"ประนอม ทาแปง" มรดกภูมิปัญญา ผ้าทอตีนจก

มืออาชีพ

งานหัตถศิลป์ไทยนั้นล้วนสะท้อนภูมิปัญญาและองค์ความรู้ที่สั่งสมกันมาจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมทรงคุณค่าต่อประเทศ การทอผ้าจกหรือตีนจก นับเป็นผลงานหัตถกรรมการทอในเชิงอนุรักษ์ลวดลายไทยโบราณที่มีความน่าสนใจ จากหนึ่งสมอง สองมือ และใจดวงเดียวที่รักและศรัทธาของผู้ทอก่อเกิดเป็นลวดลายประณีตงดงาม ปรากฏสู่สายตาน่าชื่นชมของผู้พบเห็น ความล้ำค่าเช่นนี้น้อยคนนักที่จะทำได้ และ คุณประนอม ทาแปง ก็เป็นหนึ่งในนั้น

คุณประนอม ทาแปง ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ศิลปะผ้าทอ) พุทธศักราช ๒๕๕๓ เป็นศิลปินแห่งชาติคนแรกและคนเดียวของจังหวัดแพร่ที่ได้รับเกียรติสูงสุดในชีวิต ด้วยความสามารถด้านการทอผ้าตีนจกมาตลอดระยะเวลากว่า ๓๐ ปี จนมีผลงานประณีตศิลป์สวยงามเป็นที่ประจักษ์ในวงกว้าง นอกจากนี้ เธอยังได้รับเกียรติให้เป็นครูภูมิปัญญาไทยภาคเหนือ จากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้อนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านอย่างครบวงจร

กว่าจะได้เป็นศิลปินแห่งชาติ เธอผ่านพบประสบการณ์ที่เคยถูกฝึกหัดการทอผ้ามาก่อนหน้า สำหรับเธอแล้ว นั่นคือช่วงเวลาเก็บเกี่ยวสิ่งดีงามมาไว้กับตัวและเป็นความทรงจำที่มีคุณค่าอยู่ถึงทุกวันนี้

"สมัยเด็กๆ ชอบทอผ้าค่ะ คุณครูคนแรกที่สอนคือ แม่ อีกคนคือ ป้า ท่านสอนการทอผ้าตีนจกโบราณเมืองลองให้ คือเราเห็นคุณป้านั่งทอผ้ามาตลอด ดูแล้วจำว่าเขาทออย่างไร พอป้าหยุดพัก ลุกออกไป เราก็จะไปขึ้นกี่แอบทอผ้าจกต่อจากป้าที่ทอไว้ก่อนแล้ว พอป้ากลับมาก็ถามว่า เราทำถูกไหม ส่วนใหญ่ก็จะทำถูก เลยหัดทอผ้าตีนจกเรื่อยมาตั้งแต่นั้นค่ะ... เมื่อก่อนกลุ่มคนที่อยู่ในเมืองลองเป็นชาวไทยวนหรือชาวไทยโยนกค่ะ เขาจะสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง รวมทั้งเสื้อผ้าที่มีเทคนิคและศิลปะการทอเป็นของตนเอง และผ้าตีนจกก็เป็นเทคนิคการจกลายให้มีความสวยงามค่ะ"

ช่วงวัยรุ่น เธอได้เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ เหมือนกับคนต่างจังหวัดในช่วงนั้น รับจ้างเป็นแม่บ้าน แต่เพราะร่างกายที่ไม่สู้แข็งแรง ทำให้ต้องเดินทางกลับมายังบ้านเกิด ต่อมาได้สมัครเป็นลูกจ้างทำงานบ้านตามจังหวัดภาคเหนืออยู่หลายแห่ง แต่ในที่สุดก็กลับมาบ้านนามน ตำบลหัวทุ่ง อำเภอลอง ภูมิลำเนาถิ่นเกิดของตัวเองเพื่อช่วยพ่อแม่ทำงาน และมีโอกาสได้ฝึกทอผ้ากับป้าผู้ซึ่งสืบสานการทอผ้าตีนจกลายโบราณของอำเภอลอง จังหวัดแพร่

จนกระทั่งต้นปี ๒๕๒๒ เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดแพร่ ทอดพระเนตรผ้าตีนจกด้วยความสนพระทัยและมีพระราชประสงค์ส่งเสริมให้ชาวบ้านทอผ้าตีนจกมากขึ้น โดยทรงมอบหมายให้คณะผู้แทนพระองค์ดำเนินการ มอบทุนดำเนินการจัดตั้งกลุ่มสตรีทอผ้าซิ่นตีนจกในนาม "กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านนามน" และมีเธอเป็นประธานกลุ่ม มีการอบรมให้ความรู้เพิ่มเติมและได้รับเงินทุนสนับสนุนจนมีสมาชิกเพิ่มขึ้น สร้างรายได้ให้คนในท้องที่ ทั้งยังขยายองค์ความรู้เหล่านี้ไปสู่หมู่บ้านและอำเภออื่นใกล้เคียง เช่น อำเภอเด่นชัย อำเภอวังชิ้น เป็นต้น จนเป็นที่รู้จักไปทั่วจังหวัดและภูมิภาค

เพราะเป็นผู้ชอบศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เคยเป็นนักเรียนศิลปาชีพ ได้รับการอบรมที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์หลายครั้ง ทำให้เธอได้คิดเทคนิคการทอผ้าที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อผู้ทออย่างยิ่ง

"การทอผ้าโดยทั่วไปแล้ว เราเริ่มจากการนำดอกฝ้ายที่เมล็ดติดอยู่มาอีดฝ้ายเพื่อแยกเมล็ดออก แล้วใช้ก๋งดีดฝ้ายให้ขึ้นฟู แล้วถึงใช้ไม้ทำหางฝ้าย นำมาปั่นฝ้ายด้วยเผี่ยน แล้วใช้เปี๋ยเก็บเส้นด้ายที่ปั่นเสร็จแล้ว เมื่อจะทอก็ให้นำมาขึ้นกี่ทอและจกผ้า การจกเป็นเทคนิควิธีการทำลวดลายบนผืนผ้าด้วยการเพิ่มด้ายเส้นพุ่งพิเศษเข้าไปเป็นช่วงๆ ไม่ติดต่อกันตลอดหน้ากว้างของผ้าค่ะ

โดยสมัยก่อนจะใช้ขนเม่น ไม้แหลม หรือมือยกหรือจกด้านเส้นยืนขึ้น แล้วสอดใส่ด้ายเส้นพุ่งพิเศษเข้าไป ควักเอาทีละเส้นจนได้ลวดลายที่ต้องการ การทอผ้าแบบนี้จะใช้เวลาเป็นเดือน เราก็มานั่งคิดว่า เอ๊ะ แล้วจะทำอย่างไรให้ทอได้เร็วขึ้น เลยคิดวิธีขึ้นมา คือก่อนที่จะขึ้นกี่ เราจะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า เขาฟืม เพื่อเก็บลวดลายของผ้าตีนจกที่ต้องการ การทอเขาฟืมแต่ละเครือจะมีลวดลายสำเร็จอยู่บนชุดฟืม ช่วยให้การทอลวดลายผสมกันง่ายขึ้นโดยเฉพาะลายโบราณต่างๆ"

ลวดลายบนผ้าซิ่นโบราณดังกล่าวล้วนเป็นสิ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้ ด้วยเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงสถานภาพและแหล่งกำเนิดของกลุ่มชน คุณประนอมจึงพยายามศึกษาวิธีการทอลายนั้นให้มากที่สุด จนปัจจุบันเธอมีลวดลายพื้นบ้านโบราณหลายแบบ

"ลวดลายผ้าตีนจกของเราจะมีหลายร้อยลายเลยค่ะ เช่น ลายผักแว่น ลายต่อมเครือ ลายกาบหมาก เป็นลายที่เราเห็นจากสภาพแวดล้อมรอบตัวเราเอามาทอค่ะ คนรุ่นก่อนเวลาไปเห็นอะไรมา เขาจะวาดเป็นรูปแล้วก็ทอจกเป็นลวดลายได้เลย อย่างเห็นนกก็จะทอลายนกกินน้ำร่วมต้น หรือเห็นมดแดงก็ทอเป็นลายขามดแดง บางทีก็มีลายใหม่ๆประยุกต์เข้ามาด้วย แต่หลักๆแล้ว จะเน้นผลิตผลงานเพื่อการอนุรักษ์ค่ะ

โดยเราจะศึกษาลวดลายและสีสันจากผ้าโบราณแล้วนำมาทอใหม่เลียนแบบของเดิม มีทั้งลายของอำเภอลองและจากที่อื่นๆ เช่นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และบ้านหาดเสี้ยวที่จังหวัดสุโขทัย นำมาดัดแปลงให้เกิดความกลมกลืนกัน แต่ละลายก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน ถ้าลายไหนมีสีน้อยก็ใช้เวลาไม่มาก แต่ผ้าทอตีนจกที่แพร่จะมีเอกลักษณ์เป็น ๕ สีขึ้นไป ก็จะทอนาน เพราะต้องสลับสี ใส่สี แต่งสีให้กลมกลืนกัน"

หลายคนที่ได้เห็นผ้าที่คุณประนอมทอ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวถึงความเรียบเสมอกันของฝ้ายเส้นเล็กที่ทอแน่น สีสันคงที่ ไม่เข้มหรือจางเป็นจุดๆ กลายเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะในผลงานของเธอ และทำให้คุณประนอมเป็นที่ยอมรับในวงการ มีรางวัลการันตีคุณภาพและความงดงามของผ้าทอตีนจก

"เคยทอผ้าทองคำแท้ลายจก ลายดอกบัวหงายให้วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานีค่ะ เป็นผ้าทองคำแท้ หนักประมาณ ๗ กิโลกรัม ผ้าผืนนั้นก็ภูมิใจมาก รู้สึกเป็นบุญจริงๆที่ได้ทำงานชิ้นนี้ อีกชิ้นก็คือ ผ้าทอตีนจกที่ยาวที่สุดในโลก ใช้เวลาทอ ๒๐ ปี แล้วก็มีที่ส่งผลงานเข้าประกวดระดับประเทศ ได้รับรางวัลจากหลายแห่ง เช่น ผ้าซิ่นจกไหมดิ้นทองลายภูพิงค์ ได้รางวัลสุดยอดผ้าไทย ปี ๒๕๓๐ ผ้าซิ่นจกเต็มตัวฝ้ายปั่นมือย้อมสีธรรมชาติ เป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมดีเด่นจากสภาอุตสาหกรรมฯ ผ้าซิ่นตีนดอกมุกเมืองลองต่อจกลายนกแยงเงา รับรางวัลชนะเลิศ งานศิลปาชีพบางไทรปี ๒๕๔๐ ผ้าซิ่นปกาเกอะญอ ได้รางวัลชนะเลิศการประกวดผ้าทอลายโบราณ ปี ๒๕๔๓ ล่าสุดก็คือ รางวัลผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมดีเด่นจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ค่ะ เป็นผ้าฝ้ายลายตีนจก"

ทุกวันนี้ นอกจากการสร้างสรรค์ผ้าตีนจกออกสู่ตลาด คุณประนอมยังได้เข้าไปมีส่วนในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่สังคม เพื่อให้ชาวบ้านได้มีรายได้หลังการเก็บเกี่ยว ทั้งยังเผยแพร่ผลงานอันล้ำค่าให้คนรุ่นลูกหลานได้รับทราบและหวงแหนอีกด้วย

"เรามีกลุ่มทอผ้า กลุ่มอนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปะผ้าทอตีนจก รวมถึงกลุ่มสตรีสหกรณ์ทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ มีเครือข่ายช่วยเหลือ ฝึกสอนการทอผ้าตีนจกให้กลุ่มแม่บ้านและกลุ่มชาวเขาใน ๑๗ จังหวัด ก็มีไปเป็นวิทยากรฝึกสอนการย้อมสีธรรมชาติ สอนการทอผ้าตีนจกให้กลุ่มทอผ้าต่างๆในเขตภาคเหนือ หน่วยงานไหนที่ต้องการเข้ามาดูงานเรื่องผ้าตีนจกก็เข้ามาพูดคุยได้ค่ะ แล้วก็ยังดูแลศูนย์การเรียนรู้ผ้าจกเมืองลอง และการย้อมผ้าสีครามธรรมชาติที่อยู่ในบ้านด้วยค่ะ ข้างในแบ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ผ้าทอตีนจก รวบรวมผ้าทอตีนจกลวดลายโบราณของอำเภอลอง ผลงานที่ได้รับรางวัลมาจัดแสดง โรงย้อมครามให้ผู้สนใจได้เรียนรู้การย้อมสีครามธรรมชาติ สุดท้ายคือสวนไม้ย้อมสีที่มีพันธุ์ไม้ย้อมสีต่างๆมากมาย ทุกวันอาทิตย์ จะมีเด็กๆรุ่นใหม่เข้ามาฝึกหัดทอผ้าตีนจกอยู่เสมอค่ะ"

แม้จะต้องนั่งทอผ้าอยู่หลายชั่วโมงในแต่ละวัน แต่ คุณประนอม ทาแปง ก็ยังคงตั้งใจสร้างสรรค์ และสืบสานผ้าทอตีนจกอย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย เธอบอกว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทอผ้าตีนจกได้ แต่ต้องเป็นผู้มีใจรัก มีสมาธิและความเพียร จึงจะเกิดผลงานและความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจ ซึ่งจะว่าไป นั่นก็คือเคล็ดลับการทำงานในชีวิตของทุกคนนั่นเอง

 


ข้อมูลอ้างอิง

คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม. (๒๕๕๖). เปิดบ้านศิลปินแห่งชาติ นางประนอม ทาแปง,๘-๒๒