามจะได้ตีลูกโทษ ณ จุดที่ทำผิดกติกา และอีกฝ่ายจะต้องถอยห่างจากจุดตีลูกออกไป 15 เมตร ช้างในแต่ละทีมจะถูกสุ่มเลือกจากฝูงช้าง โดยจะดูความสูงและความเร็วของช้างให้ใกล้เคียงกัน เพื่อยุติธรรม หลังจากเลือกช้างได้แล้ว จะทำสัญลักษณ์ตัวอักษร A, B, C, D, E, F บนช้างแต่ละตัว หลังจบการแต่ละเกมช้างจะได้รับอาหาร อาทิ อ้อยหรือฟางข้าว และวิตามิน (กากน้ำตาลผสมเกลือ) และเครื่องดื่มเย็นๆ สำหรับควาญช้าง

ควาญช้าง เล่าเรื่อง เบื้องหลังการแข่งขัน ให้ฟังเป็นเกร็ดความรู้ อาทิ ช้างที่แข่งขันจะตอบสนองต่อคำสั่งภาษาไทยจากควาญช้างของตนเองเท่านั้น การแข่งขันโปโลช้างครั้งแรกใช้ลูกฟุตบอลในการเล่น ก่อนเปลี่ยนลูกโปโลมาตรฐานเมื่อพบว่า ช้างชอบเหยียบลูกฟุตบอลให้แตกเป็นอย่างมาก การแข่งขันใช้เวลาทั้งหมด 14 นาที แบ่งเป็นสองครึ่ง ครึ่งละ 7 นาที หรือแทนคำว่า ครึ่งได้ด้วยคำว่า ซัคก้า (Chukkas) ไม้โปโลที่ยาวที่สุดที่เคยใช้ในเกมยาวถึง 94 นิ้ว ช้างที่โตเต็มที่กินกล้วยถึงวันละ 250 กิโลกรัม เป็นต้น

มีเรื่องเล่าว่า ปี 2548 ในงานกาลาดินเนอร์ มร.บิล ไฮเนคกี้ ซีอีโอบริษัทไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนลฯ ยอมโกนหนวดของตนเองออกด้วยมูลค่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยผู้ชนะการประมูลคือภรรยาของเขานั่นเอง ปี 2547 ในเกมแรก ช้างพลายกำแพงช้างของผู้ตัดสิน เกิดแอบชอบพังโดโด้ ดาวกองหน้า เกิดการเกี้ยวพาราสีกันระหว่างการแข่งขัน นับจากนั้นมา ผู้ตัดสินจึงไม่ได้นั่งอยู่บนหลังช้างเพื่อตัดสินอีกต่อไป

อนันตรา ยังได้เปิดตัว หนังสือท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ชื่อ "JOURNEYS WITH ANANTARA" ผลงานของ โจ คิมมิงส์ นักเขียนยุคบุกเบิกของ LONELY PLANET และสองช่างภาพ อัลเบิร์ตโต คาสสิโอ กับ ลูก้า เทตโตนี่ มอบประสบการณ์สัมผัส องค์ประกอบอันโดดเด่นของที่พักในเครืออนันตรา พงไพรเขียวขจีไปจนถึงทะเลทรายที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ชายฝั่งทะเลที่พลิ้วไหว ประเพณีวัฒนธรรมที่ตื่นตาตื่นใจ ภูมิประเทศที่งดงามตระการตา โดยมี น้องชาม-อดีตนางสาวไทย ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้วย

วิลเลียม อี ไฮเนกี้ เจ้าของและผู้ก่อตั้งแบรนด์อนันตรา ได้กล่าวไว้ว่า การเดินทางที่ดีที่สุด คือการที่ได้มาสัมผัสสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองแทนการฟังคำบอกเล่า JOURNEYS WITH ANANTARA เล่มนี้ได้ถ่ายทอดหัวใจของการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นที่แฝงไว้ด้วยความดื่มด่ำ เพลิดเพลิน เนื้อหาชวนติดตามและภาพถ่ายที่จุดประกายให้ผู้อ่านลุกขึ้นมาเก็บกระเป๋าแล้วเดินทางไปตามเส้นทางทั่วโลก เพื่อเปิดรับและค้นพบสิ่งใหม่ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้จากที่ใดไม่ได้ นอกจากที่อนันตรา

คำว่า อนันตรา มาจากภาษาสันสกฤต มีความหมายว่า ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นสัญลักษณ์แห่งน้ำใจและไมตรีจิตของคนไทย "ที่ไม่มีวันหมด" เป็นปรัชญาการดำเนินงานของกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทในเครือฯ ปัจจุบันมี 23 แห่ง ในประเทศไทย มัลดีฟส์ บาหลี เวียดนาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศจีน และกำลังจะเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้ในประเทศไทย จีน ลาว มอริเชียส ศรีลังกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน เยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.anantara.com

"ตุ่มบรรจุน้ำ" ที่ตั้งไว้หน้าบ้าน เพื่อดับความกระหายและคลายทุกข์ของผู้มาเยือน สะท้อนถึงแนวคิดในการแบ่งปันที่ทำให้ "ผู้ให้" และ "ผู้รับ" ต่างได้รับความสุขทั้งกายใจ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือช้าง