รักข้ามกาลเวลา ตอนที่ 1

Author: 
ธาวีร์
ประเภท: 
นิยาย

 
"เมื่อเกิดมาคู่กันแล้ว  ไม่ว่าสักกี่ชาติ ก็ยังคงต้องพบเจอและได้รักกัน"
 
                  รถเบนซ์สีดำคันงามเลี้ยวเข้ามาในงานเลี้ยงฉลองสมรสของ ศิริพรกับนภดล  คนขับรถลงมาเปิดประตูรถทางตอนหลัง  คนที่ก้าวลงมาคนแรกเป็นหญิงสาวอายุราวๆ 25-26 ปี เธอใส่ชุดราตรีสีขาวสะอาดตา  หน้าตายิ้มแย้ม ตามมาด้วยหญิงสาวอีกคนเธอดูสง่างามยิ่งกว่าหญิงสาวคนแรก  เธอใส่ชุดราตรีสีฟ้าน้ำทะเล 
                “พี่ปานเร็วสิค่ะ” หญิงสาวคนแรกหันมาบอกพี่สาว แล้วเดินไปฉุดข้อมือของพี่สาวให้เดินเร็วขึ้น“ช้าจังเลยค่ะ  ไปช้าเดี๋ยวพี่นภก็จะว่าได้นะค่ะ”
          ปานรพีมองหน้าน้องสาวแล้วอมยิ้ม ไม่พูดว่าอะไร เธอปล่อยให้น้องสาวลากเธอไปจนถึงหน้าห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม
                เจ้าบ่าวเจ้าสาวยืนตอนรับแขกอยู่ด้านหน้างาน  เมื่อเจ้าบ่าวเห็นปานรพีและปัทมากำลังเดินเข้ามาในงาน เขาจึงเดินออกมาตอนรับแขกผู้ทรงเกียรติทั้งสองท่าน
                นภดลยกมือไหว้ปานรพีอย่างนอบน้อม  แล้วหันไปพูดกับปัทมา “ลากข้อมือคุณพี่อย่างนั้นเดี๋ยวแขนคุณพี่ก็ช้ำหมดหรอก คุณปัท”
                “ไม่หรอ พี่ปานเดินช้าจะตายไป จะสวยกว่าเจ้าสาวอยู่แล้วเนี่ย” ปัทมาตอบ
                “ผมยอมให้คุณปานสวยกว่าเจ้าสาวของผมได้คนเดียวนะครับ” นภดลหันไปพูดกับปานรพีที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆน้องสาว “เชิญไปลงชื่อก่อนครับ”  นภดลพาปานรพีและปัทมาเดินไปลงชื่อที่โต๊ะด้านหน้างาน  เจ้าสาวของนภดลเดินเข้ามา นภดลจึงแนะนำให้ปานรพีและปัทมารู้จัก  “คุณปาน คุณปัทครับ นี่ศิริพร เจ้าสาวผมครับ”  ศิริพรยกมือไหว้ทั้งสองคน
                “อุ๋ย!” ปัทมาอุทาน “ไม่ต้องไหว้ปัทก็ได้ค่ะ ปัทอายุน้อยกว่าคุณค่ะ”
                ศิริพรยิ้มแบบเขินที่ไม่รู้เรื่องไปไหว้ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า
                “พร” นภดลเรียกเจ้าสาวของเขา “นี่คุณปานรพี  ว่าที่นักธุรกิจหญิงดีเด่นประจำปีนี้  เจ้าของบริษัทปัทรพี  ส่วนคนนั้นคุณปัทมา เป็นน้องสาวของคุณปาน”
                ปานรพีและปัทมาต่างส่งยิ้มให้ศิริพร “ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ  ตานพเล่าเรื่องคุณให้ฟังหลายครั้ง  บอกให้พาไปที่บ้านบ้างก็ไม่ยอม”  ปานรพีพูดด้วยเสียงที่นุ่มนวลน่าฟัง  ใครได้ยินเสียงเธอแล้วก็อยากให้เธอพูดต่อไปเรื่อยๆ “แล้วก็อย่าไปเชื่อตานพนะคะว่า ฉันจะได้เป็นนักธุรกิจหญิงดีเด่น”
                นภดลหันมายิ้ม “จริงนะ ก็ที่นภไม่พาพรไปบ้านสักทีก็เพราะว่าคุณปานเธอว่างซะทีไหน  ทำงานตลอด  ทำงานขนาดนี่แล้วตำแหน่งนักธุรกิจหญิงดีเด่นจะไปไหนเสีย”  ทั้งปานรพี  นภดลและปัทมาต่างหัวเราะขึ้นมาพร้อมๆกัน  ส่วนศิริพรได้แต่ยิ้มแก้เขิน
                “ไปถ่ายรูปกันเถอะค่ะ  คุณปานกับคุณปัทจะได้เข้างานสักที”
                “ดีเหมือนกัน  คุณปัทเธอคงหิวแล้ว” นภดลหันไปพูดกับศิริพร
                ปัทมาค้อนนภดลทันที  แต่ก็ยอมเดินตามนภดลและศิริพรไปที่ซุ้มดอกไม้ที่จัดไว้หน้างาน  ทั้งหมดเข้าไปยืนประจำที่  โดยที่เจ้าบ่าวยืนอยู่ทางขวามือสุดและคนที่ยืนข้างๆคือปัทมา  ปานรพี  และศิริพรเป็นคนที่ยืนอยู่ทางซ้ายสุด  ช่างภาพกดชัตเตอร์สามครั้ง  เมื่อเขาเอากล้องลงสายตาของเขาได้สบตากับปานรพีทันที  ทันใดนั้นก็มีภาพปรากฏขึ้นมาให้หัวของปานรพี  มันเป็นภาพที่เลือนลางจนแทบจะไม่รู้เรื่องว่าภาพนั้นเป็นภาพอะไร  แต่เธอรู้สึกได้ว่าเป็นภาพของผู้หญิงกับผู้ชายที่ยืนอยู่กลางฟอร์เต้นรำ ฝ่ายชายแต่งตัวแบบทหารสมัยรัชกาลที่7 เต้นรำคู่กับสาวน้อยผมยาวถึงกลางหลังแต่งชุดราตรีกระโปงบานสีขาว ทั้งคู่มองสบตากันแต่ฝ่ายหญิงมีอาการเขินอยู่ไม่น้อย
                “พี่ปาน”  ปัทมาตะโกนใส่ปานรพี  นั้นทำให้ปานรพีสะดุ้งจนสุดตัว “เป็นอะไร เหม่ออยู่ได้ ไม่สบายหรือเปล่า”
                “เปล่า” ปานรพีด้วยเสียงเรียบๆ  แต่สายตาชำเรืองมองช่างภาพอีกครั้ง
                ศิริพรเห็นปานรพีมองช่างภาพอยู่นาน  จึงดึกเขาเข้ามาทำความรู้จักกับปานรพีและปัทมา
                “คุณปาน คุณปัท ค่ะ นี่สายน้ำเป็นเพื่อนสนิทของพรค่ะ”
                สายน้ำโค้งให้คนทั้งคู่ “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
                ปานรพีและปัทมาต่างมองหน้ากันเมื่อสายน้ำพูดคำว่า ‘ค่ะ’ ทั้งคู่ทำหน้างง  มีคำถามขึ้นบนใบหน้าทันที  นภดลจึงเป็นคนตอบคำถามนั้นเอง
                “สายน้ำเขาเป็นผู้หญิงครับ  เป็นช่างภาพของงานนี้แล้วก็เป็นคนจัดสถานที่ด้วยครับ”
                “ทอม” ปัทมาพูดออกมาอย่างไม่เกรงใจผู้ฟังแม้แต่น้อย  สายน้ำไม่ได้พูดว่าอะไร  แต่เธอกลับยิ้มให้ปัทมาอย่างไม่ถือสาอะไร
                ศิริพรไม่เห็นเพื่อนเธอว่าอะไรจึงเชิญทั้งปานรพีและปัทมาเข้างาน  ระหว่างที่ทั้งสี่คนเดินเข้างานปานรพีได้หันกลับมามองสายน้ำอีกครั้ง  ก็เห็นเขากำลังมองมาที่เธอเช่นกัน  ปานรพีจึงรีบหันหน้ากลับทันที
                นภดลและศิริพรพาปานรพีกับปัทมาไปนั่งที่โต๊ะ  แล้วทั้งสองคนขอตัวออกไปรับแขกข้างนอก  ปัทมาปรารภกับพี่สาวทันทีที่นภดลและศิริพรเดินห่างออกไปแล้ว
                “พี่ปานว่าไหม  คนที่ชื่อสายน้ำเหมือนผู้ชายมากๆ  แล้วถ้าเป็นผู้ชายจริงๆก็เป็นผู้ชายที่หน้าตาดีซะด้วย”
                “แล้วไงยายปัท” ปานรพีพูดอย่างไม่เอาใจใส่นัก  แต่จริงๆแล้วเธอก็อยากรู้เรื่องของสายน้ำไม่น้อย
                “ก็น่าเสียดายนะซิพี่ปาน  เป็นทอมซะได้”
                “เขาอาจจะไม่ใช่ก็ได้นะ เขาไม่ได้ตอบรับสักหน่อยว่าเขาเป็น แล้วเขาก็คงนิสัยดี  ไม่งั้นจะเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าสาวตานภหรอ”
                ปัทมาทำท่าไม่รู้ไม่ชี้  ทำเป็นไม่สนใจในสิ่งที่ปานรพีพูดแก้ตัวให้สายน้ำ  ไม่นานก็มีหญิงสาววัยกลางคนเดินเข้ามาหาทั้งสองคนที่โต๊ะ 
                “คุณปานมาตั้งแต่เมื่อไหร่ค่ะ”  ศรีสุดาพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
                ปานรพีหันไปยิ้มให้กับศรีสุดา “เมื่อกี้นี้เอง  งานนี้คนเยอะน่าดูเลยนะ”
                “ก็เพราะบารมีคุณปานนั้นแหละค่ะ  ที่ทำให้มีคนมางานเจ้านภเยอะขนาดนี้”
          “ไม่ใช่หรอก เจ้าสาวเขาก็ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน แล้วนภดลเองก็มีคนรู้จักเยอะด้วย”
          ทั้งสามคนนั่งคุยกันอยู่นาน จนเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้ามาในงาน  แล้วเริ่มทักทายแขกตามโต๊ะโดยมีสายน้ำเดิมตามอยู่ใกล้ๆ  ที่โต๊ะของปานรพีมีคนเข้ามาทักทายปานรพีไม่ขาดสายเช่นกัน  เพราะเธอเป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจอัญมณี  บริษัทของเธอเป็นบริษัทที่ค้าอัญมณียักษ์ใหญ่ของประเทศ  ส่วนนภดลเป็นหลานชายของศรีสุดา  ซึ่งศรีสุดาเป็นเลขาของปานรพี  ปานรพีส่งนภดลเรียนจนจบปริญญาโทด้านการตลาด  แล้วให้ทำงานในบริษัทของตน  โดยปานรพีให้นภดลนั่งในตำแหน่งกรรมการบริษัท ฝ่ายการตลาด
                สายน้ำตามเจ้าบ่าวเจ้าสาวไปทุกโต๊ะ  จนถึงโต๊ะของปานรพี เขาทำตามหน้าที่ของช่างภาพที่ดี  แต่สายน้ำยังคงชำเลืองมองปานรพีอยู่บ่อยๆ  ปานรพีเองก็รู้ตัวว่ากำลังโดนจ้องมองจากสายน้ำ  แต่เธอทำเป็นไม่รู้  ทุกครั้งที่สายน้ำหันมามอง  ปานรพีจะหันหน้าไปทางอื่นหรือหันไปคุยกับปัทมา
                พิธีกรเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นบนเวที  นภดลจูงมือศิริพรเดินขึ้นเวที  เมื่อทั้งคู่ขึ้นไปยืนอยู่หน้าไมค์โครโฟน พิธีกรจึงให้ทั้งคู่กล่าวกับแขกในงาน
                “ครับ” นภดลเป็นผู้พูดก่อน “ผมดีใจมากที่งานนี้เกิดขึ้นได้  ผมไม่คิดว่าผมจะได้แต่งงาน  ผมเป็นแค่เด็กกำพร้า  มีเพียงป้าที่รับผมมาเลี้ยงดู  ผมว่าผมโชคดีมาก  ผมได้เรียนหนังสือจากความกรุณาของคุณปานรพี  เธอส่งผมจนเรียนจบ  เธอเป็นคนมอบโอกาสให้กับผม  รวมทั้งการได้เจอเจ้าสาวของผม  เธอเป็นคนที่ผมอยากขอบคุณมากที่สุดที่ทำให้ผมมาถึงจุดนี้ได้ครับ  อยากให้ทุกท่านปรบมือให้คุณปานรพีด้วยครับ”  นภดลผายมือไปที่ปานรพี ทุกสายตาจับจองมาที่ปานรพีเสียงปรบมือค่อยๆดังขึ้น  มันดังกึกก้องไปทั่วห้อง
                ปานรพียืนขึ้นอย่างสง่างาม  ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม  แต่เธอก็เขินอยู่บ้างที่นภดลเล่นพูดอย่างนี้  แต่เธอมีท่าทีที่สงบนิ่ง
                “แล้วอีกอย่างที่ผมอยากจะบอกทุกคนคือ…” นภดลหันไปหาศิริพร เขาจับมือศิริพรไว้ เขามองเข้าไปนัยตาของภรรยาของเขา  “ผมรักศิริพรที่สุด  และผมสัญญาว่าจะดูแลผู้หญิงคนนี้จนกว่าผมจะหมดลมหายใจ”
                น้ำใสๆไหลอาบแก้มของศิริพร  หลังจากที่นภดลพูดจบ  จนต้องมีคนส่งกระดาษเช็ดชู่ให้นภดลเพื่อให้เขาเช็ดน้ำตาให้กับภรรยา  เมื่อน้ำตาพอแห้ง  และมีเสียงพอที่จะพูดได้ เธอจึงหันไปพูดกับแขกในงาน
                “พรก็ดีใจเมื่อกันค่ะ  ที่งานนี้เกิดขึ้นได้  พรต้องขอบคุณ คุณพ่อคุณแม่  แล้วก็สายน้ำเพื่อนรักของพร แล้วพรก็อยากจะบอกทุกคนเหมือนกันค่ะ  ว่าพรก็รักพี่นภที่สุด  แล้วก็สัญญาว่าจะรักตลอดไปค่ะ”  นภดลและศิริพรเข้าสวดกอดกัน
                ทุกคนในงานต่างปรบมือให้ทั้งคู่  แล้วทุกคนก็ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว  และแล้วก็ถึงเวลาสำคัญที่ผู้หญิงหลายๆคนรอคอย คือ การโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาว ศิริพรหันหลังให้แขกสาวๆที่มายืนอยู่ที่หน้าเวที  แล้วโยนช่อดอกไม้  ทุกคนต่างพยายามขว้าช่อดอกไม้ให้ได้  แต่ช่อดอกไม้ลอยข้ามทุกคนไป  มันลอยไปทางสายน้ำและปานรพีที่ยืนอยู่ด้านหลังแขกทั้งหมด  ทั้งคู่ยื่นมือออกไปรับช่อดอกไม้พร้อมกัน  เมื่อทั้งคู่ลดช่อดอกไม้ลงสายตาก็สบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ  ทุกอย่างเหมือนกับหยุดนิ่ง  ไม่มีการเคลื่อนไหวใดใดเกิดขึ้น  ทุกสายตาจ้องมองมาที่คนทั้งสอง  ปานรพีรู้สึกเหมือนยืนอยู่ต่อหน้าชายหนุ่ม  หน้าเธอร้อนผ่าว เหงื่อเริ่มออก ใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ  เมื่อรู้สึกอย่างนี้มากๆเข้าเธอจึงรีบปล่อยมือจากช่อดอกไม้  และรีบหลบสายตาของสายน้ำ
                “ดอกไม้ช่อนี้ของคุณ”  สายน้ำยื่นช่อดอกไม้ให้ปานรพี
                “มันอยู่ในมือคุณก็ต้องเป็นของคุณสิ”  ปานรพีพูดโดยไม่ยอมมองหน้าสายน้ำ
                สายน้ำมองหน้าปานรพี แล้วยิ้มออกมา “คุณจับมันได้ก่อน ก็ต้องเป็นของคุณสิค่ะ”  สายน้ำรีบส่งช่อดอกไม้ใส่มือของปานรพี  เมื่อมือของสายน้ำจับที่มือของปานรพี  เธอก็รู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าสู่ม่านหมอกหนาๆ  ภาพของผู้ชายกับผู้หญิงที่เธอเห็นเมื่อตอนสบตากับสายน้ำครั้งแรก  มันกลับมาให้เธอเห็นอีกครั้ง  แต่คราวนี้เป็นภาพหลายๆภาพ ในหลายๆอิริยาบถของคนทั้งคู่ ทั้งการจับมือ  โอบกอด  หรือแม้กระทั้งขณะที่คนทั้งสองกำลังสบตากัน  ภาพพวกนั้นเกิดขึ้นสลับกันไป  ปานรพีไม่รู้ว่าเธอยืนอยู่อย่างนั้นนานเท่าไหร่  เธอมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ปัทมาสะกิดที่แขนของเธอเบาเบา เธอถึงรู้ตัวและเห็นสายน้ำเดินจากตรงที่เธอยืนอยู่ไปแล้ว  แต่สายน้ำก็หันกลับมายิ้มให้เธออีกครั้ง
                “พี่ปานเป็นอะไรหรือเปล่า” ปัทมากระซิบถามพี่สาว “พี่ปาน”
                ปานรพีหันมาหาน้องสาว “เปล่า” ปานรพีตอบเพียงแค่นั้นแล้ว  แล้วถือช่อดอกไม้เดินออกไปจากห้องจัดเลี้ยง
                ปัทมายืนมองพี่สาวเดินออกจากห้องจัดเลี้ยง  โดยที่เธอไม่กล้าที่จะตามไปถ้าไม่มีคำสั่งให้เธอตามออกไป เธอหันกลับมาก็พบกับสายตาของทุกคนที่จ้องมองเธอเป็นสายตาเดียวกัน
                นภดลเห็นสถานการณ์ไม่ดี  เพราะทุกคนให้ความสนใจกับคนที่ได้ช่อดอกไม้มากเกินไป  เขาจึงดึงความสนใจของทุกคนกลับมาที่เขาและภรรยา  งานเลี้ยงจึงดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น ศิริพรปลีกตัวจากสามีเดินมาหาสายน้ำที่กำลังถ่ายรูปให้กับแขกในงานอยู่  เธอของตัวสายน้ำจากแขกแล้วพาเดินออกไปข้างนอกงาน
                “แกมีอะไรจะบอกฉันไหม” ศิริพรถามด้วยสีหน้าที่จริงจัง  สายน้ำยิ้มแล้วส่ายหน้าไม่ยอมพูดอะไร “ฉันว่าแกมี  บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ” ศิริพรยังไม่ยอม  เธอพยายามคาดคั้นสายน้ำให้ได้
                “ไม่มี  จะให้น้ำบอกอะไรละ” สายน้ำตอบด้วยเสียงที่เรียบเฉย
                “แกทำอะไรคุณปาน” ศิริพรถาม “คุณปานดูเหม่อๆ สองครั้งแล้วนะ ครั้งแรกก็ตอนที่คุณปานเห็นแกครั้งแรก  แล้วก็อีกครั้งตอนที่แกเอาดอกไม้ใส่มือเขา”
          สายน้ำหัวเราะ  ศิริพรถึงกับทำหน้างงที่อยู่ๆเพื่อนก็หัวเราะ “น้ำจะไปทำอะไรคุณปานเขา  ทุกคนก็เห็นอยู่  น้ำแค่มอง  กับเอาดอกไม้ใส่มือเขาเฉยๆ ไม่เอาแล้ว ไม่คุยกับแกแล้ว ไปทำงานต่อดีกว่า”  สายน้ำหันหลังเดินกลับเข้างาน  แต่ก็ต้องหยุดชะงัก
                “น้ำ” ศิริพรเรียกสายน้ำด้วยเสียงจริงจังอีกครั้ง “แกคิดอะไรกับคุณปานหรือเปล่า”  สายน้ำหันหน้ากลับมาทันทีที่ศิริพรถามคำถามนี้
                “ก็แค่มอง”  สายน้ำตอบเสียงเรียบๆแล้วหันหลังเดินกลับเข้างาน  โดยไม่สนใจศิริพรที่ยืนอยู่  ใบหน้าของสายน้ำเปลี่ยนจากใบหน้าที่ยิ้มแย้มเป็นใบหน้าที่เศร้าสร้อย 
                ศิริพรมองสายน้ำก็พลอยเศร้าตามไปด้วย  เธอเข้าใจดีว่าสิ่งที่สายน้ำพูดหมายความว่าอย่างไร  เธอยังนึกเสียดายถ้าเพื่อนของเธอเป็นผู้ชายคงจะดีกว่านี้มาก  สายน้ำไม่ได้รังเกียจผู้ชาย  แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองจึงมองแต่ผู้หญิง  สายน้ำเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรยุ่งเหยิงในชีวิต  การที่เขาทำตัวเหมือนผู้ชาย  เพราะนั้นเป็นอุปนิสัยส่วนตัวที่เขาเป็นผู้หญิงห้าวๆ  ไม่ชอบใส่กระโปรงเพราะเขาว่ามันทำงานไม่สะดวก  และที่เขาตัดผมสั้นก็เพราะเขาไม่ชอบการดูแลรักษาผมของตัวเองมากนัก  ศิริพรมองสายน้ำอย่างเข้าใจเพื่อนเป็นอย่างดี  เธอจึงได้แต่ถอนหายใจ  ศิริพรตัดสินใจเดินเข้างาน  และทำเป็นไม่รู้เรื่องใดใดทั้งสิ้น  แต่สายตาของเธอชำเลืองไปเห็นปานรพีนั่งอยู่ที่โซฟาทางด้านนอกของงาน  มีช่อดอกไม้  วางอยู่บนโต๊ะ เธอจึงค่อยๆเดินเข้าไปหา
                “คุณปานเป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ”  ศิริพรเดินเข้าไปถามปานรพี  แล้วลงนั่งข้างๆ
               “เปล่าค่ะ” ปานรพีตอบ “แค่รู้สึกเหนื่อยๆนิดหน่อยค่ะ”
                “คุณปานรู้สึกแย่กับสายน้ำหรอค่ะ”
                ปานรพีหันมามองหน้าศิริพรทันทีที่เธอถามคำถามนี้ “คือ…พรบอกตามตรงเลยนะค่ะ  พรเห็นคุณเหม่อๆตั้งแต่เห็นสายน้ำครั้งแรกแล้ว  แล้วก็ช่อดอกไม้อีก  พรเองเป็นเจ้าภาพก็ไม่สบายใจนะค่ะที่เห็นแขกในงานของพรเป็นอย่างนี้” ปานรพียังคงนิ่ง “จริงๆแล้วสายน้ำไม่มีพิษ มีภัยกับใครหรอกค่ะ  จะว่าไปแล้วสายน้ำเองก็น่าสงสารนะค่ะ  เขามีอะไรอยู่ในใจมากมายแต่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครได้รู้  ขนาดพรเองเรื่องบ้างเรื่องของสายน้ำพรยังไม่รู้เลยค่ะ  เขาเป็นคนเก็บความรู้สึก ถ้าไม่จำเป็นเขาจะไม่แสดงให้ใครเห็นหรอกค่ะ”
                ปานรพีได้แต่นิ่ง  เธอนึกถึงรอยยิ้มของสายน้ำที่ยิ้มให้เธอ  เธอรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่เคยมีความรู้สึกอย่างนี้กับใครมาก่อน  แล้วก็นึกถึงภาพแปลกๆที่เกิดขึ้นกับเธอ
                “ค่ะ”  ปานรพีตอบเพียงเท่านั้น  ศิริพรทำท่าจะพูดต่อแต่ศรีสุดาเดินออกมาขัดจังหวะพอดี
                และแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว  งานเลี้ยงกำลังจะสิ้นสุดลง  ศิริพรเดินเข้าไปหาสายน้ำที่กำลังถ่ายรูปแขกในงาน
                “น้ำ” ศิริพรเรียกสายน้ำจากด้านหลัง “แกจะไปส่งเราที่บ้านพี่นภหรือเปล่า”
                “ไม่ละ  เราต้องเคลียของที่นี่ก่อน”  สายน้ำจับมือศิริพร “งั้นเราส่งแกที่นี่ละกันนะ  ขอให้แกมีความสุขมากๆ  แกเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดเลยรู้ตัวเปล่า  มีอะไรก็โทรมาได้  ยังไงเราก็เป็นเพื่อนแกเสมอ  ดีใจด้วยนะที่มีคนดูแลหัวใจแกแล้ว”  สายน้ำกับศิริพรสวมกอดกัน  ศิริพรถึงกับน้ำตาไหล  สายน้ำเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาให้ศิริพร  “วันมงคลเขาห้ามร้องไห้นะ  ขี้แยวะ  ไปได้แล้ว เจ้าบ่าวแกรอแล้ว เราไม่ได้ตายจากกันสักหน่อย  เดี๋ยวก็ต้องเจอกันอีก  ไปได้แล้ว”  สายน้ำยิ้มให้ศิริพร
                ศิริพรหันหลังเดินออกไปหานภดลที่ประตูทางออก  ซึ่งมีทั้งพ่อแม่ของศิริพร ปานรพี ปัทมา  และศรีสุดาที่ยืนรอเธออยู่  ปานรพีมองมาที่สายน้ำ  เธอเห็นสายน้ำกำลังมองเธออยู่เช่นกัน  เขายิ้มให้เธอ  ปานรพีมีความรู้สึกเหมือนกำลังจะจากคนที่ผูกพันไปไกล  เธอรู้สึกว่าหัวใจของเธอห่อเหี่ยวอย่างบอกไปถูก เหมือนกับเธอจะไม่ได้เจอสายน้ำอีกแล้ว  แต่ปานรพีก็ต้องนิ่ง เธอจะแสดงความรู้สึกพวกนี้ออกมาไม่ได้  ส่วนสายน้ำถึงเขาจะมีรอยยิ้มให้ปานรพี  แต่ในใจลึกๆก็รู้สึกไม่แตกต่างกับปานรพีเลย  แต่นั้นก็ต้องปล่อยให้เป็นความรู้สึกที่แสดงออกไม่ได้เช่นกัน