หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

พระอรหันต์ผู้เป็นที่รักของทวยเทพ
ประสบการณ์ลี้ลับ

เมื่อหลวงปู่ชอบบวชไปได้ 4 ปี ท่านจึงมีโอกาสได้พบหลวงปู่มั่น ซึ่งพระอาจารย์พาอาจารย์องค์แรกของหลวงปู่ชอบก็เป็นศิษย์ของหลวงปู่มั่นและเคยเล่าถึงพระอาจารย์มั่นว่าท่านเคร่งครัดในวัตรปฏิบัติมาก และฉลาดรอบรู้ในการเทศนาธรรมได้อย่างกว้างขวางและลึกซึ้งที่สุด อีกทั้งยังสามารถอ่านใจคน ดักใจคน รู้จิตคนได้ทุกเวลา ท่านยังบอกอีกว่าพระอาจารย์มั่นเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติตรง ปฏิบัติชอบ ในสมัยนี้ยากจะพบพระผู้เป็นพระอันประเสริฐ ผู้เป็นเนื้อนาบุญที่ยากจะหานาบุญใดๆ มาเปรียบได้ ควรที่ผู้สนใจใฝ่ทางธรรมะจะไปกราบถวายตัวเป็นศิษย์

เล่ากันมาว่าครั้งที่หลวงปู่ชอบได้พบกับหลวงปู่มั่นครั้งแรกที่บ้านสามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ขณะกำลังเข้าไปกราบท่าน พอวางบริขารลงก็โดนหลวงปู่มั่นดุลั่น ทั้งยังตะเพิดให้ออกจากสำนักทันที หลวงปู่ชอบท่านก็ตกใจ งง เพราะไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ และท่านก็ไม่ทราบนิสัยหลวงปู่มั่นมาก่อน ในเมื่อท่านไล่ไม่ให้อยู่ก็กราบลาเก็บบาตรบริขารและเดินทางไป ไม่ได้นึกโต้เถียงอะไร ในสมัยนั้นล้อมรอบที่พักหลวงปู่มั่นจะมีที่พักของพระอื่นๆ อยู่ในบริเวณไม่ห่างไกลนัก เพราะหลวงปู่ไม่ชอบให้มีพระอยู่ในเขตสำนักของท่านมากนัก จึงมักจะหาสำนักที่พักให้ห่างออกไปพอควร ในระยะที่จะมาฟังเทศน์รับฟังอุบายธรรมจากท่านโดยสะดวก หลวงปู่ชอบก็ได้พักที่สำนักหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก เพราะเวลานั้นใกล้มืดค่ำแล้วจึงต้องค้างสักคืน ตอนเช้าจึงจะเดินทางแต่เมื่อรุ่งเช้าหลังจากฉันเช้าเสร็จก็มีพระเณรสองรูปเข้ามาเรียนท่านว่าหลวงปู่มั่นให้มาตามท่านกลับไป หลวงปู่ชอบจึงตัดสินใจกลับไปอีกครั้ง เมื่อไปถึงและกราบหลวงปู่มั่นท่านได้พูดทักทายยิ้มแย้มพูดคุยด้วยดี ไม่ดุเหมือนเมื่อวาน เมื่อปราศรัยถามความประสงค์ท่านก็บอกให้พระเณรจัดกุฏิที่พักให้หลวงปู่ชอบเป็นอย่างดี จึงไม่ทราบว่าเหตุใดครั้งแรกหลวงปู่มั่นจึงแสดงกิริยาดุดันไล่หลวงปู่ชอบเช่นนั้น แต่มีหลายท่านเชื่อว่าเป็นอุบายลองใจของหลวงปู่มั่นนั่นเอง เมื่อพบกันแล้วหลวงปู่มั่นท่านได้ให้โอวาทสั้นๆ แก่หลวงปู่ชอบว่า "ท่านเคยภาวนามาอย่างไรก็ให้ทำต่อไปเช่นนั้นอย่าได้หยุด ธรรม 84,000 พระธรรมขันธ์ ที่พระพุทธเจ้าท่านทรงแสดงไว้นั้นมันอยู่ที่ใจเรานี่แหละ ถ้าอยากรู้อยากเห็นธรรมเหล่านั้นก็ให้ค้นหาเอาที่ใจของท่านเอง"

หลวงปู่ชอบเมื่อมาอยู่กับหลวงปู่มั่นท่านได้รับความไว้วางใจและมอบหมายให้ช่วยดูแลพระเณรที่คิดอะไรนอกลู่นอกทาง ไม่ถูกต้องตามครรลองผู้ทรงศีลท่านก็จะตักเตือน เป็นที่ทราบกันดีในหมู่ลูกศิษย์หลวงปู่มั่นว่าหลวงปู่ชอบท่านมีความรู้ภายในว่องไวไม้แพ้หลวงปู่มั่น พระเณรทั้งหลายจึงเกรงกลัวท่านมาก จึงมีเรื่องที่เล่าถึงในครั้งที่หลวงปู่ไปถวายตัวเป็นศิษย์หลวงปู่มั่นใหม่ๆ และอยู่ใกล้ชิดหลวงปู่มั่น ท่านเล่าว่าทุกครั้งที่ท่านภาวนาทุกคืนนั้นท่านจะเห็นหลวงปู่มั่นเดินถือไม้เท้าไปเคาะดูตามกุฏิลูกศิษย์หลังโน้นหลังนี้ ดูเสร็จท่านก็กลับ วันหนึ่งด้วยความที่หลวงปู่ชอบเก็บความสงสัยไว้นานเมื่ออดใจไม่ไหวจึงคลานเข้าไปกราบถามหลวงปู่มั่น เมื่อท่านได้ฟังก็นิ่งมองหลวงปู่ชอบและปรารภออกมาดังๆต่อหน้าพระเณรทุกองค์ว่า "เออ...ให้ทุกองค์ภาวนาให้ได้เหมือนท่านชอบสิ"

การที่หลวงปู่ชอบเห็นทางจิตเช่นนั้นเป็นเรื่องจริงเพราะหลวงปู่มั่นท่านต้องการตรวจดูว่าพระเณรได้ทำความเพียรภาวนากันเต็มที่สมกับเป็นพระธุดงค์กรรมฐานศิษย์ของท่านหรือไม่ หรือจะมีใครง่วงเหงาหาวนอนขี้เกียจภาวนา ส่งจิตคิดไปในทางไม่ถูก ไม่ควรบ้างท่านจึงไปตรวจไปเคาะกุฏิดู และท่านก็ไม่ได้เดินออกไปดูจริงๆ ท่านเพียงส่งจิตออกไปดูเท่านั้น แต่หลวงปู่ชอบก็ยังมองเห็นกายทิพย์ของท่านจนได้ ตั้งแต่นั้นมาหลวงปู่มั่นท่านก็ให้ความเมตตาแก่หลวงปู่ชอบมากขึ้นและไม่ว่าหลวงปู่มั่นจะแนะนำอุบายข้อปฏิบัติเช่นไรท่านก็ทำตามอย่างไม่ลดละเช่น หลวงปู่มั่นบอกว่าควรไปอยู่ป่านั้น ถ้ำนั้น ภูเขาลูกนั้น ตำบลนั้น ไม่ว่าจะลำบากยากแค้นกันดารเพียงใดท่านก็ไม่เคยย่อท้อ มีแต่มุ่งมั่นในการทำความเพียรต่อไป เมื่อขัดข้องตรงไหนก็กลับมาถาม มีปัญหาอะไรติดขัดก็มาขอให้หลวงปู่มั่นให้ความสว่าง นี่เองจึงเป็นเหตุให้ผู้ปฏิบัติเรียกหลวงปู่หลายๆองค์ว่า "พ่อแม่ครูบาอาจารย์" นั่นก็เพราะครูบาอาจารย์ในสมัยก่อนนั้นท่านดูแลขัดเกลาศิษย์อย่างเอาใจใส่ทั้งจริตนิสัยภายในและยังดูแลทุกข์สุขจึงเป็นทั้งพ่อแม่และครูบาอาจารย์นั่นเอง

โดยส่วนตัวแล้วหลวงปู่ชอบท่านเชื่อฟังและเคารพในองค์หลวงปู่มั่นมาก และหลวงปู่มั่นก็คงจะเฝ้าสังเกตการบำเพ็ญภาวนาของศิษย์ผู้นี้ตลอดเวลา วันหนึ่งท่านจึงออกปากพยากรณ์หลวงปู่ชอบว่า "ไปไกลลิบเลย พระน้อยองค์นี้" มีเรื่องเล่าว่าในบางครั้งที่หลวงปู่ชอบท่านไปอยู่โดดเดี่ยวในป่าลึกหรือในถ้ำอันลี้ลับบนยอดเขาสูง หากการภาวนาเกิดติดขัดหลวงปู่มั่นก็จะไปปรากฏร่างในสมาธิภาวนาแสดงและบอกอุบายวิธีแก้ไขให้การปฏิบัติถูกต้องและเป็นไปด้วยดี คืนหนึ่งท่านทำความเพียรอยู่ในที่แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากวัดที่หลวงปู่มั่นพักอยู่นัก ท่านเล่าว่าคืนนั้นจิตสงบภาวนาได้ดีมาก แต่ใจก็สงสารสังขารคิดจะให้พักผ่อนสักหน่อย พอตกลงใจคิดเอนหลังลงจะนอนก็ได้ยินเสียงดังลั่นเหมือนเสียงฟ้าผ่า เสียงนั้นดังมาอย่างน่าประหลาดใจจึงคิดว่าพรุ่งนี้จะหาโอกาสไปกราบถามหลวงปู่มั่น เมื่อท่านไปถึงวัดก็เห็นหลวงปู่มั่นปูเสื่อรอไว้แล้ว ยังไม่ทันจะถามอะไรหลวงปู่มั่นท่านก็พูดออกมาว่า "อ้ายคนเราน่ะนะถ้าจะภาวนาได้ดีแล้ว พอนึกง่วงนอนจะนอนแล้วจะเกิดเสียงดังยังกับฟ้าผ่า" เมื่อหลวงปู่ชอบได้ฟังแล้วก็ไม่คิดถามอะไรอีก กราบลาและก็กลับไป

หลวงปู่ชอบเมื่อได้ไปอยู่กับหลวงปู่มั่นนั้นก็ไม่ได้อยู่ประจำเพราะท่านชอบที่จะเที่ยววิเวกออกธุดงค์ไปยังที่ต่างๆ จนเมื่อหลวงปู่มั่นอายุมากแล้วท่านจึงกลับมาอยู่รับใช้ตอบแทนพระคุณ ซึ่งหลวงปู่มั่นท่านก็ได้มอบหน้าที่ให้หลวงปู่ชอบช่วยรับแขกและให้ช่วยดูแลพระในฐานะที่ท่านเป็นศิษย์รุ่นพี่จึงต้องคอยดูแลตักเตือนให้ศิษย์รุ่นน้องประพฤติปฏิบัติอยู่ในกรอบอันดีงามขยันหมั่นเพียรในการบำเพ็ญภาวนา ส่วนเรื่องที่ให้ช่วยรับแขกนี้ก็ใช่ว่าจะมีแขกมนุษย์มาหาท่านเพียงเท่านั้น ในแต่ละคืนจะมีแขกซึ่งเป็นเทวดามาขอฟังธรรมจากหลวงปู่มั่นมากมาย ซึ่งท่านก็จะให้มาขอฟังธรรมกับหลวงปู่ชอบแทน เพราะท่านเหน็ดเหนื่อยมากด้วยอายุมากแล้ว ในช่วงกลางวันก็มีญาติธรรมมาหาท่านมากมายหลายกลุ่ม

อุปนิสัยของหลวงปู่ชอบเป็นที่รู้กันดีว่าท่านชอบสงบ โดดเดี่ยวอยู่ในป่า ไม่ชอบข้องเกี่ยวกับใคร มีความอดทนต่อความทุกข์ยากลำบาก กล้าได้กล้าเสียในการปราบกิเลสจนหลวงปู่มั่นออกปากชมท่านกลางหมู่สงฆ์วา "ให้ทุกองค์ภาวนาให้ได้เหมือนท่านชอบสิ ท่านภาวนาไปไกลลิบเลย" หลวงปู่ชอบยังสามารถแสดงธรรมและสนทนาธรรมเป็นภาษาต่างๆ ได้หมดเพียงกำหนดจิตดูว่าภาษานั้นเขาใช้พูดกันอย่างไร ท่านจึงสามารถแสดงธรรมโปรดเทวดา พญานาคตลอดจนภพภูมิต่างๆ ได้เล่ากันว่าการออกธุดงค์ของหลวงปู่ชอบนั้นโลดโผนมาก ท่านชอบเดินทางตอนกลางคืนหรือจวนสว่างในคืนเดือนหงาย ไม่มีความกลัวและอาลัยต่อสิ่งใด บางคราวเจอเสือลายพาดกลอนตัวโตๆ 2 ตัว กระโดดล้อมหน้าหลังเอาไว้ ท่านก็เร่งสติทำสมาธิแผ่เมตตากำหนดจิตเข้าข้างในถึงฐานของจิตปล่อยวางสิ่งทั้งปวง เมื่อถอนจิตออกมาปรากฏว่าเสือสองตัวได้หายไปแล้ว ครั้งหนึ่งท่านเดินทางไปยัง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เข้าไปในหมู่บ้านกะเหรี่ยงกลางหุบเขาเพื่อโปรดพี่ชายของท่านในอดีตชาติที่รักกันมาก ท่านระลึกได้ว่าเคยเกิดเป็นกะเหรี่ยงที่ประเทศพม่ามีพี่ชายอยู่คนหนึ่งบัดนี้เขาได้มาเกิดเป็นชาวกะเหรี่ยงชื่อว่า "เสาร์ อยู่ที่ ต.ป่ายาง บ้านผาแด่น อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ด้วยจิตเมตตาจึงเดินทางไปโปรดและชักชวนเข้าสู่ทางธรรม ซึ่งต่อมานายเสาร์ก็ได้บวชเป็นพระติดตามท่านไปตลอดชีวิต

หลวงปู่ชอบเล่าว่าบางคราวท่านหลงติดอยู่ในป่าหลายวัน ขณะเดินทางจากประเทศพม่ามาเมืองไทย การหลงป่าทำให้ท่านเจียนตายเพราะหิวมาก แต่เพราะท่านเป็นที่เคารพรักของทวยเทพ เทวดา จึงนำอาหารทิพย์มาใส่บาตร อาหารทิพย์นั้นมีกลิ่นหอมและรสอร่อยมาก ทำให้หายเหนื่อย หายหิวไปหลายวัน และในการทำสมาธิกลางป่าลึกของหลวงปู่ชอบนี้ท่านก็ทำทั้งกลางวันและกลางคืน บางวันเจอพายุฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลาก ท่านต้องนั่งกอดบาตรเอาไว้จนสว่างก็มี

เทศน์โปรดเทวดา

ในพรรษาที่ 6 หลวงปู่ชอบท่านจำพรรษาอยู่ ณ วัดป่าบ้านหนองวัวซอ ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดอุดรธานี ที่วัดนี้ท่านได้จำพรรษาอยู่กับกัลยาณมิตรองค์หนึ่งคือหลวงปู่หลุย จันทสาโร (วัดถ้ำผาบึ้ง) หลวงปู่หลุยและหลวงปู่ชอบต่างเป็นชาวจังหวัดเลยด้วยกัน จึงสนิทสนมคุ้นเคยกันอย่างรวดเร็ว เมื่อออกพรรษาแล้วหลวงปู่ชอบก็ออกจากวัดป่าบ้านหนองวัวซอจาริกธุดงค์ไปตามป่าเขาอันเงียบสงบ ขณะหลวงปู่ธุดงค์อยู่ในป่าลึกท่านยังได้เมตตาอนุเคราะห์กับบรรดาเหล่าทวยเทพที่อยู่ในป่า ท่านเล่าว่าระหว่างที่ท่านธุดงค์เข้าไปในป่าลึกจะมีพวกกายทิพย์เข้ามาอาราธนาให้อยู่โปรดพวกเขา แม้แต่เสียงที่ท่านสวดมนต์ภาวนาก็นำความชุ่มชื่นรื่นรมย์มาสู่สัตว์โลกทั่วปฐพี และทุกคืนจะมีพวกเทวดา นาค จากภูมิอื่นมาขอฟังธรรม ท่านเคยเล่าให้ศิษย์ใกล้ชิดฟังว่าเทวดาที่มาเยี่ยมขอฟังธรรมจากท่านเกือบทุกคืนนั้นมีจำนวนมากบ้างน้อยบ้าง ราว 50-60 องค์ บางทีก็เป็น 100-200 องค์ หรือเป็นพันๆ เครื่องแต่งกายของเหล่าเทวดาสวยงามเป็นระเบียบสีเดียวกันหมดเช่นถ้าคณะนี้แต่งกายสีแดงก็แดงเหมือนกัน ถ้าสีขาวก็ขาวเหมือนกัน ที่น่าสังเกตคือเวลามาฟังธรรมเทวดาจะไม่ตกแต่งเครื่องประดับอลังการและทุกองค์จะมีกิริยามารยาทเรียบร้อย

ธรรมะที่ท่านแสดงโปรดเทวดานั้นมักเป็นหัวข้อที่เขาอยากฟังเช่นธัมมจักรกัปปวัตนสูตร กรณียเมตตาสูตรหรือเมตตาพรหมวิหาร การแสดงธรรมของหลวงปู่นั้นแสดงจากใจไม่ต้องใช้เสียง เหล่าเทวดาก็ฟังด้วยใจ บางครั้งมีการถามปัญหาธรรมเช่นเดียวกับมนุษย์ เทวดาที่ได้รับความเมตตากรุณาจากหลวงปู่ จึงเลื่อมใสศรัทธา เทวดาเหล่านี้จะช่วยกันเข้ามาปัดเป่าคลี่คลายปัญหาและห้อมล้อมอารักขาท่านตลอดเสมอมา