วัดผลลัพธ์ด้วย Clinical study

ปกิณกะความงาม
Clinical study...การศึกษาวิจัยทางการแพทย์ เพื่อทดสอบผลลัพธ์ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และผลข้างเคียงของยา กลุ่มสาร หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ดำเนินการวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญ ทดสอบกับผู้ใช้เป็นกลุ่มเป้าหมายจริง ไม่ใช่เพียงการทดลองในห้องแล็บ แล้วใช้ระยะเวลาในการทดสอบเหมือนการใช้จริง ส่วนใหญ่ต้องใช้เวลา 4-8 สัปดาห์ หรือขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ที่ทดสอบ รวมถึงต้องควบคุมตัวแปรตลอดการศึกษา
ยูเซอรินร่วมกับแพทย์ผิวหนัง จัดทำ Clinical study ทดสอบและยืนยันประสิทธิภาพ รวมถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ดูแลผิว มักวัดผลจากความรู้สึกของผู้ทดลองใช้เพียงอย่างเดียว แต่การวัดผลในการทำ Clinical study จะเป็นการวัดผลทางด้านวิทยาศาสตร์ ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อพิสูจน์ว่า หลังใช้มีการพัฒนามากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นผลที่จับต้องได้ ภายใต้การควบคุมของแพทย์ผิวหนังที่มีความชำนาญ ไม่ใช่แค่การวัดผลจากความพึงพอใจของผู้ใช้ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถจับต้องได้
ทางการแพทย์มีการวัดผล 3 วิธี คือ หนึ่ง...การวัดผลด้วยการประเมิน โดยใช้ความรู้สึก และการประเมินโดยสายตา จากทั้งอาสาสมัครที่ทดลองใช้ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ทำการทดลอง (Subjective measurement) สอง...การวัดผลการประเมิน ด้วยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ให้ผลออกมาเป็นค่าตัวเลข ที่เปรียบเทียบผลได้อย่างชัดเจน (Objective measurement) และสาม...การวัดผลการประเมิน โดยใช้เครื่องตรวจสภาพผิว ที่มีความละเอียดสูงสุด สามารถเห็นจุดด่างดำ ที่ก่อตัวภายใต้ผิว ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ในการทำ Clinical study นั้น ต้องควบคุมสภาวะแวดล้อม ตำแหน่งการตรวจสภาพผิว และปริมาณแสง ให้เหมือนเดิมในทุกครั้ง เมื่อมีการวัดผลซ้ำ ถ้าหากประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ออกมาในทิศทางเดียวกัน จากทั้ง 3 วิธี ในการวัด แสดงว่าผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพ และความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งยูเซอรินได้ร่วมจัดทำ Clinical study ภายใต้การควบคุมของ นายแพทย์ จินดา โรจนเมธินทร์ แพทย์ผิวหนังชั้นนำของประเทศไทย เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ "ยูเซอริน ไวท์ เธอราพี" ในการลดเลือนจุดด่างดำและผิวหมองคล้ำ
โดยช่วยลดจำนวนเม็ดสีเมลานินในชั้นผิว ทำให้ผิวกระจ่างใส ทั้งภายนอกชั้นผิว และในชั้นผิวที่มองไม่เห็น รวมถึงความปลอดภัยต่อผู้ใช้ โดยผู้เข้าร่วมการศึกษาวิจัย เป็นอาสาสมัครผู้หญิงไทย 30 คน ช่วงอายุระหว่าง 20-30 ปี ที่มีปัญหาของผิวด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ และเคยผ่านการใช้ผลิตภัณฑ์ชั้นนำ ในกลุ่มไวท์เทนนิ่งมาก่อน
นายแพทย์ จินดา โรจนเมธินทร์ กล่าวว่า "การวัดจุดด่างดำแต่ละจุด บนใบหน้าของอาสาสมัคร แพทย์ผู้ควบคุม Clinical study ต้องมีความแม่นยำอย่างมาก ในการตรวจวัดความเปลี่ยนแปลงของจุดด่างดำ ในผิวในทุกๆครั้งที่ตรวจ แล้วจะต้องแน่ใจว่า เป็นการวัดที่จุดเดียวกัน เพราะถ้าหากเราวางการวัดผิดจุด ถึงแม้จะแค่นิดเดียวก็ตาม ปริมาณเม็ดสีเมลานินจะไม่เท่ากัน ผลที่ได้ก็จะคลาดเคลื่อน เช่น หากจะวัดปริมาณเม็ดสีเมลานิน ใต้ผิวบริเวณโหนกแก้มข้างขวา ต้องใช้ไม้บรรทัดวัดจากรูม่านตา 2 เซนติเมตร ถึงบริเวณที่มีจุดด่างดำ ทำให้ทุกครั้งที่กลับมาวัดใหม่ จะสามารถวัดได้ในจุดเดิม ทำให้ผลที่ได้มีความแม่นยำ นี่คือหนึ่งในข้อแตกต่างที่สำคัญ ของการทำ Clinical study และการวัดผลความพึงพอใจผู้ใช้ ทำให้ผลการทำ Clinical study มีความเป็นกลาง แม่นยำ เชื่อถือได้ และเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์"
ยูเซอริน ไวท์ เธอราพี?ช่วยไขกุญแจสู่การครอบครองผิวขาวกระจ่างใส ด้วยประสิทธิภาพสูงที่สุดที่เคยมีมา โดยใช้เวลาถึง 6 ปีในการค้นคว้าและวิจัย ด้วยการผสานสองพลังประสิทธิภาพ จากสาร บี-รีซอซินอล ที่เป็นอนุพันธ์ของ Resorcinol ช่วยฟื้นบำรุงจุดด่างดำล้ำลึก ถึงชั้นเซลล์ผิวที่จุดกำเนิด ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินทั้ง 2 ชนิด (เมลานินสีดำและเมลานินสีน้ำตาล) ที่มีอยู่ในผิวผู้หญิงไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการวิจัยเปรียบเทียบพบว่า บี-รีซอซินอล มีประสิทธิภาพเหนือกว่า โคจิกแอซิด (5.6 เท่า) ไฮโดรควิโนน (100 เท่า) และอาร์บูติน (380 เท่า) ซึ่งเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่ง ที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน
มัทนี ศิริกายะ Group Product Manager ยูเซอริน (ประเทศไทย) กล่าวว่า "ยูเซอริน ตระหนักถึง ปัญหาที่ผู้หญิงหลายๆคนมี นั่นก็คือผิวที่ดูภายนอก แลดูเหมือนจะไม่มีปัญหา แต่ที่จริงแล้ว ภายใต้ผิวนั้นเริ่มมีจุดด่างดำและปัญหาผิวต่างๆ เริ่มก่อตัวอยู่ในระดับลึก ผู้หญิงส่วนมากมักไม่รู้ถึงความลับใต้ผิวของตัวเอง ทำให้ดูแลผิวแค่เพียงผิวเผิน วันหนึ่งปัญหาที่ซ่อนอยู่นี้ ก็จะปรากฏให้เห็นและแก้ไขยาก หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ทำให้ผิวของเราไม่สามารถสวยได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น จึงเป็นที่มาของแคมเปญ Eucerin Skin Science Secret ที่อยากจะชวนให้ผู้หญิงมาค้นพบความลับ ที่อยู่ใต้ผิวของตัวเอง ด้วยการตรวจผิวจากนวัตกรรม iPV (Invisible Pigmentation Visualizer) เพื่อที่จะดูแลและป้องกันปัญหาผิว ได้อย่างถูกต้องถูกจุดจากภายใน นอกจากนั้นยูเซอรินยังทุ่มเทและมุ่งเน้น ที่จะทำ Clinical study เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ด้วยผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่พิสูจน์ได้ว่า แก้ปัญหาผิวได้ตรงจุด ด้วยการทำงานลึกในระดับชั้นผิว และมีความปลอดภัยต่อทุกสภาพผิว"
ปิดท้ายด้วย แพร-พิมพิศา จิราธิวัฒน์ หนึ่งในสาวหน้าใส ที่มาร่วมค้นพบความลับใต้ผิว กล่าวว่า "แพรเป็นคนมีผิวปกติค่ะ ตั้งแต่สมัยอยู่มัธยม...ก็ไม่ได้มีสิว หรือรอยจุดด่างดำ เหมือนกับเพื่อนๆ ก็เลยคิดว่า ผิวคงไม่มีปัญหา แล้วครีมที่ใช้อยู่เป็นประจำ ก็น่าจะดีพอแล้ว จนกระทั่งได้มาตรวจสภาพผิวกับยูเซอริน พร้อมได้พูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง จึงทำให้ทราบว่า จริงๆแล้วใต้ผิวของเรา เริ่มมีจุดด่างดำก่อตัวซ่อนเร้นอยู่ โดยที่ยังไม่ปรากฏให้เห็นภายนอก ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลรักษา หรือป้องกันที่ถูกต้อง เม็ดสีเมลานินที่ก่อตัวขึ้นมา ก็จะมากขึ้นไปเรื่อยๆ และปรากฏให้เห็นชัดในที่สุด ซึ่งหากเราไม่ได้มีโอกาสมาตรวจ ก็คงจะไม่ได้รับรู้ถึงความลับใต้ผิว คงจะปล่อยเลยตามเลย ไม่ได้ใส่ใจจะแก้ปัญหาที่มีอยู่"
วิทยาศาสตร์...สามารถวัดผลกันได้ค่ะ