พฤติกรรมทำลายครอบครัวของหญิง

ในประวัติศาสตร์ มีหญิง ๓ คน ที่เชื่อกันว่ามีส่วนอย่างสำคัญในการสร้างนรกในครอบครัว
สำรับโลก

บ้านไม่ว่าหลังใหญ่หรือเล็กสามารถเป็นทั้งสวรรค์และนรกได้ทั้งนั้น โดยทั้งหมดขึ้นอยู่กับผู้อยู่ร่วมกันในบ้านหลังนั้น ในประวัติศาสตร์ มีหญิง ๓ คน ที่เชื่อกันว่ามีส่วนอย่างสำคัญในการสร้างนรกในครอบครัว และทั้งหมดมีคุณลักษณะตรงกันอยู่อย่างหนึ่ง คือมีความขี้หึง ระแวง บ่นจู้จี้ และก่อเรื่องวุ่นวายให้แก่ครอบครัวเป็นประจำ

Dale Carnegie ผู้เขียนหนังสือคลาสสิค อายุ ๗๘ ปี "How to Win Friends and Influence People" เล่าไว้ในหนังสือเล่มนี้ (ผู้เขียนเป็นผู้ชายจึงอาจมีความเอนเอียงเข้าข้างเพศเดียวกัน แต่เรื่องเหล่านี้ฟังไว้ก็คงไม่เสียหาย)

รายแรก คือเคาน์เตสแห่งทีบา ซึ่งเป็นพระราชินีของพระเจ้านโปเลียนที่ ๓ แห่งฝรั่งเศส กล่าวขวัญกันว่า เธอเป็นสตรีที่สวยที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น

กษัตริย์องค์นี้เป็นหลานของพระเจ้านโปเลียนที่ ๑ (Napoleon Bonaparte นายพลผู้ยิ่งใหญ่ผู้สถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ มีชีวิตอยู่ระหว่าง ค.ศ.๑๗๖๙-๑๘๒๑) ในตอนแรกได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีด้วยการลงคะแนนเสียงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส แต่ต่อมากระทำรัฐประหารตนเอง และสถาปนาตนเองขึ้นมาเป็นกษัตริย์ มีชีวิตอยู่ระหว่าง ค.ศ.๑๘๐๘-๑๘๗๓

ถึงแม้ว่ากษัตริย์มีพระราชอำนาจ มีความมั่งคั่งในราชสมบัติและทั้งสองรักใคร่กันมาก จนกล่าวกันว่าไม่มีเปลวไฟใดๆที่โชติช่วงชัชวาลเท่าคบเพลิงแห่งความรักของทั้งสองพระองค์ อย่างไรก็ดี หลังพิธีอภิเษกสมรสไม่นาน เปลวไฟก็กลายเป็นเถ้าธุลี ถึงแม้พระองค์จะทรงแต่งตั้งให้เธอเป็นพระราชินี มอบทรัพย์สมบัติมากมายให้ รวมทั้งให้ความรัก แต่ก็ไม่อาจหยุดนิสัยวุ่นวายจู้จี้ขี้หึงของเธอลงได้

ยูยิเน่ ซึ่งเป็นชื่อเดิมของเธอขี้หึงอย่างร้ายกาจระแวงไปหมด ไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระองค์ กระทั่งไม่ยอมให้พระองค์มีความเป็นส่วนตัว บางทีเธอบุกพรวดพราดเข้าไปในท้องพระโรงขณะที่พระองค์กำลังทรงปรึกษาราชการ เธอไม่ต้องการให้พระองค์มีโอกาสอยู่ลำพัง พ้นไปจากสายตาของเธอ เธอหวาดระแวงเกรงว่าจะมีหญิงอื่น จนมักไปพร่ำรำพันความเลวร้ายของพระองค์ให้พี่สาวฟัง และบางครั้งเธอถึงกับชี้หน้าด่าประจานพระองค์ต่อหน้าธารกำนัล

ชีวิตครอบครัวของจักรพรรดินโปเลียนที่ ๓ จึงมีแต่ความระทมขมไหม้ หาความสุขไม่ได้ เธอมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ ๙๔ ปี โดยที่พระสวามีจากไปตั้งแต่เมื่อ ๔๗ ปีก่อน

รายที่สอง คือเคาน์เตสตอลสตอย ภรรยาของนักประพันธ์เอกของโลก ลีโอ ตอลสตอย เจ้าของ "สงครามและเสรีภาพ" และ "แอนนา คาเรนินา" ชีวิตของทั้งสองน่าจะสุขสบายเพราะสามีมีชื่อเสียงกึกก้องโลก แฟนบทประพันธ์ของเขาอ่านทุกถ้อยคำที่ออกจากปากเขา ซึ่งมีการรวบรวมเป็นหนังสือให้ชาวโลกชื่นชม นอกจากพรั่งพร้อมด้วยชื่อเสียงและมีลูกๆอย่างอบอุ่น

ชีวิตครอบครัวดำเนินไปอย่างมีความสุขราวกับนิทานจนเมื่อตอลสตอยเริ่มเปลี่ยนไป เขารู้สึกละอายใจเรื่องยิ่งใหญ่ที่เขาเขียนขึ้นมา จึงหันไปเขียนเรื่องสัพเพเหระต่อต้านสงครามกับความยากจน เขานำสมบัติออกแจกจ่ายผู้อื่น ตัวเองก็กินอยู่อย่างยากไร้ ทำไร่ไถนา ผ่าฟืนดายหญ้า ทำรองเท้าใส่เอง ฯลฯ

ภรรยาของเขาไม่ได้มีความรู้สึกเช่นเดียวกับเขา เธอชอบความหรูหราฟุ่มเฟือย ชอบแสวงหาชื่อเสียงเกียรติยศไม่หยุด ในขณะที่สามีคิดว่าสมบัติทั้งหลายคือบาป เธอเห็นตรงกันข้าม จึงตีโพยตีพายหาเรื่องวุ่นวาย ต้องการเอาเงินทุกเม็ดที่ได้จากการเขียน บางครั้งเธอคลุ้มคลั่ง นอนดิ้นอยู่กับพื้นและขู่จะฆ่าตัวตาย

หลังจากแต่งงานกันมา ๔๘ ปี ตอลสตอยก็ไม่อาจทนเห็นหน้าภรรยาได้ ทั้งสองมีทัศนคติต่อชีวิตแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อเขาอายุได้ ๘๒ ปี ก็ไม่อาจทนอยู่ในครอบครัวที่ปราศจากความรักต่อไปได้ ในเดือนตุลาคม ค.ศ.๑๙๑๐ ในราตรีที่หิมะตกหนักคืนหนึ่ง เขาก็หนีไปจากภรรยา อีก ๑๑ วัน ต่อมาเขาก็สิ้นใจ ก่อนตายเขาขอร้องวิงวอนเป็นครั้งสุดท้าย ขออย่าให้ภรรยามาอยู่ต่อหน้า เขาทนไม่ได้กับการกระทำของภรรยาที่ขี้บ่นรำคาญไม่รู้จบ

รายที่สาม นางลินคอร์น ภรรยาของประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เป็นที่ทราบกันดีว่า ชีวิตครอบครัวของประธานาธิบดีนั้นหาความสุขไม่ได้ เธอเป็นคนขี้บ่นน่ารำคาญ สร้างความทรมานให้ประธานาธิบดีทั้งชีวิต สิ่งเลวร้ายที่สุดก็คือเธอชอบวิพากษ์ข้อบกพร่องของสามีว่าเลวร้ายไปทั้งหมด บ่นว่าเดินหลังค่อมน่าเกลียด ท่าเดินก็เหยาะย่างเหมือนกับพวกอินเดียนแดง ท่วงท่าไม่สง่างาม เธอไม่ชอบหูยานใหญ่ของเขา บอกว่าเหมือนงอกออกมาจากศีรษะ ทั้งยังบอกว่าจมูกเบี้ยว ริมฝีปากยื่น ท่าทางเหมือนคนป่วย แขนขาก็ยาวมากไป

มีคนเขียนเล่าว่าเธอมักส่งเสียงกรีดร้องข้ามฝั่งถนน เสียงโวยวายของนาง เป็นสิ่งที่เพื่อนบ้านได้ยินเป็นประจำ นางมักแสดงความโกรธออกมานอกเหนือจากคำพูด เธอเคยแม้กระทั่งสาดกาแฟร้อนๆใส่หน้าสามี นอกจากนี้เธอยังหึงหวงอย่างไร้เหตุผลและรุนแรงอีกด้วย

ลินคอร์นเป็นคนที่อดทนมาก เขาเสียใจที่มีชีวิตสมรสเช่นนี้ และพยายามหลีกเลี่ยงไม่ต้องการเห็นนางในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆกลับบ้านจากการทำงานนอกบ้าน เขากลับกลัวการกลับบ้าน เขามักพักโรงแรมตามบ้านนอกที่ทรุดโทรม เขาชอบพักที่โรงแรมมากกว่าบ้านตนเองซึ่งมีภรรยาขี้บ่นปากเปียกปากแฉะ และพร้อมที่จะระเบิดอารมณ์ใส่เขา

เมื่อพิจารณาทั้ง ๓ นางจะเห็นได้ว่า พวกเธอมิได้อะไรไปจากพฤติกรรมน่าเบื่อหน่ายของเธอ เธอมิได้ร่วมกับสามีสร้างครอบครัวที่อบอุ่นจนลูกอยากอยู่บ้านที่พ่อแม่ปรองดองรักใคร่กัน พวกนางทำลายสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตไปสิ้น และมันก็ไม่หวนคืนมาด้วย พฤติกรรมของเธอเปรียบได้ดั่งการขุดหลุมฝังศพของชีวิตแต่งงาน