สังวาลย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา นักพากย์ขวัญใจเด็ก

สุขที่ใจรัก

"ใช้ 'หมอง นั่ง 'มาธิ" ประโยคฮิต จากการ์ตูนยอดนิยมเรื่อง "เณรน้อยเจ้าปัญญา" หรือที่เด็กๆ เรียกขานกันว่า "อิ๊กคิวซัง" คือเสียงพากย์ที่มาจาก คุณสังวาลย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ใช้เสียงเป็นใบเบิกทางเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ทักษะภาษาไทยให้กับเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง ด้วยความกังวลเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยของเด็กและวัยรุ่นว่ามีความผิดเพี้ยนมากขึ้นทุกวัน

"ภาษาไทยในปัจจุบันถูกกัดกร่อนมากๆ พูดไม่ครบ ตัวสะกดไม่ครบ ควบกล้ำไม่ครบ เด็กๆ เอาคำวัยรุ่นมาใช้จนลืมว่าที่ถูกต้องคืออะไร บางทีเราอาจจะคิดว่าโตขึ้นเขาจะพูดได้ แต่ไม่ใช่ เขาจะโตโดยคิดว่าที่เค้าใช้มาตลอดถูกแล้ว ดิฉันมองว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่สละสลวย บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึก ถ้าเราพูดถูกต้อง พูดให้ชัด ใช้น้ำเสียงที่น่าฟัง จินตนาการของเด็กจะไม่ขาดหายไป เพราะจินตนาการของเด็กเกิดจากสิ่งเหล่านั้น แต่เดี๋ยวนี้เราใช้คำที่ผิดจนไม่รู้ว่าที่ถูกต้องคืออะไร วันหนึ่งเราอาจจะลืมไปจริงๆ ก็ได้ เคยถามน้องว่าน่ารักฝุดๆ แปลว่า'ไร น้องบอกไม่ทราบ เขาพูดไปทั้งที่เค้าไม่รู้ความหมาย เลยจุดประกายให้ดิฉันกับครูภาษาไทยว่าเรามาช่วยกันไหม"

คุณสังวาลย์ หรือ พี่ม็อค ของน้องๆ คือนักพากย์ที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์ยาวนานในการพากย์ นอกจากเสียงของ "อิ๊กคิวซัง" ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีแล้ว คุณสังวาลย์ยังพากย์การ์ตูนอีกหลายเรื่อง ซีรี่ส์ต่างประเทศ และสปอตวิทยุ แต่เธอกลับแบ่งเวลาอีกส่วนหนึ่งมาเพื่อการเดินทาง สร้างค่าย สร้างกระบวนการการเรียนรู้ทั้งด้านการพากย์ และทักษะภาษาไทย ให้กับเด็กทุกวัยตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงวัยมหาวิทยาลัย ซึ่งคุณสังวาลย์บอกว่า "ทำงานพากย์เพื่อเดินทาง เก็บเงินเพื่อการเดินสายทำจิตอาสา" เพราะเงินทั้งหมดที่ใช้ในการทำกิจกรรมต่อเนื่องยาวนานกว่าสองปีนั้น เป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง

"ดิฉันทำงานพากย์ แล้วก็เดินสายสอนน้องค่ะ ไปต่างจังหวัดและตามงานต่างๆ อย่างตอนที่ไปมหาสารคามไปกับบริษัทหนึ่ง ไปสอนเกี่ยวกับการอ่านสปอร์โฆษณา สอนพากย์หนัง มีไปเปิดคอร์สที่ศูนย์เยาวชน จังหวัดขอนแก่น ไปตามที่เขาเชิญมา บางทีน้องที่จัดกิจกรรมเคยมาอบรมในกรุงเทพฯ กับที่อื่น แล้วเขาเอาไปต่อยอด เราเลยไปร่วมกิจกรรมกับเขา คือทั้งหมดไม่ต้องเข้ามากรุงเทพฯ ดิฉันออกไปเอง ส่วนกิจกรรมจิตอาสาที่เราทำ ดิฉันสอนน้องตั้งแต่อนุบาล ประถม สอนเล่านิทาน พากย์การ์ตูน มัธยมสอนพากย์การ์ตูน พากย์ซีรี่ส์ ทำมาตั้งแต่ปี' ๕๔ แล้ว

เริ่มต้นจากที่เมื่อก่อนดิฉันสอนอยู่ในกรุงเทพฯ เปิดห้องพากย์ สอนเพื่อเอาเข้าทีม ให้เขาทำงานของเราให้ได้ ก็มีน้องไปบอกต่อ พี่ม็อคสอนฟรี เรียนจบแล้วหรือระหว่างเรียนได้ทำงานได้ตังค์ด้วย แต่พอน้ำท่วม ไม่มีห้องสอนจึงเดินสายสอนข้างนอก เพราะน้องเข้ากรุงเทพฯ ลำบากเลยให้น้องรวมกลุ่มที่ต่างจังหวัด ดิฉันออกไปสอนเอง ให้รวมกลุ่มให้ครบ เซตห้องพากย์ ห้องประชุมได้ การเรียนรู้ต้องเป็นขั้นตอน เรียนทีเดียวไม่จบ พอออกรายการข่าวข้น คนข่าวเช้า ได้ประกาศว่าจะออกสอนฟรีจึงได้รับการตอบรับจากโรงเรียนต่างๆ เช่น โรงเรียนองครักษ์เชิญไปร่วมทำกิจกรรม ไปสอนข้างนอก ไปจุดประกายให้น้องๆ ตั้งใจเรียนหนังสือ สนใจภาษาไทย เป็นการจุดประกายร่วมกับอาจารย์ ซึ่งคิดตรงกันว่าให้ดิฉันไปช่วยกระตุ้น ไม่อย่างนั้นเด็กกร่อนภาษา ภาษาวิบัติหมด การที่ไปผูกใจเด็กอนุบาลไม่เหมือนคนอื่น เด็กอนุบาลไม่เคยเห็นตีลังกา หกคะเมน เปลี่ยนเสียงไม่เหมือนเดิมก็สนใจ สามารถดึงเด็กมาร่วมกับเราได้ อาจารย์ที่นั่นบอกว่าเด็กๆ พูดยากยิ้มยาก ดิฉันเอาการ์ตูนไปนำเสนอ จุดประกายให้น้องๆ ตั้งใจเรียนได้

มีหลายโรงเรียนที่ไปจัดกิจกรรม เช่น โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล โรงเรียนที่องครักษ์ โรงเรียนอื่นๆ ซึ่งเชิญเราไป และโรงเรียน ตชด. ตามจังหวัดต่าง ๆ กาญจนบุรี จันทบุรี บ้านบ่อชะอม บ้านคลองแดง ไปมาหมดแล้ว เป็นโรงเรียนที่เราเดินไปขอเขาเอง เริ่มต้นจากการที่เราไปร่วมกับโครงการคนรักหนัง แล้วที่โรงเรียนเขาต่อยอดกิจกรรม เชิญเรามาอีกครั้ง คราวนี้ออกพื้นที่คนเดียวเลย จากนั้นเวลาไปโรงเรียนอื่นเราเดินเข้าไปหาแล้วบอกเลย ซึ่งเขาตอบรับดีมาก คนที่เป็นครูใหญ่เป็นตำรวจเห็นคุณค่าตรงนี้ วิธีคือเขาจะทิ้งเด็กไว้กับเรา บางทีร้อยกว่าคน บางโรงสองร้อยกว่า บางโรงแปดสิบกว่า ทั้งหมดทำคนเดียว และใช้เงินตัวเองด้วย ตั้งแต่ขับรถปิคอั้พไปเองเป็นร้อยกิโล เราทำคนเดียวเพราะไม่รู้จะกินนอนยังไง ไม่กล้าพาทีมงานไป เขาไม่เหมือนเรา แต่เราอยู่ได้ ถ้าเด็กอยู่ได้ ชาวบ้าน ครูอยู่ได้ เราต้องอยู่ได้ อย่างไปมะเซอย่อ ใช้เวลาเกือบสองวัน เพราะไกล ขึ้นเขาลงเขา ต้องอยู่หนึ่งคืน อุปกรณ์ก็ใช้ที่เขามี ถ้ามีโปรเจ็คเตอร์ก็ใช้ ไม่มีก็ไม่ใช้ กิจกรรมส่วนใหญ่จะหนึ่งวัน บางทีต้องอยู่ค้าง บางทีไม่ค้าง แล้วแต่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย

กิจกรรมที่เราไปทำเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กกล้าแสดงออก กล้าคิดกล้าทำ แสดงให้เขาเห็น ต่อยอดความคิดน้องๆว่า สิ่งเหล่านี้ดีนะ ทำให้รู้จักคิด เขาจะทำอะไรให้กับสังคม เราสอดแทรก มีจริยธรรม มารยาท เราแทรกให้กลืนเข้าไปไม่รู้ตัว การที่เขารอคิว เขาต้องอดทน รู้จักชื่นชมในสิ่งที่เพื่อนทำได้ จะรู้ว่าอันนี้มีจุดบกพร่อง อันนี้ไม่ดี รู้จักรับฟัง ชื่นชมคนอื่น กระตุ้นให้เรียนรู้ภาษาไทย ร.เรือ ล.ลิง อย่างที่มะเซอย่อ พูดภาษาไทยไม่ชัด ไม่ใช่แค่ควบกล้ำ อย่างการบ้าน สะกดเป็นกาบ้า ทำไงให้เค้าพูดชัด เอานิทานไปเล่า เอาการ์ตูนไปฉายให้ดู อาจจะยาก เพราะพ่อแม่เขาก็พูดแบบนี้ แต่มันมีวิธีปลูกฝัง ให้เขาเรียนรู้ เช่น ดูจากทีวี หรือจากที่เราจัดกิจกรรม เวลาดิฉันทำกิจกรรมจะบอกเขาว่า พูดไม่ชัดไม่เป็นไร ไม่มีใครหัวเราะเยาะ ถ้าหัวเราะเยาะไม่มีมารยาท พี่จะเสียใจมาก น้องออกมาแสดง มาเรียนรู้กับเรา ที่จริงเด็กมีดี มีความสามารถต่างๆ แต่เขาไม่กล้า มันอยู่ที่เราจะดึง พ่อแม่บอกว่าพ่อแม่พูด เด็กไม่ลุก ดิฉันพูด เด็กลุก เราต้องมองว่าเราไม่ได้บังคับ แต่เราต้องมองว่าเขาทำแล้วได้ประโยชน์อะไร เด็กเขาคิดได้

ที่จริงแล้วตัวเองไม่ได้ต่อต้านการใช้ภาษาวิบัติ แต่อยากให้เด็กใช้ให้ถูกก่อน ให้รู้ว่ามาจากไหนภาษาที่ผิดเพี้ยนแต่เป็นที่นิยม เราพูดกันมันสนุก เรียนเครียดแล้วมาใช้ภาษาแบบนี้ดีไหม แต่เวลาเรียนก็อยากให้กลับไปใช้แบบเดิม จะได้รู้ที่มาที่ไป ถ้าเราไม่รู้ พูดตามๆไป ใครมาถาม เราจะไม่รู้ เพราะเราพูดตามเขามา ภาษาไทยเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องเรียนรู้ ที่สำคัญคือเราจะเรียนรู้ได้ยังไง ถ้าเราไม่ใช้ภาษาไทย สิ่งที่คาดหวังคือ คนที่เราสอนมาจะโตไปเป็นกลุ่มคนที่มีความรู้ด้านภาษาไทยที่แน่น และสามารถไปเรียนรู้ภาษาอื่นได้ หวังว่าสิ่งเล็กๆ ที่เราทำร่วมกับเหล่าอาจารย์ที่เห็นด้วย แม้อาจต้องใช้เวลา งบประมาณของตัวเอง เราจะทำต่อไม่สิ้นสุด แค่หวังว่าเด็กพูดภาษาไทยชัดเจน เอาภาษาไทยไปเล่นคำ ใช้ภาษาไทยได้ดี และใช้ภาษาอื่นได้ด้วย

นักพากย์เป็นอาชีพที่ต้องใช้เสียง แต่อาชีพอื่น เช่น ครู อาจารย์ นักพูด หัวหน้าคนก็ต้องใช้เสียงเหมือนกัน อยากฝากเอาไว้ว่า เรามาฝึกอ่านภาษาไทยให้ชัดเจน พูดให้สละสลวย มีน้ำหนัก จังหวะจะโคนน่ารักน่าฟังกันดีไหม ภาษาไทยคือหัวใจของทุกวิชา ทุกอาชีพ ครูสอนภาษาอังกฤษยังมีภาษาไทยแทรกอยู่ด้วย ดิฉันอยากบอกว่า เรามาช่วยกันนะคะ ช่วยอ่าน ช่วยเขียนให้ถูกต้อง อนุรักษ์เอาไว้เพราะภาษาไทยกว่าจะได้มาเนี่ยยากลำบาก เชื่อเหลือเกินว่า น้องๆคนไทยฝึกฝน เราจะพูดภาษาไทยได้ชัดเจน เพราะพริ้ง และพูดภาษาต่างชาติได้ไพเราะเพราะพริ้งเช่นกัน

ส่วนคนที่อยากเป็นนักพากย์ ดิฉันมองว่า สิ่งที่เราต้องมี คือ ต้องอ่านภาษาไทยให้แตกฉาน ไม่ว่า ร.เรือ ล.ลิง ควบกล้ำ เพราะเวลาที่เราต้องสื่อสารออกไป ทุกอย่างต้องมีความชัดเจน และต้องมีความตั้งใจ อดทน อดกลั้นเป็นอย่างมาก ต้องเรียนรู้ ต้องฝึกฝน อันนี้คือคุณสมบัติของการเป็นนักพากย์ที่ดี นอกจากนั้นยังต้องมีมารยาท ต้องเรียนรู้ตอนที่ฝึกฝน บางทีบางคนมีมารยาทอยู่แล้ว บางคนไม่เข้าใจว่าต้องมีมารยาทด้วยหรือ เรื่องมารยาทเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ส่วนเรื่องพรสวรรค์ที่หลายคนมองว่าเป็นสิ่งสำคัญ ดิฉันไม่สามารถบอกทุกคนได้ แต่ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ไหม ต้องลองพากย์ พอจะมีเสียงสูงๆต่ำๆไหม พูดออกมาไม่ใช่อ่านหนังสือ ลองทำดู แต่ถ้าไม่มั่นใจมาหาได้ค่ะ จะเปิดทดลองให้จะได้รู้ว่าจะฝึกแบบไหน ในวงการนักพากย์ยังมีพื้นที่สำหรับคนใหม่ๆอยู่ โดยเฉพาะหนังใหญ่ยังรับสมัครอยู่ เอามาทดสอบว่าเหมือนไหม การ์ตูนก็มีพื้นที่ให้เข้าไปทดสอบเสียง บางที่ปิด เราก็อย่าเข้าไป ถ้าเขาเปิด เราเข้าไป ขึ้นอยู่กับตัวของเราเองด้วยว่าจะทุ่มเทกับมันได้มากแค่ไหน

สิ่งที่อยากจะทิ้งท้ายไว้ก็คือ ที่ดิฉันได้ไปสัมผัสมา ที่ได้ไปทำกิจกรรมต่างๆ เพราะอยากเอาประสบการณ์ของตัวเองไปเผยแพร่ อาชีพนี้ไม่มีใครที่อยู่ๆ เดินออกไปสอน เราไม่ได้อยากเด่นอยากดัง แต่เราเห็นหลายคนลำบากที่จะเข้ามาในวงการนี้ และอย่างที่เราไปทำกิจกรรมกับเด็กๆ เพราะเรามีความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของน้องๆ รอยยิ้มที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน เราเอาผลงาน เอาสิ่งดีๆไปสอนน้อง ทั้งหมดคือสิ่งที่ทำให้ดิฉันมีความสุข เป็นตัวกระตุ้นให้ทำต่อไป สิ่งที่ได้สอนน้องไป แล้วน้องมีความสุข เป็นความสุขเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่มาก ยิ่งใหญ่จนเราสามารถลางานไปสอนได้ ดิฉันเคยปฏิญาณตนไว้ว่า เมื่อมีความสำเร็จ สามารถสร้างชื่อเสียงให้ตนเองสำเร็จจากการใช้เสียง จะเอาประสบการณ์และความสามารถไปเผยแพร่ ตราบเท่าที่ยังมีกำลัง และใครหรือโรงเรียนไหน ที่อยากให้ดิฉันช่วยจัดกิจกรรมสามารถติดต่อมาได้ทาง www.facebook.com/Sungwal.DevahastinDe Ayuddaya.3 รับไปจัดกิจกรรมตลอด จนกว่าเราจะพูดภาษาไทยกันได้คล่อง จนกว่าดิฉันจะไม่มีกำลังแล้ว"