ต้นไม้กระป๋อง ของขวัญรักษ์โลก

เกษตรพอเพียง

ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกทีแล้ว หลายคนคงกำลังนั่งนึกนอนคิดว่า ปีนี้จะมีอะไรเป็นของขวัญของฝากให้กับคนที่เรารักและเคารพนับถือดีนะ สำหรับแฟนคอลัมน์ "เกษตรพอเพียง" แน่นอนว่า "ผักหวาน" ก็ต้องไปสรรหาอะไรที่เป็นต้นไม้ ใบหญ้า กินได้ หอมด้วยยิ่งดี มาแนะนำกันอยู่แล้ว

นอกจากปีใหม่จะเป็นเทศกาลของความสุข สดชื่น รื่นเริง แล้วยังมีความหมายถึง ความหวัง และการเริ่มต้น ดังนั้น คงไม่มีอะไรจะเหมาะไปกว่าการให้ต้นไม้เป็นตัวแทนของความสุข สดชื่น ความเจริญงอกงาม และชีวิตใหม่...ที่เราตั้งใจให้สดใสกว่าเก่า

แต่ครั้นจะหอบต้นไม้ต้นใหญ่ๆ ไปสวัสดีปีใหม่ใคร ก็ให้ลำบากทั้งผู้ให้และผู้รับ ทั้งเรื่องการหอบหิ้วและการหาพื้นที่สำหรับปลูก ปณิธิ ปิยรักษาธรรม หนุ่มนักปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรก จึงปิ๊งไอเดีย จับต้นไม้มาใส่กระป๋อง เพื่อให้คนเมืองที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ได้มีต้นไม้ขนาดพกพาที่ให้ดอกออกผลได้จริง เอาไว้ชื่นชมใกล้ตา วางประดับบ้าน โต๊ะทำงาน ริมหน้าต่าง หรือมุมห้องพักส่วนตัว

"คอนเซ็ปต์ของเราคือ พื้นที่จำกัด โตไว ไม่ต้องดูแลมาก คือเอาความรู้สึกของเราเลยเพราะเคยอยู่คอนโดฯ พื้นที่มันน้อย ก็ต้องเอาแบบที่สามารถตั้งตรงไหนก็ได้ อยากเอาไปตรงไหน ก็ยกไปตั้งได้ง่ายๆ ไม่ต้องมายกแบบสองมือ"

เพราะอยากให้ต้นไม้น้อยๆ อยู่ในแพ็คเกจที่หยิบจับได้ง่ายที่สุด ดูแล้วไม่เกะกะสายตา และสามารถเป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านได้ คุณปณิธิ หรือ คุณอ๋า จึงเลือกใช้ภาชนะที่มีขนาดเล็กเพียงกระป๋อง ตกแต่งลวดลายและสีสันให้สวยทันสมัยรูปโฉมคล้ายกระป๋องน้ำอัดลมสุดชิค

"กระป๋องของผมออกแบบเองทั้งหมด ทำมาจากกระดาษนะ แต่ก็มีพลาสติกบ้าง เพื่อเวลารดน้ำ จะได้ไม่เปื่อย แต่ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เป็นกระดาษ เราคิดเองแล้วไปสั่งทำ"

"ผักหวาน" แอบแปลกใจนิดหน่อยเมื่อได้ทราบว่า คุณอ๋าร่ำเรียนมาทางด้านเทคนิคการแพทย์ สมัยที่ยังทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ห้องแล็บ ตรวจเลือดในโรงพยาบาล แต่ที่หันมาสนใจเรื่องปลูกต้นไม้ก็เพราะอยากหาอะไรในวันหยุด เพื่อเป็นงานอดิเรกช่วยหย่อนใจคลายเครียด

"ปกติก็ชอบต้นไม้อยู่แล้ว แล้วก็ชอบซื้อพันธุ์แปลกๆมาเลี้ยง แต่พวกไม้ดอกซื้อมาก็อยู่ได้แค่อาทิตย์ สองอาทิตย์ก็ตาย หรือต้นไม้ที่ให้ผลก็ไม่ออกผล ทำให้เริ่มมองว่า ทำไมเป็นอย่างนี้ ก็เลยไปศึกษา ถามไปถามมา เขาก็บอกว่ามันต้องให้ยาให้ตรงว่า ช่วงนี้มันต้องให้ดอกอย่างนี้ ต้องมีดอกอย่างนี้ ดอกต้องบานประมาณนี้ เลยมาคิดว่า เราน่าจะซื้อเมล็ดมาปลูกเองดีกว่า ก็ปลูกแบบปกติ ซื้อดินปลูกทั่วไป ขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้าง อาศัยว่าเราอยากทดลอง ก็ลองไปเรื่อยๆ โดยหาความรู้เองจากหนังสือบ้าง อินเทอร์เน็ตบ้าง ด้วยความอยากเอาชนะ แต่กว่าจะได้มาแบบนี้ เราก็ต้องปรับปรุงมาตลอด"

 

ผลของการศึกษาและลองผิดลองถูกเรื่อยมา ทำให้คุณอ๋าประสบความสำเร็จในการทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตในกระป๋องด้วยดินผสมสูตรพิเศษที่คิดค้นด้วยตัวเองโดยใช้ปุ๋ยธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนประกอบ เช่น มอส สารประกอบเวอร์มิคูไลต์ ซึ่งเป็นสารจากธรรมชาติ และพวกหินภูเขาไฟป่น และตัวปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน

"แรกสุดผมทำไม้ดอกก่อน พวกทานตะวัน เทียนซ้อน ซัลเวีย คือจะเป็นต้นที่ค่อนข้างปลูกง่าย ให้ดอกสวย อย่างทานตะวันก็จะเป็นทานตะวันแคระ สูงไม่เกินฟุตหนึ่ง ส่วนเมล็ดพันธุ์ตอนนั้นต้องสั่งเข้ามา รุ่นแรกๆที่ทำจะโตไม่เกิน 1 ฟุต แต่รุ่นหลังๆ ผมเพิ่มประสิทธิภาพของตัวสูตรดินของผมขึ้นมา ทำให้สามารถโตใหญ่กว่าเดิม

จริงๆผมไม่ได้ชอบไม้ดอก แต่ชอบพวกไม้ให้ผล อะไรที่มีประโยชน์มากกว่า จริงๆอยากปลูกผักเอาไว้ทานเอง เพราะเดี๋ยวนี้สารเคมีมันเยอะ เสร็จแล้วเราก็ลองดูวิธีไหนที่จะให้ปลูกง่าย โดยที่ไม่ต้องใช้สารเคมี ก็ทดลองหลายๆตัว จนพอได้มีโอกาสได้ไปต่างประเทศ ก็ไปเห็นแพ็คเกจของเขาเป็นดอกไม้กระป๋อง ทำเป็นของฝาก ซื้อไปไหนก็ได้ เราก็เลยกลับมาคิดทำบ้าง ตอนแรกก็ออกแบบตามเขาเลยนะ แต่หลังจากนั้นเราก็ต่อยอดมาเรื่อยๆ แล้วก็ทดลองขาย จำหน่าย แล้วก็ได้รับผลตอบรับดี ค่อนข้างดีมาก คือทุกคนมองเหมือนเราที่ว่าไม่มีเวลาปลูกต้นไม้"

สำหรับคนที่ไม่มีพื้นที่และเวลา การปลูกต้นไม้กระป๋องนี้นับว่าง่ายที่สุดแล้ว ประมาณเหมือนซื้อกับข้าวสำเร็จมาแกะถุงใส่ชาม อย่างนั้นเลย...คุณอ๋าแนะนำวิธีการว่า พอซื้อมาปุ๊บ เมื่อเปิดกระป๋องขึ้นมา จะมีตัวปุ๋ยและเมล็ด แยกใส่มาคนละถุง เอาตัวปุ๋ยเทใส่กระป๋อง รดน้ำให้ชุ่มก่อน แล้วค่อยนำเมล็ดกดลงไปสักประมาณ 1 เซนติเมตร รดน้ำวันละครั้งหรือสองวันครั้ง แค่นี้ก็เสร็จแล้ว

อายุของต้นไม้กระป๋อง จะอยู่ได้ประมาณ 60-90 วัน หลังจากนั้น หากใส่ปุ๋ยเพิ่มก็จะอยู่ได้เหมือนเดิมไปได้เรื่อยๆ

ต้นไม้กระป๋องของคุณอ๋ามีให้เลือกกว่า 20-30 ชนิด ทั้งไม้ดอกและไม้ผล เช่น ทานตะวันแคระ เทียนซ้อน พุทธรักษาแคระ ฟอร์เก็ตมีน็อต ดาวเรืองฝรั่งเศส สร้อยไก่ ลาเวนเดอร์ ซัลเวีย กาซาเนีย คาร์เนชั่น โรสแมรี่ มะเขือเทศเชอร์รี่ มะเขือการ์ตูน พริกเชอร์รี่ พริก 7 สี ฟักทองญี่ปุ่น ฟักทองยักษ์ ผักสลัด กะหล่ำประดับ และพริกปีศาจ (พริกที่เผ็ดที่สุดในโลก) นอกจากนั้นยังมีผักพื้นบ้าน ผักสวนครัวต่างๆ เช่น กะเพรา โหระพา ผักชี เป็นต้น

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว คุณอ๋ายังมีผลงานที่ "ผักหวาน" คิดว่าสร้างสรรค์และชิคสุดสุดนั่นก็คือ magic bean แมจิก บีน คือเมล็ดถั่วที่เพาะในไข่ที่หล่อและปั้นขึ้นมาจากดิน เมื่อนำไข่ไปแช่ในน้ำ น้ำจะซึมผ่านไข่ ทำให้เมล็ดถั่วที่อยู่ข้างในงอกและดันเปลือกไข่แตกออกมา ซึ่งเมื่อถั่วงอกออกมาแล้วก็จะปรากฏตัวอักษรหรือข้อความที่ใช้ยิงเลเซอร์ไว้บนเมล็ดถั่วตั้งแต่ก่อนนำมาเพาะ นับเป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่เหมาะมากสำหรับมอบให้กันในเทศกาลพิเศษ อย่างปีใหม่ วันเกิด หรือวาเลนไทน์

คุณอ๋าบอกว่า เมล็ดถั่วต้องนำเข้ามา เพราะเป็นพันธุ์แบบในเรื่อง "แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์" แต่ตอนนี้ก็เริ่มปลูกเองด้วยแล้ว "ผักหวาน" ได้เห็นฝักถั่วของจริงมากับตา มีขนาดใหญ่ยักษ์อย่างที่เห็นในภาพเลยค่ะ

หัวใจสำคัญของการปลูกต้นไม้ในกระป๋องก็เช่นเดียวกับการปลูกลงดินหรือปลูกในกระถาง นั่นก็คือ ดินที่ใช้ปลูกนั้น สำคัญที่สุด

"เมนหลักของผม คือปุ๋ยดินที่ผมคิดขึ้นมา ตัวนี้สำคัญมาก เพราะไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนแพ็คเกจอะไร แต่ถ้ามีดินตัวนี้ จะปลูกอะไรก็ขึ้น"

อดสงสัยไม่ได้ว่า ดอกไม้เมืองหนาว อย่างเช่น ลาเวนเดอร์ จะปลูกในเมืองร้อนอย่างเราได้ด้วยหรือ หรือว่าต้องวางไว้ในห้องแอร์เท่านั้น แต่คุณอ๋าบอกว่า

"ลาเวนเดอร์ชอบอากาศเย็นก็จริง แต่ก็ไม่ใช่เลี้ยงในห้องแอร์ เพราะมันจะแห้ง ส่วนใหญ่ผมจะแนะนำให้เอาไปปลูกในห้องน้ำก่อน ตอนแรกๆเลย หรือเอาไปไว้ในตู้เย็นบ้างก็ได้"

สนนราคาของต้นไม้กระป๋อง เป็นราคาที่ย่อมเยา หยิบจับได้ไม่ลำบากใจเลยค่ะ เพราะขายส่งเพียงกระป๋องละ 50 บาทเท่านั้น นอกจากนั้นยังรับออเดอร์ทำตามความต้องการของลูกค้าอีกด้วย หากไม่อยากได้แบบกระป๋อง ก็สามารถสั่งทำในถ้วยกาแฟ ถาดขนม หรือภาชนะอื่นๆตามต้องการได้ด้วย

คุณอ๋าเล่าว่า ลูกค้าค่อนข้างหลากหลาย ทั้งคนทั่วไป โรงเรียน และบริษัท

"อย่างทางโรงเรียน เขาเอาไปเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอน จริงๆมันเหมาะกับการสอนเด็กมากกว่า เพื่อให้เด็กได้รู้จักวิธีการปลูก การดูแล เพราะบางทีจะให้เด็กเล็กๆไปปลูกเองก็ยากนะ ส่วนกลุ่มคนทำงานก็จะเป็นบริษัท เขาซื้อไปเป็นของที่ระลึกแจกในงานเลี้ยง เป็นของชำร่วยในงานแต่งงาน ในช่วงเทศกาลก็เป็นของขวัญของฝากได้ทุกเพศทุกวัย"

ในอนาคต คุณอ๋ายังมีโครงการที่จะปลูกผักออร์แกนิค โดยไม่ใช้รางที่นิยมทำกันโดยทั่วไป แต่คิดค้นรูปทรงที่ช่วยประหยัดพื้นที่ เน้นการปลูกในแนวตั้ง เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพในเมือง และราคาก็จะถูกกว่าด้วย (ในภาพเป็นโมเดลทำเป็นแท่งกลมๆ สีขาว เจาะรูโดยรอบ หน้าตาเข้าท่าดีทีเดียวค่ะ)

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร.08-3990-0364 หรือ labellediagnostic@hotmail.com