ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผิว

ปกิณกะความงาม

ในปัจจุบันมลพิษต่างๆ รุนแรงมากขึ้นทุกๆวัน ล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิว ทำให้ผิวส่งสัญญาณความอ่อนล้าต่างๆ ส่งผลให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำ กระทั่งริ้วรอยแห่งวัยตามมา รวมถึงการสูญเสียความชุ่มชื้น ก็เปรียบได้กับการกระหายน้ำนั่นเอง ดังนั้น โอเลย์ จึงทำการศึกษาเพื่อให้เข้าใจ เกี่ยวกับความชุ่มชื้นของผิว

เหตุผลที่ผิวของเราแห้งตึงมีดังนี้

1. ผิวของเราเปรียบเสมือนถังน้ำที่มีรูรั่ว ดังนั้น ผิวจึงมีแต่จะสูญเสียความชุ่มชื้นออกไป ให้กับสภาพแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา

2. งานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ พี แอนด์ จี แสดงให้เห็นว่า ผิวที่อ่อนล้าเหมือนแบตเตอรี่ ที่มีการสูญเสียพลังงาน หรือสูญเสียการกักเก็บความชุ่มชื้น ซึ่งความเหนื่อยล้าที่เพิ่มมากขึ้น ก็เปรียบกับถังมีรูรั่วมากขึ้นกว่าเดิม

ที่ผ่านมาเทคโนโลยีการพัฒนาส่วนผสม มักสนใจแต่การแก้ไขปัญหาผิวแห้งตึง ส่วนการแก้ไขปัญหาความชุ่มชื้น ให้กับผิวในระยะยาว ต้องบำรุงเพื่อสุขภาพโดยรวม และมีประสิทธิภาพในการรักษาสมดุล ของความชุ่มชื้นด้วยเช่นกัน

ถึงเวลาที่ต้องอุดรูรั่วของผิวกันแล้ว

มีสารมากมายที่ช่วยเติมและอุดรูรั่ว ไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น โดยสารที่ได้ยินกันบ่อยๆ คงหนีไม่พ้นสารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ที่มีหน้าที่สำคัญ คือ ช่วยในการกักเก็บรักษาน้ำเอาไว้ ถ้ากล่าวในทางเคมีแล้ว สารไฮยาลูรอนิค แอซิด จะประกอบไปด้วย Side Chain ที่เปรียบเสมือนกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ ที่ช่วยกันโอบอุ้มโมเลกุลของน้ำเอาไว้ ทั้งยังสามารถกักเก็บน้ำเอาไว้ได้ มากถึงหลายร้อยเท่าของน้ำหนักตัว

มีการค้นพบสารใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพรักษาความชุ่มชื้น คือ เห็ดหูหนูขาว มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Tremella Fuciformis ว่ากันว่าในศตวรรษที่ 8 นางสนมของจักรพรรดินามว่า หยางกุ้ยเฟย ก็เคยใช้เห็ดหูหนูขาวเป็นส่วนผสมหนึ่ง ของการดูแลผิวใบหน้าของเธอ ณ วันนี้เห็ดหูหนูขาว ก็ยังคงถูกใช้ในการทำขนม ในท้องถิ่นของประเทศจีน เพราะช่วยระบายความร้อนได้ดี ทำให้กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในประเทศจีน แยกสารตัวหนึ่งออกมาได้ คือ WSK มีโครงสร้างโมเลกุล ประกอบไปด้วยกิ่งก้านสาขา แตกย่อยออกไปมากมาย เมื่อทำการทดสอบในห้องปฏิบัติการ เปรียบเทียบสาร WSK และสารไฮยาลูรอนิค แอซิด ในอัตราปริมาณที่เท่ากัน ทำให้รู้ว่า สาร WSK มีประสิทธิภาพกักเก็บน้ำดีกว่ามาก โดยสาร WSK ถูกใช้ประกอบอาหาร ทั้งในอาหารจีนและอาหารญี่ปุ่น มาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน

สาร WSK มีประโยชน์ต่อการบำรุงรักษาผิวพรรณ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ของโอเลย์ ยังค้นพบอีกว่า นอกจากเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวแล้ว ต้องคำนึงถึงเรื่องความอ่อนล้า ของผิวที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งประการด้วย ซึ่งอาจเปรียบได้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่มีแบตเตอรี่อ่อน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องฟื้นฟูบำรุงผิวควบคู่พร้อมๆกัน โดยส่วนประกอบอย่างสารไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) ซึ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการช่วยบำรุงผิวควบคู่กันไป