ยำส้มโอกุ้งกรอบ

อาหารตาม (พ่อ) สั่ง

อาจเป็นเพราะบ้านตะหลิวไม่ได้อยู่ใกล้จังหวัด "ส้มโอหวาน" ดังนั้น บรรดาส้มโอที่วางขายใกล้ๆบ้านของตะหลิว ที่แม้คนขายจะเน้นนักเน้นหนาว่าหวานไม่แพ้กันแต่พอซื้อจริงๆ กลายเป็นว่ามีรสชาติไม่แน่นอน บางลูกหวาน บางลูกเปรี้ยว บางลูกจืด ที่ร้ายกว่านั้นบางลูกก็ดัน "ฝาด" ซะได้

คราวนี้ก็เหมือนกันจ้ะ ตะหลิวซื้อมาด้วยเชื่อใจป้าแม่ค้าว่าจะเป็นจริง คือหวานดังโฆษณา เพราะป้าได้เตรียมจานใส่ส้มโอเอาไว้ให้ชิมด้วย ซึ่งมันเปรี้ยวอมหวานอร่อยสุดๆ

พอตะหลิวพาส้มโอกลับบ้าน ผ่าแล้วจัดเรียงกลีบส้มโอใส่ตู้เย็น เพราะต้องรับประทานตอนเย็นเจี๊ยบ ถึงจะอร่อยเป็นพิเศษ แต่ก่อนอื่นต้อง "ชิม" ก่อน แล้วก็พบว่า ตะหลิวโดนป้าหลอกเอาซะแล้ว เพราะลูกที่ตะหลิวซื้อมานี่ "จืด" เกือบสนิท ไม่รู้ไปปลูกคร่อมต้นรางจืดเอาไว้หรือไงก็ไม่รู้ ถึงได้จืดขนาดนี้

แต่เมื่อซื้อมาแล้ว แถมเอาไปบ่นกับป้าแม่ค้าไม่ได้ซะด้วย เดี๋ยวป้าแถมทุเรียนให้จะยุ่ง ดังนั้น ตะหลิวก็เลยจัดการปรุงรสโดยทำเป็น "ยำส้มโอกุ้งกรอบ" ซะเลย

เครื่องปรุง

เนื้อส้มโอ 3-4 กลีบ

น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ

มะพร้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ

ถั่วลิสงทอด 2 ช้อนโต๊ะ

กุ้งสด 10 ตัว

แป้งทอดกรอบ 2 ช้อนโต๊ะ

หอมไทย 6-10 หัว

กุ้งแห้ง (ตัวใหญ่) 2-3 ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนูแห้ง 10 เม็ด

ผักชี เอาไว้โรยหน้า

เมื่อทุกอย่างพร้อม เราก็มาเริ่มกันเลยนะจ้ะ

ขั้นตอนการปรุง

1. อันดับแรกต้องชิมรสของส้มโอก่อนจ้ะ ถ้าเปรี้ยวก็ลดน้ำมะขามเปียก ถ้าหวานก็ลดน้ำตาลปี๊บ

2. ยังไม่หมด เราต้องชิมรสของน้ำพริกเผาด้วย เพราะสูตรนี้ใช้กับน้ำพริกเผาเผ็ดกลาง ถ้าเผ็ดมาก อาจต้องลดพริกแห้งลงหน่อย

3. ทีนี้ให้จัดการล้างกุ้ง แล้วลอกเปลือก เก็บหางเอาไว้ ผ่าหลัง แล้วดึงเส้นหลังออก จากนั้นเอากุ้งแช่เย็นเอาไว้ในตู้เย็นช่องปกติ

4. จัดการกับหอมแดงกันต่อ โดยเราต้องเลือกหอมแดงที่ใหม่หน่อยนะจ๊ะ จากนั้นให้แกะเปลือกแห้งๆ ทิ้งให้หมด นำหัวหอมล้างน้ำ (ดูด้วยว่าต้องไม่มีราดำๆอยู่ด้วยนะจ้ะ) แล้วผึ่งให้แห้ง

5. หั่นหอมแดงตามขวาง ซอยเป็นแผ่นบางๆ ประมาณ 2-3 มิล ด้วยมีดบางและคมด้วย

6. หั่นหอมเสร็จแล้ว แบ่งมาครึ่งนึงแล้วใส่เกลือลงไปในหอมซอย 1 หยิบ ก่อนขยำเบาๆให้หอมแตกออกเป็นแว่น และให้เกลือละลาย

7. จากนั้นให้ตั้งกระทะด้วยไฟอ่อนๆ เติมน้ำมันทอดลงไป รอจนน้ำมันร้อน

8. พอน้ำมันร้อนแล้วให้ใส่หอมซอยคลุกเกลือลงไปเจียวเลยจ้ะ เจียวด้วยไฟอ่อนๆ

9. เวลาเจียวหอมก็คนเบาๆ แล้วคอยดูว่าหอมเจียวเริ่มเหลืองเมื่อไหร่ (ขอเน้นว่าเริ่มเหลือง) ก็ให้ตักขึ้นมาพักในจานทันที เพราะถ้ารอให้เหลืองเข้มแบบที่เราเห็นตามร้านเมื่อไหร่แล้วค่อยตักออกมานอกกระทะ หอมแดงอาจไหม้ได้

10. ตักหอมแดงใส่กระชอนสะเด็ดน้ำมัน แล้ววางไว้บนกระดาษซับน้ำมัน เพราะถ้าหอมแดงมันเยิ้ม มันจะไม่อร่อย

11. ยังไม่ต้องดับไฟนะจ๊ะ เพราะเดี๋ยวเราจะทอดกุ้งต่อ โดยให้เราเอากุ้งออกจากตู้เย็น ใช้กระดาษซับน้ำจากตัวกุ้ง (ในกรณีที่กุ้งชุ่มน้ำ) แล้วนำกุ้งมาคลุกกับแป้งทอดกรอบให้ทั่วตัว โดยใช้แป้งทอดกรอบเป็นผงๆแบบนั้นเลย ไม่ต้องใช้แป้งละลายน้ำ

12. ทอดกุ้งด้วยน้ำมันเจียวหอม จนเหลืองแล้ว ก็ให้เราตักกุ้งวางในจานที่รองด้วยกระดาษซับน้ำมัน เพื่อสะเด็ดน้ำมันด้วย

13. สำหรับกุ้งแห้ง ให้ล้างน้ำก่อนแล้วค่อยทอดต่อจากทอดกุ้งนะจ๊ะ (จะได้เค็มน้อยลง) ทอดเสร็จแล้วก็ใส่จานพักเอาไว้

14. ทอดพริกแห้งแบบเร็วๆเพื่อเพิ่มความหอมจ๊ะ

15. ตำมะพร้าวคั่วให้ละเอียด (มะพร้าวแบบเดียวกับที่ใช้รับประทานกับเมี่ยงคำนั่นเลยคุณผู้อ่าน ไปขอแบ่งซื้อจากแม่ค้าขายเมี่ยงคำได้) แล้วพักไว้

16. ตำถั่วลิสงทอดแบบหยาบๆ แล้วพักไว้ (อันนี้ก็ซื้อแบบซองๆมาใช้ได้เลย)

17. เริ่มทำน้ำยำกันต่อจ้ะ โดยให้ใส่น้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บผสมให้เข้ากัน

18. แบ่งพริกแห้ง (ทอด) มา 5 เม็ด ผ่าพริกเพื่อเอาเม็ดทิ้งไปแล้วตำให้ละเอียดแล้วใส่ลงไปในน้ำยำ (ใส่ทีละน้อยๆนะจ๊ะ เดี๋ยวเผ็ดเกินไป)

19. ชิมให้ได้ 4 รส เปรี้ยวหวานนำ ตามด้วยเค็มเผ็ด

20. ใส่มะพร้าวคั่วที่ตำแล้ว กับถั่วตำหยาบลงไป แล้วคนให้เข้ากัน

21. ฉีกส้มโอเป็นฝอยๆ ใส่ภาชนะที่ใช้ทำยำ (พวกอ่างใบเขื่องหน่อย)

22. ราดด้วยน้ำยำแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่หอมแดงซอย (ส่วนที่ไม่ได้ทอด) และกุ้งแห้งทอดลงไปแล้วคลุกต่อ

23. ใส่กุ้งทอดกรอบและหอมเจียวลงไปแล้วคลุกนิดหน่อย ก่อนตักใส่จาน

24. สุดท้ายโรยด้วยหอมเจียว พริกทอดกับผักชีจ้ะ

เมนูคราวนี้สามารถทานเล่น หรือทานเป็นกับข้าวก็ได้นะคุณผู้อ่าน รับรองว่าอร่อยเอาเรื่องอย่างแน่นอน ถึงขั้นตอนจะเยอะ แต่อร่อยคุ้มค่าแน่นอนจ้ะคุณผู้อ่าน

เอิ่ม! หน้ากระดาษหมดแล้วจ้ะ คุณผู้อ่าน ดังนี้ ฉบับนี้ต้องขอจบเพียงเท่านี้นะจ๊ะ ^_^