ผลสำเร็จอันทรงคุณประโยชน์ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่

สกู๊ปพิเศษ

ประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ประกอบอาชีพทางการเกษตรกรรม ดังนั้น โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มีมากถึง 4,350 โครงการ จึงเป็นการพัฒนาด้านดิน น้ำ ป่าไม้ ลม ไฟ และการประกอบอาชีพ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริ ให้หน่วยราชการและเอกชนต่างๆ ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนชาวไทย มาเป็นเวลาเกือบ 65 ปี แห่งการทรงงาน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทุกหมู่เหล่า

ในการนี้ได้มีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ในการประสานงาน สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานเพื่อสนองพระราชดำริ รวมถึงติดตามประเมินผล และเผยแพร่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้สาธารณชนได้รับทราบและเรียนรู้ เพื่อเกิดการต่อยอดและขยายผลสำเร็จ อันเป็นคุณประโยชน์ให้แก่ประชาชนและประเทศชาติโดยทั่วกัน

การดำเนินงานของสำนักงาน กปร. สนองพระราชดำริมาเป็นเวลาถึง 32 ปี ในปี 2556 ผลจากการสืบสานพระราชดำริ ส่งผลให้ราษฎรมีความกินดีอยู่ดี มีชีวิตที่ยั่งยืนและพอเพียง ทางสำนักงาน กปร.ยังคงเดินหน้าต่อ ในการขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไป

เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( สำนักงาน กปร.) สุวัฒน์ เทพอารักษ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 63 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงงานเพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทย พระองค์ทรงทำในทุกๆเรื่อง ทุกๆปัญหาที่เกิดขึ้น ทรงหาวิธีการแก้ไขปัญหาได้อย่างลุล่วง มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มากถึง 4,350 โครงการ มีเป็นตัวอย่างความสำเร็จ ที่ประชาชนสามารถเข้าศึกษาเรียนรู้ แล้วนำไปสู่การปฏิบัติใช้ และตลอดเวลาที่ผ่านมา ในความสำเร็จเหล่านั้น ทางสำนักงาน กปร.ได้ทำการเผยแพร่ ขยายผลให้กับเกษตรกร และประชาชนโดยทั่วไป ตลอดจนเยาวชนคนรุ่นใหม่ มีโอกาสเข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อจะได้น้อมนำเอาหลักการทำงาน ตามแนวพระราชดำริต่างๆไปปฏิบัติใช้ในการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตประจำวัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติ โดยส่วนรวมอย่างถูกทิศทาง และนำมาซึ่งประโยชน์สุขอย่างมั่นคงต่อไป

สำนักงาน กปร.ทำงานเป็นเวลาถึง 32 ปี โดยเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตามเสด็จ เพื่อรับและประมวลพระราชดำริ ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับพระราชกระแส สำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำแผนงานในโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พิจารณาจัดสรรเงินงบประมาณ เพื่อดำเนินงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยในการติดตามเสด็จได้เห็นว่า พระองค์ทรงงานด้วยความเหนื่อยยาก พระองค์ทรงงานด้วยความคิดถึงประชาชนเสมอ ทรงคิดว่า ทำอย่างไรถึงจะเกิดประโยชน์สุขแห่งมหาชน ดังพระปฐมบรมราชโองการ นับเป็นบุญของคนไทย ในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น ที่ปวงชนชาวไทยมีพระมหากษัตริย์พระองค์นี้

สำนักงาน กปร.มีความตั้งใจและมุ่งมั่น ที่จะขยายผลความสำเร็จทุกๆโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สู่ประชาชนชาวไทยและเยาวชน ให้มากและดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง เลขาธิการ กปร.เพิ่มเติมว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สำนักงาน กปร.ได้ขยายผลสำเร็จของงาน ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สู่ราษฎรโดยทั่วไปอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะความสำเร็จของศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง 6 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งทางสำนักงาน กปร. ร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ดำเนินการตั้งศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริทั้ง 120 แห่ง ในพื้นที่รอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ 6 แห่ง และยังเพิ่มเติมในพื้นที่อีก 2 จังหวัด คือจังหวัดนครนายก และจังหวัดนครศรีธรรมราช

โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานด้านวิชาการ การขยายผล และการบริหารงานอำนวยการ ซึ่งการดำเนินงานตามโครงการฯ พร้อมกับได้จัดทำเป็นหลักสูตรขึ้นมา เพื่อทำการเผยแพร่ให้กับเกษตรกร ได้เลือกตามความต้องการของตัวเกษตรเอง ในการที่จะทำองค์ความรู้ต่างๆที่จัดไว้ และมีจำนวนทั้งหมดถึง 93 หลักสูตร เน้นเรื่องการประกอบอาชีพที่เหมาะสม ตามสภาพภูมิสังคมของแต่ละภาค ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

อีกทั้งได้ประสานความร่วมมือ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่อยู่ภายในจังหวัด ที่ตั้งของศูนย์ศึกษาการพัฒนาแต่ละแห่ง ให้รับทราบถึงหลักสูตร ที่จะทำการเปิดการอบรม และให้มีการคัดเลือกเกษตรกรในพื้นที่ ที่มีความสนใจและมีความพร้อม ที่จะนำความรู้ไปปรับใช้ ให้เข้ามารับการอบรม รวมถึงได้มีแผนการดำเนินงาน ในการขยายผลไปสู่ภาคประชาชน โดยทางสำนักงาน กปร.ได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ทำการคัดเลือกเกษตรกรที่สนใจในทุกจังหวัด เข้ามาทำการอบรมตามความต้องการของเกษตรกรเอง โดยมีเป้าหมายที่วางเอาไว้คือจังหวัดละ 100 คน รวมแล้วประมาณ 7,000 คน ที่จะเข้ามารับสาระความรู้ในปีนี้

ในส่วนของทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงาน กปร.มีโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2535 และในปี 2557 โดยมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ในการเพาะขยายพันธุ์หญ้าแฝก จากแปลงแม่พันธุ์สู่เกษตรกรผู้ปลูก อันจะเป็นประโยชน์ต่อการขนย้ายต้นกล้า ให้มีอัตราการรอดสูงขึ้น และการเตรียมการเข้าร่วมการสัมมนาหญ้าแฝกนานาชาติ ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ "Vetiver System : Empowering Sustainable Development" ในระหว่างวันที่ 5-8 พฤษภาคม 2558 ณ ฟูรามา รีสอร์ท เมืองดานัง สาธารณรัฐเวียดนาม โดยทางประเทศไทยจะนำผลสรุปจากการจัดสัมมนาหญ้าแฝกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2557 และจะนำงานการศึกษาวิจัยของนักวิชาการ ที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ที่ได้นำหญ้าแฝกไปพัฒนา ปรับปรุง และสนับสนุนให้ดียิ่งขึ้น เพื่อนำไปเสนอต่อที่ประชุมสัมมนาหญ้าแฝกโลกต่อไป

ในส่วนของการเผยแพร่ ทางสำนักงาน กปร.ได้ดำเนินการแปลเอกสารเรื่องการใช้ประโยชน์ระบบหญ้าแฝก จากฉบับภาษาอังกฤษที่ชื่อ Vetiver System Application-Technical Reference Manual มาจัดทำเป็นฉบับภาษาไทย โดยมีเนื้อหาครอบคลุม การใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝก ในด้านต่างๆอย่างกว้างขวาง และมีรายละเอียดที่ชัดเจน โดยสะดวกต่อการใช้งาน เพื่อเผยแพร่ความรู้ ได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น

การพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริ เพื่อการเพาะปลูกหรือการชลประทาน นับเป็นงานที่มีความสำคัญ และมีประโยชน์อย่างมากสำหรับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ในการช่วยให้เกษตรกรทำการเพาะปลูก ได้อย่างสมบูรณ์ตลอดปี โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกนอกเขตชลประทาน ซึ่งต้องอาศัยเพียงน้ำฝน หรือน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นหลัก ทำให้พืชได้รับน้ำไม่สม่ำเสมอตามที่ต้องการ อีกทั้งความผันแปรเนื่องจากฝนตก ไม่พอเหมาะกับความต้องการ เป็นผลให้ผลผลิตที่ได้รับไม่ดีเท่าที่ควร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำมากกว่าโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริประเภทอื่น ทรงให้ความสำคัญกับน้ำ ดังพระราชดำริความว่า "น้ำ คือชีวิต"

สำนักงาน กปร.สนองพระราชดำริ และน้อมนำพระราชดำริ ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ มาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ.2525 จวบจนปัจจุบัน โดยได้ให้การสนับสนุนงบประมาณ ในการดำเนินงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ รวมกว่า 2,900 โครงการ และเพื่อให้การดำเนินงานสนองพระราชดำริมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีปัจจัยสำคัญคือการบริหารจัดการที่ดี ที่อาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ในการสร้างพลังขับเคลื่อน ทั้งภาครัฐและประชาชน อันส่งผลถึงประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเอง ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ดังนั้น สำนักงาน กปร.จึงร่วมกับชลประทาน จัดให้มีการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในปี 2556 ขึ้นในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศเกือบ 20 จังหวัด ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงาน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในส่วนที่เกี่ยวข้องทุกมิติ ให้มีความรู้ความเข้าใจที่ตรงกัน

โดยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตามสภาพความเป็นจริง ในแต่ละภูมิภาค เพื่อรับทราบถึงปัญหาอุปสรรค ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหา ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้การบริหารจัดการโครงการฯมีความชัดเจน และเชื่อมประสานการดำเนินงาน ทั้งในส่วนของแผนงาน งบประมาณ และการดำเนินงานร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการสร้างบรรทัดฐานการปฏิบัติงานที่ดี สนองพระราชดำริอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสนับสนุนการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้ใช้น้ำ ชุมชน และทุกภาคส่วน สามารถขยายผลสำเร็จโดยยึดแนวทางจากต้นแบบการพัฒนาแหล่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ชัดเจน ทั้งจะเป็นแนวทางในการดำเนินงาน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน

พระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจ พระราชดำริและผลสัมฤทธิ์อันล้ำเลิศในการพัฒนาด้านต่างๆ ได้นำประโยชน์สุขมาสู่แผ่นดิน ดังนั้น ประชาชนควรร่วมมือร่วมใจ สานต่อพระราชปณิธานให้ประจักษ์แก่สังคมไทยและโลกต่อไป