ปลายทางฉิมพลี ๘ (ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน)

Author: 
อิสราวุธ

“ ณ ที่นั่น  วันและคืนได้ร่วมใจกัน

ให้ความเฉิดฉันท์แก่โฉมสะคราญของเธอ

ผู้คนและมิตรภาพสหายพากันมาเยี่ยมเยียน

เพื่อที่จะได้ออกไปป่าวประกาศความงามอันเหนือกว่านิลมณีที่ล้ำค่า

เขาพากันกล่าวถึงดวงตาที่จับใจยิ่งกว่าดาวรุ่ง

เขาพูดกันอย่างตื่นตะลึงถึงทรวงทรวงที่ละมุนกว่าดอกไม้ไหว

เขาเล่าลือกันไปอย่างไม่จบสิ้น

ถึงเสน่ห์อันละลานตากว่าพระอาทิตย์อัสดงในฤดูร้อน

เธอของฉัน .. เธอของฉัน

(ขอบฟ้าขลิบทอง:ราช รังรอง)

 

****************************

เพน .. เป็นสาวทรงสะบึม รูปร่างสมส่วนแบบนักกีฬา มีกล้ามเนื้อเอวเล็กคอด สะโพกใหญ่ หน้าอกเต่งตึง ใบหน้าหวานละมุนสายตาคมดุจนางเสือสาว .. เวลาเธอเอ่ยคำพูดอะไรออกมาชวนให้เคลิ้มฝันหลงใหลใกล้ชิด

ผมคิดสมญานามของเธอได้ว่า .. แม่หมอสาวพลังทอร์นาโด

 หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายแล้วหมอเพนสวมชุดลำลองกางเกงขาสั้นสีครีมเสื้อแขนกุดซีฟองสีขาวมีระบายที่แขน เดินยิ้มร่าออกมาหาผมที่นั่งรออยู่ร้านกาแฟใกล้ที่จอดรถ

เธอขับรถพาตระเวนย่ำค่ำไปทั่วกรุงเทพ ก่อนจะจอดแวะที่ร้านอาหารสร้างแบบเรือนแพริมแม่น้ำเจ้าพระยามีวิวทิวทัศน์เป็นดวงอาทิตย์กลมโตอยู่เบื้องหลังส่องแสงสุกสกาวสีส้มนวลละมุนทาบทับขอบฟ้าดูสวยแปลกตาไปอีกแบบ

                   “ ร้านอาหารร้านนี้อาหารอร่อยบรรยากาศดีมาก .. เพนจะมาทานกับเพื่อนสนิทๆที่นี่ประจำทุกเดือน เราเป็นหมอมีความเครียดสะสมอยู่ในตัวเยอะ.. ต้องอยู่กับอะไรต่อมิอะไรที่ไม่เจริญหูเจริญตา อย่างบาง caseนะยอดมันเหลือทนจริงๆถึงขนาดอยากจะหยุดการรักษาไว้ตรงนั้นแต่เพราะ มันเป็นหน้าที่และจรรยาบรรณต้องทำให้ดีที่สุด อดทนที่สุด .. เพราะเราเลือกที่จะทำงานอาชีพนี้แล้ว.. อุ๊ยตายนี่เล่าอะไรไปก็ไม่รู้ .. ไม่เอาแล้วหม่ำข้าวกันดีกว่า.. มื้อนี้ขอเลี้ยงยอดเพื่อแสดงความยินดีกับมิตรภาพของเราทั้งสองในคืนนี้เอ้าชนแก้ว ”

                  ผมยกแก้วเบียร์ชนกับเธอแล้วหันไปมองดูเรือโดยสารวิ่งผ่านไปมา มองเรือขนทราย เรือขนข้าวสาร เรือนำเที่ยวสารพัดเรือจะล่องผ่านไปผ่านมาเป็นภาพที่ชินตาของคนแถวนี้

                  ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังทอแสงอ่อน ลดดีกรีความร้อนลงไปมากแล้ว ผมคิดว่าอีกไม่ช้าความมืดคงคืบคลานเข้ามาแทนความสว่างทั้งหมด เราสองคนพูดคุยหลายเรื่องพร้อมชิมกับแกล้มที่แสนอร่อย

เบียร์ที่จิบอยู่เริ่มมีรสหวานขึ้นเรื่อยๆ ผมแปลกใจที่หมอเพนไม่มีทีท่าจะเมามายแต่อย่างใด ด้วยความสงสัยผมจึงถามออกไปว่า ..

                “ชนเอาๆแบบนี้ .. คุณไม่กลัวเมาหรือยังไงเพน”

                 “ กลัวเมา ..จะบ้าหรือยอด ..ฉันเป็นหมอ ฉันรู้ดีว่ากินแค่ไหนถึงจะประคองสติได้ เบียร์แค่สามเหยือกแค่นี้จิ๊บจิ๊บ.. เดี๋ยวจะสั่งอีกสองเหยือกซดให้มันกะชุ่มกะชวยใจแล้วขับรถไปเที่ยวต่อที่พัทยาต่อในคืนนี้..”

                  ผมยิ้มพร้อมส่ายหน้าเธอคอแข็งจริงๆ“ โห .. ผมเห็นจะต้องถอย สู้ไม่ไหวจริงๆ ปกติก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ เวลาค่ำแบบนี้ก็อยู่แต่โรงยิมซ้อมกีฬาจนเสร็จก็กลับบ้านอาบน้ำแล้วก็นอน ..เหล้าเบียร์นี่นานครั้งจริงๆ ..”

                    เธอฟังแล้วหัวเราะร่วนออกมาเสียงดังจนผมต้องเหลียวไปดูรอบตัวว่ามีคนมองมาหรือเปล่าแต่ก็ไม่มีอะไรทุกอย่างปกติดี

                    “ ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ.. ร้านนี้มีแต่ลูกค้าประจำ รู้จักกันเกือบหมด นอกจากอาหารจะอร่อยถูกปากราคาไม่แพงแล้ว.. ทุกคนมาที่นี่เหมือนมาพักผ่อนหลังจากเหนื่อยจากทำงานมาทั้งวัน .. พูดคุยดื่มกิน เสวนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ที่สำคัญเจ้าของร้านเป็นเพื่อนสนิทของเพนสมัยมัธยม เราเหนียวแน่นซี้ปึกกันมานาน แถมยังเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกันอีกด้วย.. ปริญญ์ .. เรียนต่อเชฟที่ฝรั่งเศส ส่วนฉันมุ่งเรียนเฉพาะทาง ..ร้านนี้จึงกลายเป็นที่สิงสถิตของเพื่อนๆโรงเรียนเก่าไปโดยปริยาย แล้วอาหารที่นี่เป็นยังไงบ้าง อร่อยไหมเอ่ย จะเท่าฝีมือคุณแม่บ้านที่บ้านหรือเปล่าน้า..”

                      เพนยิ้มยั่วพร้อมกระดกแก้วเบียร์ไปพรางสลับกับหัวเราะร่วนเช่นเคย แต่คำพูดประโยคเมื่อครู่ทำเอารสชาติเบียร์ในแก้วของผมจืดเจื่อนไปในทันที

                    “ รสชาติก็พอใช้ได้แต่จะให้เหมือนที่นี่คงเป็นไปไม่ได้...”

                     “ อุ๊ย ..ดูสิพูดถึงที่บ้านหน้างอหน้าง้ำเลย อย่าโกรธกันเลยนะ .. แค่ล้อเล่นเท่านั้นแหละจ๊ะ...”

                     เธอส่งสายตาออดอ้อนมาให้ แววตาระริกระรี้ขี้เล่นยั่วเย้าเช่นเคย.. หมอเพนน่ารักจริงๆเวลานี้

                    “ ไม่หรอก ..เราไม่ต้องพาดพิงถึงคนอื่นสิ เดี๋ยวทานเบียร์ไม่อร่อยนะ ..ใครเป็นพูดว่าราตรีนี้ยังเยาว์วัน พรุ่งนี้ก็เช้าแล้วนี่ ”

                  เธอหัวเราะคิกคักอารมณ์ดีก่อนจะเรียกบริกรมาสั่งเบียร์เหยือกใหม่อีกหนึ่งเหยือก

ผมหันไปมองเจ้าพระยาอีกครั้ง .. ตอนนี้พระอาทิตย์กลมโตสีแดงเพลิงกำลังจะจมไปกับคุ้งน้ำที่อยู่ข้างหน้าแล้ว

                                                                       ------------------------------------

                   คุณหมอคนสวยไม่ยอมให้ผมขับรถเก๋งคันหรูของเธอโดยอ้างว่าตอนนี้ไม่ได้เมาและถนัดขับมากกว่านั่งข้างคนขับ .. ผมมองเธอด้วยสายตาทึ่งในความสามารถเพราะเธอขับรถคันนี้ได้นุ่มนิ่ง ไม่มีทีท่าว่าอยู่ในอาการเมาแต่อย่างใด ทั้งที่ถนนสายมอเตอร์เวย์ไปชลบุรี-พัทยา.. รถราจะวิ่งเร็วและคับคั่งแค่ไหน

                   เรามาถึงพัทยาจนได้..ที่พักของเรา คือ โรงแรมขนาดกลางที่แฝงตัวอยู่ในซอยลึกมีชั้นเดียวเรียงกันเป็นแถว .. ห้องพักมีไม่มากรายล้อมด้วยร่มไม้รกครึ้มหนาแน่นไปทั่วทั้งบริเวณ

                   ห้องของเราเป็นห้องเดี่ยวมีสองเตียงนอน ..ผมใจเต้นระส่ำเมื่อเดินเข้าไปในห้อง กระโดดขึ้นเตียงไปในทันทีด้วยความเขินอาย ..เธอเดินตามหลังมาเอื้อมไปปิดประตูช้าๆ วางกระเป๋าที่ข้างเตียงนอนก่อนจะเดินอ้อมเตียงนอนมานั่งลงข้างตัวผมอย่างเงียบและแผ่วเบา

                  อากาศในห้องพักเย็นฉ่ำด้วยความแรงของเครื่องปรับอากาศ.. ผมจึงงีบหลับไปอย่างง่ายดาย นี่อาจจะเป็นเพราะเมาเบียร์ เมารถ หรือเหนื่อยจากการแข่งกีฬามาอย่างโชกโชนกันแน่

                   ผมมาสะดุ้งตื่นขึ้นมาค่อยๆลืมตาก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของหมอเพนอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบแถมเธอยังโอบรัด ซุกหน้าไว้กับซอกคอผมอย่างแนบสนิทและเสียงกรนเบาๆบอกให้รู้ว่าเธอกำลังหลับสนิทจริง ๆ

                     ผมสำรวจเสี้ยวหน้าของเธออยู่เงียบๆแวบหนึ่งประหวัดคิดไปถึงระริน .. ภรรยาแสนดีของผมสมัยจีบกันใหม่ๆเราสองคนมักจะนอนซบกันแบบนี้เป็นประจำ .. ระรินชอบที่อยู่ในอิริยาบถแบบนี้มาก รบเร้าให้ทำอยู่เป็นประจำทั้งที่มีลูกมีเต้ากันถึงสองคนแล้วก็ตาม

                       ผมมองเธอจนจดจำได้ทุกอณูความงาม .. เธอยังไม่ลืมตาแต่เอื้อมมือมากอดไว้หลวมๆผมขยับตัวก้มสูดกลิ่นหอมของวงหน้านวล เธอสะดุ้งแล้วลืมตาขึ้นมาสบตา

ผมอ่านสายตาแห่งความต้องการของเธอออก

เราสองคนโผจึงเข้าหากันในทันทีเหมือนมีแม่แรงดึงดูดรุนแรงมหาศาล    ยากจะต้านทานแรงไว้ได้

                                                                -----------------------------------

                   “ อุ๊ย .. แต่งตัวหล่อจัง..” หมอเพนเอ่ยทักผมหลังจากเราสองคนได้อาบน้ำร่วมกัน .. ผมแต่งตัวเสร็จแล้วรอเธอที่หน้าห้องพักเพื่อจะลงไปเดินเลียบริมชายหาดด้วยกัน

                 เราเดินควงกันตามถนนเลาะชายหาดพัทยา ได้พบเจอฝรั่งหลากเชื้อชาติ แขก นิโกรแอฟริกัน ยุโรป รัสเชีย เดินสวนกันไปมามากมายเต็มชายหาดไปหมด

ผมยิ้มให้เธอแล้วโอบไหล่ไปข้างหน้าด้วยอารมณ์ร่าเริง ..ความเมื่อยล้าเมื่อยขบจากการแข่งกีฬากับการเดินทางจากกรุงเทพฯ    ถึงพัทยาเกือบ 4 ชม.    เมื่อตอนค่ำอันตรธานหายไปหมดสิ้น

                เมืองพัทยายามค่ำคืนนี้ดูคึกคักมีเสน่ห์ น่าค้นหาไปอีกแบบหนึ่ง .. นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลมาจากทุกส่วนของโลกมาพักผ่อนมาเที่ยวมาทำกิจกรรมต่างๆ ณ ที่แห่งนี้ .. พัทยา .. เมืองที่ไม่เคยหลับใหลในราตรี

                 เราสองคนเดินมาถึงร้านฮอปเบียร์ตามต้องการแล้ว.. ร้านนี้ทำเอาผมทึ่งและตกตะลึงไปชั่วขณะ เพราะถ้ามองจากข้างนอกจะเป็นร้านมีขนาดเล็กๆประตูทางเข้าแคบๆ แต่ครั้นพอเดินเข้าไปข้างในต้องตกตะลึงในความโอ่โถงใหญ่โตกว้างขวาง โต๊ะอาหารแทรกตามมุมต่างนับร้อยโต๊ะ

                 เสียงดนตรีสากลคลาสิกดังกระหึ่มขึ้น จับจังหวะเต้นของหัวใจคนฟังให้คึกคักกันทั้งร้าน.. อาหารเรียงรายมาบนโต๊ะของเรามีไส้กรอกอเมริกัน ไส้กรอกรมควันแบบเยอรมันและอิตาลี พร้อมเครื่องเคียงอื่นๆ ครบถ้วนความอร่อยสูตรเด็ดของที่นี่

                เบียร์แก้วยาวสูงสีน้ำเงินเข้มกับสีชมพูทยอยมาเสริฟบนโต๊ะของผมแก้วแล้วแก้วเล่า ครั้งแรกที่จิบไปรู้สึกอร่อยจนบรรยายไม่ถูกว่ามันรู้สึกสุดยอดยังไง รู้แต่ว่ามันเป็นเบียร์ที่อร่อยที่สุดตั้งแต่เคยได้กินมาเลยทีเดียว

                “คุณเลือกร้านได้เก่งมาเลย .. เบียร์อร่อย บรรยากาศคึกคัก ทั้งคน ทั้งดนตรี ..”

              เธอยิ้มๆตอบว่า “ แหง .. อยู่แล้ว ก็ร้านนี่เป็นร้านประจำของเพนและผองเพื่อนอีกร้านหนึ่งนี่นา เราจะนัดกันมาที่นี่เดือนละครั้ง เฉพาะเพื่อนสนิทๆน่ะก็พวกเก้ง กวาง บ่างชะนี ทั้งหลายนั่นแหละจ๊ะยอด ”

               เธอเล่าไปพร้อมจีบเบียร์สีชมพูไปผมนั่งหัวเราะกับวิธีการเล่าเรื่องของเธอและเพิ่งจะรู้ว่าคนที่มีอาชีพหมอพยาบาลนี่นอกจากจะมีสมองสติปัญญาอันปราดเปรื่องแล้ว ..เธอยังพูดคุยเสวนาได้คล่องแคล่วมากๆ มีเรื่องราวเรื่องเล่าให้ฟังไม่จบไม่สิ้นและที่สำคัญมีความฉลาดในการใช้คำพูดอย่างที่สุด

                 ยิ่งพิศรูปหน้าของเพนที่สวยจับใจแล้วผมยังเห็นความเซ็กซี่ เย้ายวนหาตัวจับยากอย่างชนิดที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน

              “ แน่ะ ..มองอะไรคะ ..”

                 “ ก็คุณสวยจังเลยมองยังไงก็มองไม่เบื่อ ..”ผมเอ่ยชมแล้วส่งสายตาเจ้าชู้ออกตามไปพอเป็นพิธี

                 “ อุ๊ย ..ชมกันเองซะแล้ว.. เขินนะนี่ .. ยอดไม่ต้องชมเถอะยังไงก็ขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงคุณนักกีฬาเหรียญทองวันพรุ่งนี้แน่ๆอยู่แล้ว..”

                   เธอหัวเราะร่วนเอื้อมมือมาหยิกแก้มหนึ่งครั้ง จนครอบครัวฝรั่งที่นั่งโต๊ะถัดไปหันมามองแล้วอมยิ้มส่งมาผมรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก

                 ฝรั่งตัวเล็กๆที่นั่งใกล้ผมเป็นเด็กผู้ชายตัวน้อย อายุไม่น่าเกิน 4 ขวบ เรือนผมสีทองใบหน้าตกกระ แต่คมสันจมูกโด่งเข้าขั้นหล่อเหลาส่วนอีกคนโตกว่าน่าจะอายุห่างกันไม่เกินสองปี ทั้งสองกำลังจิ้มไส้กรอกในจานใหญ่กันอย่างสนุกสนาน .. ผมมองไปก็อดจะคิดถึงตาลูกออดขึ้นไม่ได้ ป่านนี้คงจะเข้านอนกันแล้ว แต่เด็กสองคนนี่ยังสนุกสนานร่าเริงไม่ง่วงหาวนอนแต่อย่างใด คงเป็นเพราะเวลาห้าทุ่มเช่นนี้ฟากฝั่งยุโรปอเมริกาเวลาน่าจะซักตอนบ่ายแก่ๆ

                 “ ยอดคะยอด ..มาดามถามคุณแน่ะ ..”

                 ผมสะดุ้งเรียกสติกลับมาหันไปยิ้มกับฝรั่งผัวเมียที่ถามคำถาม จนจับใจความได้ว่าครอบครัวนี้ชื่นชมผมกับเพนว่าน่ารักเหมาะสมกันมาก .. คนหนึ่งหล่อน่ารักอีกคนสวยคมปราดเปรียว .. ผมตอบว่า

“ ขอบคุณสำหรับคำชมมากๆ ยินดีต้อนรับสู่เมืองไทยหวังว่าคงเที่ยวให้สนุกกับทริปนี้นะครับ ” ฝรั่งหัวเราะพร้อมยกนิ้วโป้งให้เราสองคนผมยิ้มให้แล้วหันกลับมากระดกเบียร์ต่อไป

เราสองคนพูดคุยถึงแผนการวันพรุ่งนี้ว่าจะมีอะไรต่อไป .. ค่ำคืนแห่งความสำราญผ่านไปอย่างมีความสุข ผมโอบเพนขึ้นห้องพักด้วยอาการมึนหัวและอยากจะอาเจียนออกมาอย่างทุลักทุเล

กระทั่งถึงห้องพัก .. เราสองคนอาบน้ำด้วยกันอีกครั้ง

                  สายน้ำเย็นไหลเป็นสายลงมาชุ่มฉ่ำอารมณ์ดีเสียเหลือเกิน ผมหายเมาเป็นปลิดทิ้ง ตระกองกอดและระดมจูบเพนจนเธอหายใจขาดเป็นห้วงๆ

                  แล้วความสุขของเราสองคนก็จบที่เตียงนอนรอบแล้วรอบเล่า

                   ผมรู้สึกเพลียจนพล็อยหลับไปพร้อมร่างกายที่ปราศจากเสื้อผ้าโดยมีความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำกับความมืดมิดในค่ำคืนครอบคลุมไปทุกอณูของห้อง

                   เสียงกรนของเธอดังมาได้ยินเบาๆบอกให้รู้ว่ากำลังหลับสนิท .. ถึงเวลาที่ผมต้องข่มตาหลับลงไปให้ได้จริงๆเสียที

                                                          --------------------------------------

การแข่งขันปิงปองของกระทรวงวันสุดท้ายในวันนี้ค่อนข้างคึกคักเต็มไปด้วยผู้คนและเสียงกองเชียร์

              เพนแข่งขันก่อนผมประมาณหนึ่งชั่วโมง เธอเจอคู่แข่งที่อายุมากกว่าน่าจะเรียกคุณป้าได้

เธอคล่องแคล่วตบตี หยอดและท็อปสปินลูกได้อย่างแม่นยำราวกับมืออาชีพ ก่อนจะชนะไปอย่างไม่ยากเย็น 3: 0 เซ็ต

เพนได้แชมป์หญิงเดี่ยวกีฬากระทรวงไปครองสมศักดิ์ศรีเต็มภาคภูมิ

ท่านปลัดกระทรวงเดินมาสวมกอดเธอไว้แนบแน่น แววตาที่มองแสนจะภูมิใจที่มีลูกน้องเก่ง ก่อนจะมอบเหรียญทองเกียรติยศให้ท่ามกลางคนชื่นชมปรบมือให้นับร้อย เพนยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ให้บรรดาหนุ่มๆรวมทั้งช่างภาพที่มาทำข่าวในวันนี้ ก่อนจะลงมาทักทายเพื่อนร่วมงานและผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ

    จนสุดท้ายเธอค่อยเลี่ยงการถ่ายรูปแล้วตรงมาหาผม ชูเหรียญทองให้แล้วพูดว่า..

                  “ ต่อไปเป็นไฮไลท์ของวันนี้ .. การแข่งขันปิงปองชายเดี่ยวกีฬากระทรวง..คุณต้องหยิบเหรียญมาให้ได้นะคนดี ...”

                 ผมยิ้มและพยักหน้ามั่นใจโดยที่ยังไม่รู้เลยว่าคู่แข่งเป็นใคร .. เพราะเมื่อวานมัวแต่รีบออกไปกับหมอเพนเสียก่อนเลยไม่ได้ดูว่าคู่แข่งที่จะชิงชนะเลิศในวันนี้เป็นตัวแทนมาจากกระทรวงไหน

                   “ คู่แข่งของยอดเป็นแชมป์ปิงปองชายเดี่ยวมาหลายสมัยผูกขาดตำแหน่งตลอดเลยคนนี้ .. เขาเป็นนักปิงปองทีมชาติไทยคนเดียวที่ได้ไปเล่นลีกประเทศจีน .. เป็นแชมป์ซีเกมส์ 3 สมัยซ้อน ก่อนจะเลิกเล่นเพราะมีอาการบาดเจ็บที่เข่า.. พออายุมากขึ้นกระทรวงต้นสังกัดได้เรียกตัวมาเก็บตัวกับพวกนักปิงปองแก่ๆ เก่าๆแต่มากไปด้วยชั้นเชิงและเขี้ยวเล็บ ไม่มีใครสู้ได้สักคน .. เขาเป็นแชมป์มายาวนานจนไม่มีใครปราบได้แต่เพนคิดว่ายอดสู้ลุงแกได้สบายๆ เราได้เปรียบที่หนุ่มกว่าแรงเยอะกว่า ฝีมือการเล่นก็ใหม่สด เรายังไม่เคยเห็นนักกีฬาปิงปองเล่นสไตล์แบบยอดมาก่อน .. เดาทางยากที่สุดแล้ว ..”

               เธออธิบายคุณสมบัติคู่แข่งของผม แล้วเล่าต่อว่า ..

                 “เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะยอดไม่เคยแข่งเก็บ RankingAll Thailand เหมือนนักกีฬาคนอื่นไงล่ะ ข้อดีที่ว่า ก็คือ ไม่มีใครเคยเห็น หรือเคยตี ปะฝีมือกับยอดมาก่อน ทีนี้เชื่อหรือยังว่ายอดมีโอกาสชนะพี่วิเชียร 50: 50 ทีเดียว ..”

                   “ อื่อ ..ขอบใจมากที่ให้ข้อมูล เดี๋ยวผมขอตัวไปเตรียมตัวก่อนอีกสิบกว่านาทีคงรู้ผลแพ้ชนะ ..”

เธอเดินตรงเข้ามาแล้วกอดผมไว้แน่น .. ผมได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ของเธอ .. นี่เธอกำลังร้องไห้ผม จึงกอดเธอตอบนิ่งสักครู่ ก่อนจะเดินลงสนามแข่งขันทันที

               ไม่ต้องเดาหรอกครับว่าผมจะชนะ.. พี่วิเชียร เป็นนักกีฬาทีมชาติที่เล่นปิงปองได้น่าอัศจรรย์ เพราะชั้นเชิงที่เหนือกว่า ประสบการณ์ในการแข่งขันก็โชกโชน ความตื่นเต้นประหม่าต่อเกมนั้นแทบไม่มีเลยแกจึงชนะไป 3:0 เกมส์

               ผมก้มรับเหรียญเงินพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณจากท่านปลัดกระทรวงฯด้วยความดีใจรู้สึกตื้นตันใจเป็นพิเศษ น้ำตาเจ้ากรรมพลันไหลออกมาอย่างกั้นเอาไว้ไม่อยู่ ไม่คิดฝันเลยว่านักกีฬาไกลปืนเที่ยงจะเข้ารอบลึกๆในการแข่งขันกีฬาระดับประเทศเช่นนี้ได้

                 ท่านปลัดกระทรวงฯพร้อมด้วยท่านรัฐมนตรีฯ เดินจับมือและแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนอย่างสมเกียรติ พร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังกึกก้องยาวนาน แสงไฟจากแฟลบกระพริบถ่ายเข้าตาจนต้องขยี้ ..ช่างภาพมาทำข่าวเยอะจนรู้สึกเขินขณะยืนอยู่บนโพเดียมรับเหรียญเงิน

ผมยิ้มไปด้วยใจเป็นสุข .. วันนี้เป็นวันของผมอีกวันหนึ่ง

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา.. การแข่งขันกีฬาก็เหมือนกัน เมื่อมาสนุกสนาน หัวใจเต้นระรัวสุดท้ายก็ต้องแยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ตัวเองตามภารกิจปกติเหมือนเช่นทุกวัน

                ไม่ต่างกับผมที่ต้องกลับไปทำหน้าที่นั้นในตอนนี้

                หมอเพนเดินมาส่งที่รถตู้ จับมือไว้แน่น แล้วบอกว่า ..“ ถึงเวลาที่เราต้องแยกกันแล้วสินะคะยอด..”

                 ผมตอบคำถามไปด้วยการพยักหน้า มองเธอที่น้ำตาไหลอาบสองแก้มนวล “ ถ้าเราไม่ได้เจอกันอีก ..ยอดจะลืมเพนไหม.” “คงไม่หรอก”ผมตอบตัวตรงยืนนิ่ง แต่หัวใจข้างในเหมือนกำลังจะแหลกสลายลงไปเสียให้ได้

                 “ ขอให้ยอดจำเรื่องราวของวันนี้เอาไว้ถ้าเวลาผ่านไป 5 ปี 20 ปี เพนก็ยังจะขอบอกยอดว่ารักยอดอย่างนี้ตลอดไปนะ”

                ผมพยักหน้าพร้อมน้ำตาหยดแรกที่ไหลลงมา

                 “ ผมไปล่ะ ..แล้วเจอกัน ”

                 “ ไปเถอะ .. เพนรักและรอคอยยอดเสมอนะจำเอาไว้ .. ลาก่อนยอดรักของเพน ..” เธอโผเข้ากอดผมอีกครั้งเราสวมกอดกันนิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะผลักออก กลั้นใจเดินหันหลังกลับแล้วรีบเดินไปขึ้นรถตู้ ปิดประตูให้แน่นสนิท

รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ พร้อมหัวใจสลายที่ผมทิ้งไว้ข้างหลัง บรรยากาศรอบตัวเศร้าเกินจะบรรยาย ผมหลับตาลงอีกครั้งจ่อมจมอยู่กับความเศร้า

 

....รักหนอรักไม่ลืม ถูกทอดทิ้งใจเอ๋ย

รักหนอรักกลับกลาย ชื่นเป็นขมกำสรวล

รักหนอรักไม่ควร .. สุดระทม .. แสนเศร้า

--------------------------------

ขอบคุณที่ติดตามครับ