หน้าต่างกระจกกับนกตัวหนึ่ง

Author: 
คมสัน วิเศษธร

มีนกตัวหนึ่ง บินหลงเข้ามาอยู่ในตึก
อาจเพราะคนทำความสะอาดเปิดประตูกับหน้าต่างทิ้งไว้
มันจึงบินเข้ามาเยี่ยมชม เมื่อพบว่าส่งเสียงร้องไปแล้ว ก็ไม่เห็นมีเพื่อนนกด้วยกันร้องตอบ มันจึงคิดหาทางออก

ด้วยความใสของกระจกที่เช็ดถูหมาดใหม่ นกตัวนั้นจึงคิดว่าไม่มีอะไรกั้นระหว่างมันกับกิ่งก้านของต้นไม้ตรงหน้า มันจึงบินชนกระจกไม่รู้กี่รอบ!
นกตัวนั้นส่งเสียงร้อง คล้ายจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครผ่านมาในพื้นที่ตรงนั้น 

มันพยายามบินวนไปทั่วห้องโถง เพื่อสำรวจดูว่าตรงไหนมีลมอากาศพัดเข้ามาจากภายนอกบ้าง แต่มันก็หาไม่พบราวกับทางออกกับทางเข้าน่าจะคนละที่กัน

สิบนาทีผ่านไป มีพนักงานคนหนึ่งออกมาจากห้องทำงาน เดินมุ่งตรงไปที่ห้องน้ำ พอได้ยินเสียงนกร้อง เขาก็เหลือบมองหาต้นเสียง เห็นนกกระจอกตัวเล็กเกาะอยู่ซอกผนังด้านบน "เดี๋ยวค่อยเจอกันนะ" ชายคนนั้นบอกตัวเองก่อนไปทำธุระส่วนตัว

ชายคนดังกล่าว เดินตรงไปเปิดหน้าต่างเพิ่มอีกหนึ่งบาน มุ่งหวังให้นกมีทางออกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่อง แล้วเขาก็ซุ่มตัวเงียบ ปล่อยให้นกค่อยๆ ทดลองบินชนกระจกหน้าต่างมาเรื่อยๆ พอใกล้ถึงหน้าต่างที่เปิด นกดูจะถอยกลับไปที่เดิม มันไม่ยอมบินโฉบไปทางขวา 

เขาจึงเดินเข้าไปหา พยายามสื่อความหมายโบกไม้โบกมือชี้ทางออกให้นก ว่าอยู่เลยไปหน่อย เจ้านกไม่เข้าใจ คงรู้สึกกลัว จึงบินสูงขึ้นแล้วไปหาที่หลบ 
 
ชายหนุ่มไม่รู้จะทำอย่างไรให้นกเข้าใจว่า ทางออกสู่โลกภายนอกนั้นอยู่ตรงนี้! บางทีการที่นกค้นพบทางเข้ามาได้ด้วยตัวเอง มันก็คงต้องค้นพบทางออกด้วยตนเองอีกเช่นกัน 

เขาไม่อาจรู้ได้ว่า นกกำลังรู้สึกนึกคิดอะไรอยู่ แม้มันกำลังหาทางออก แต่มันคงต้องรู้ให้ได้ด้วยตัวเองว่า ที่ใดเป็นทางออก มันถึงจะบินออกไปได้ ไม่มีใครหยิบยื่นทางออกให้กับมันได้ นอกจากตัวเองจะค้นพบและรู้ได้ด้วยตัวเอง

จากนั้นเขาจึงเดินไปเปิดหน้าต่างอีกบาน แล้วก็เดินกลับไปที่ห้องทำงาน นั่นเป็นความหวังดีที่เขาทำได้ดีที่สุดแล้ว ชายหนุ่มคิด

ชีวิตคนเราคงไม่ต่างกัน ทางออกของปัญหาหรือสิ่งใดก็ตาม เราคงต้องเรียนรู้หาทางออกด้วยตนเอง แม้บางครั้งมีคำแนะนำ มีความปรารถนาดีจากคนรอบข้าง เราก็ยังไม่เข้าใจไม่เห็นว่ามันเป็นทางออก ทั้งๆ ที่สิ่งนั้นอาจเป็นหนทางที่ดีและถูกต้อง สุดท้ายเราก็ปล่อยความหวังดีนั้นหลุดลอยไป เสียเวลาไปทดลองไปเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อจะกลับมารู้ตัวว่าคำตอบนั้นไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย มันอยู่ใกล้ชิดแท้ๆ แค่เพียงไม่สนใจ ไม่ใส่ใจมองเท่านั้น

เย็นวันนั้น ชายคนดังกล่าว ไม่ได้ยินเสียงนกบริเวณห้องโถงอีกเลย มันคงค้นพบทางออกสำหรับตัวเองแล้ว!