ความทรงจำ ของมาดามสาว

Author: 
konroiet
ประเภท: 
เรื่องสั้น

   วันนี้ ตัวมาดามเอง ก็อายุ อานาม ย่างเข้าในวัยสี่สิบกว่าๆแล้ว  มีครอบครัวอันแสนอบอุ่น มีลูกชาย 1 คน สามี เป็นชาวอิตาเลียน ซึ่งใช้ชีวิตกันมา ร่วมกัน 27 ฝนแล้ว และเราก็ย้ายกลับมาใช้ชีวีตที่ร้อยเอ็ด  

   เกิดมาในครอบครัวชาวบ้านธรรมดาๆ ในจังหวัดบ้านนอกที่ใครๆเขาบอกว่า เด็กบ้านนอก จากร้อยเอ็ด คนอีสาน กินข้าวเหนียว ตำบักฮุ่งใส่ปลาแดก ตอนนั้นอายนะ ตอนนี่้เราอาจแก่ขึ้นหรือว่าอาจรู้คุณค่าของถิ่นกำเนิดกลับค่อนข้างภูมิใจ มากด้วย เพราะที่ครอบครัวของฉันจนนั้น มันจึงทำให้มีความกระตือรือล้้นเพื่อเงิน หาเงิน มาปลูกบ้านใหม่ให้พ่อแม่ ทำให้น้องชาย ตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ถึงจะทำงานเป็นลูกจ้างแต่ เนื่องจากสวัสดิการดีกว่าบ้านเราก็เลยสบายใจมากอยู่ 

   เริ่มจาก ตอนนั้นพ่อซึ่งเป็นชาวนา แม่เป็นช่างเย็บผ้าโหลเวลามีงาน หรืออย่างมากก็เสื้อผ้าไปไร่ไปนา   อยู่วันหนึ่ง พ่อบอกแม่ว่าเราจะย้ายบ้านไปอยู่ใกล้ตัวเมือง ดีใจมากเพราะ เราอยู่ห่างตัวจังหวัดประมาณ 40 กม. ต้องย้ายโรงเรียนมามีเพื่อนใหม่ ตี่นเต้นเหมือนกัน ว่าจะไปเป็นเด็กในเมืองแล้ว แต่พอเข้ามาใกล้เมืองหลายสิ่งบวกหลายอย่างเปลี่ยนไป เพราะ จากมีทุ่งนาไว้เลี่้ยงควายหลายๆตัวเป็น 30 ไร่ ก็ลดลงต้องขายเพื่อมาซื้อบ้านใหม่ซึ่งมันก็เป็นบ้านเก่าฝาบ้าน จากบ้านไม้สองชั้นก็มาเป็นบ้านยกสูงฝาเป็นกระเบื้องแผ่นเรียบ  เวลาฝนและลมแรงๆต้องลงมาหลบใต้ถุนบ้าน จะรู้ว่าตัวบ้านโยกไปมา ส่วนห้องน้ำก็สุดแสนอนาถ คงทำที่นั่งยองๆต่ำใกล้พื้นเกินไป ฝนตกเมื่อไหร่ ฉันและแม่ต้องแบกเสียมหรือจอบไปขุดหลุม ห่างตัวหมู่บ้านออกไปสัก 200 ม.พยายามปวดตอนกลางคืนเอา อายคน บางครั้งรอไม่ไหวก็ต้องเดินไปไกล ห่างตาคนเขา แต่พ่อซึ่งเขาขี้เกียจและค่อนข้างสกปรกเขาก็เข้าส้วมเหมือนเดิม โดยไม่สนว่าจะเต็มไม่เต็มเข้าทีกลิ่นตลบอบอวลไปหมด และเรื่องอาหารที่ฉันเคยหาเองกับเพื่อนตามทุ่งนา หน้าฝนก็กบเขียด ลูกอ็อด แมงต่างๆ ก็ค่อนข้างลำบากใกล้เมือง มันมีน้อยลง เห็ดในป่ามีเต็มแค่ตื่นให้ทันเพื่อนบ้านประมาณตี 5 ก็พอเดินไปกลับ 5 กม. กลับถึงบ้านทำกับข้าวแบ่งใไว้ให้พ่อแม่ซึ่งอยู่ทุ่งนาแต่เช้า บางทีก็หาบไปส่ง เสร็จวิ่งกลับมากินข้าววิ่งไปโรงเรียน  ต่างกับลูกชายฉันตอนนี้พ่อแม่เตรียมให้หมดแล้วยังต้องขับรถไปรับไปส่ง สมัยก่อนที่บ้านเรามีมอเตอร์ไซด์คันเท่ห์ในหมู่บ้านมีกันแค่สองคัน มาอยู่ใกล้เมืองจริงแต่ยากจนอดอยากมากขึ้น ไปโรงเรียนก็ไม่ค่อนได้เงินไปกับเขาหรอกข้าวเที่ยงต้องเดินมากินที่บ้าน นาก็มี 3 ไร่และเริ่มจำนองเจ็ก ต่อมาจะหลุดเลยขายไป 

 มาอีกประมาณ 3 ปี พ่ออยากซื้อรถมาเป็นปิกอัพมาวิ่งซื้อปลาทูไปแลกข้าวแล้วมาขายช่วงเย็น บางวันก็ได้กำไร บางวันก็ไม่ได้ จนแม่ฉันต้องทยอยขายนาที่ได้จากยายมาจนเกือบหมด ยังจ่ายงวดรถไม่หมด  เห็นพ่อแม่สงสารมากบางครั้งนอนนำ้ตาไหลความฝันคือหากมีเงินจะทำ บ้านใหม่่ ส้วมใหม่ จะให้พ่อหยุดทำงานทำไปก็ขาดทุน รถเก่ไปซ่อมไปงวดไม่หมดเลย มันจะมีวันที่ทำให้ฝันของฉันเป็นจริงมั้ย

  แอบชื่นชมครูที่ปรึกษาตอน ม 6. ครู น่ารักมาก มีแฟนฝรั่งทำงานศูนย์พัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ในตอนนั้น แฟนครูมาส่ง มารับ ครูไม่สวยแต่น่ารักแต่งตังเปลี่ยนชุดไม่ค่อยซ้ำกันเลย  วันหนึ่งบุกเข้าห้องพักหมวดภาษาที่ครูสอน ถามว่า  อาจารย์คะ ทำยังงัยถึงจะมีแฟนเป็นฝรั่งแบบอาจารย์ได้คะ ครูยิ้มตอบ บอกหากหนูอยาากเจอฝรั่งหนูก็ไปทำงานในที่มีฝรั่งเยอะๆซิ น่าจะไปเรียนมัคคุเทศนะ มีหลักสูตรเร่งรัด 6 เดือน กับ เรียนอนุฯที่เชียงใหม่ จึงพูดกับแม่ แม่นิสัยคล้ายเราเลยเห็นด้วย แต่โดนพ่อสวดซะเต็มๆเลย ว่า ถ้าจะหาผัวฝรั่งไปขายตัวเลย ไม่ต้องเรียนต่อหรอก คนมีผัวฝรั่งเป็นกระหรี่หมดเลย พ่อบอก เขารับไม่ได้น่ะ แต่ฉันอธิบายเหตุผลของฉันให้แม่ฟัง แม่เข้าใจ โชคดีที่บ้านแม่ค่อนข้างแข็งจึงไม่ต้องกลัวพ่อซะทุกอย่าง

  แม่ขายนายายอีก ให้เงินไปเรียนมัคคุเทศ หลังจากลงไปสอบพยาบาล 2 รอบ ไม่ติด เลยไปสมัครเรียนที่บางกะปิ ซ. 13 ในครั้งนั้น เสียค่าเทอรมหมดด้วย แต่เรียนได้เดือนเดียว เลยว่าค่าใช้จ่ายมันเยอะเกิน หากเรียนเต็มหลักสูตรต้องใช้เวลา 6 เดือน จึงอ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวเพื่อหารายได้พิเศษ เจอข่าวสามี เขาลงข่าวว่าต้องการหญิงไปทำงานเลี้ยงเด็กที่ต่างประเทศ รีบโทรหา พูดเข้าใจมั่งไม่เข้าใจมั่ง แต่ความคิดว่าไปเมืองนอกต้องได้เงินมาทำบ้านให้พ่อแม่แน่เลย คิดแค่นั้น ไปสมัคร คุณสามีเห็นเด็กเลยจีบเลย ตอนนั้นเขาอายุ 48 ปี ฉัน ย่าง 19 ปี ไม่ตริตรองเขาขอเป็นแฟนเราก็ตกลงเลยง่ายๆ พามาบ้านบอกแม่ แม่โอเคแต่พ่อรับไม่ได้อยู่นานเลยแต่เขาก็ปล่อยเลยตามเลยไป หลังจากทำเอกสารอยู่นานปีครึ่งจึงไดวีซ่าเข้าประเทศอิตาลี อยู่ที่นั่น 9 ปีเต็ม จ๊งกลับมาอยู่เมืองไทยแบบถาวร  ใกล้ครอบครัว มีชีวิตสะดวกสบายมากขี้น ความฝันเรื่องบ้านสำเร็จแล้ว ต้องขอบคุณสามีและความกระตือรือล้นของฉันในตอนนั้น ซึ่ง มันต่างจากหนุ่มสาวสมัยนี้มาก เขามีพร้อมทุกอย่างเลยจึงขาดความอยากได้อยากดีไปเยอะเลย