รักข้ามกาลเวลา ตอนที่ 2

Author: 
ธาวีร์
ประเภท: 
นิยาย

 
                    เช้าวันหลังการแต่งงาน  ศิริพรทำหน้าที่เป็นภรรยาที่ดี  เธอตื่นแต่เช้าลงมาเตรียมอาหารเช้าให้ทุกคนในบ้าน อาหารเช้าวันนี้ศิริพรเป็นคนลงมือทำเองทั้งหมด  โดยมีป้าแขแม่บ้านคอยแนะนำ  ว่าแต่ละคนชอบทานอะไรบ้างในตอนเช้า
                “คุณปานเธอไม่ค่อยทานอาหารเช้าเท่าไหร่หรอกค่ะ”  ป้าแขบอกศิริพร “เธอมักจะดื่มกาแฟแก้วเดียวเท่านั้นค่ะ อย่าหวานนะคะ เธอไม่ชอบกาแฟหวานๆ”  ศิริพรตั้งใจฟังสิ่งที่ป้าแขบอกวิธีการทานอาหารเช้าของแต่ละคน  “ส่วนคุณปัทเธอมักจะชอบทานอาหารฝรั่ง  แต่ต้องมีน้ำมันให้น้อยที่สุดนะคะ  ถ้าเธอเห็นว่าไข่ดาวหรือไส้กรอกมีน้ำมันเยิ้มละก็...เธอจะไม่ทานเลยละค่ะ แล้วก็นมสดอีกแก้วก็พอค่ะ  ส่วนคุณศรีสุดากับคุณนภ เธอสองคนเป็นคนที่ทานง่ายที่สุดในบ้านค่ะ  ทำอะไรเธอก็ทานอย่างนั้น”
                ศิริพรทำอาหารเช้า และจัดโต๊ะอาหาร  คนแรกที่เดินลงมาทานอาหารคือปานรพี  เธอเดินตรงมานั่งที่หัวโต๊ะ  โต๊ะทานอาหารของบ้านปานรพีเป็นแบบโต๊ะยาว  มีที่นั่งแปดที่นั่ง รวมทั้งหัวโต๊ะทั้งสองด้าน ด้านขวามือของห้องทานอาหารเป็นกระจกใสมองเห็นสวนด้านนอกได้
ศิริพรเดินเอาหนังสือพิมพ์และกาแฟมาให้ปานรพี
                “พร” ปานรพีเรียกศิริพร “งานพวกนี้ให้เด็กทำก็ได้  เธอไม่ต้องมาทำเอง”
                “ไม่เป็นไรค่ะคุณปาน  อยู่ที่บ้านพรก็ทำทุกวันอยู่แล้ว” ศิริพรตอบด้วยเสียงที่อ่อนหวาน  ปานรพีจึงไม่ได้ว่าอะไรอีก  เธอไม่ชอบเซ้าซี้ใคร  ถ้าไม่ใช่สิ่งที่เธอไม่ชอบ  เธอก็จะปล่อยให้คนคนนั้นทำสิ่งนั้นโดยไม่ห้าม
                ไม่นานปัทมาเดินมาที่โต๊ะอาหารพร้อมกับศรีสุดาและนภดล ปัทมานั่งทางด้านซ้ายมือของปานรพี  ศรีสุดานั่งถัดจากปัทมา  ส่วนนภดลนั่งทางด้านขวามือของปานรพี  ศิริพรช่วยคนใช้ถือจานอาหารออกมา แล้วเธอก็ลงนั่งข้างๆนภดล 
                “เอ๊ะ! วันนี้ดูอาหารหน้าตาดีผิดปกตินะคะ” ปัทมามองอาหารในจาน “พี่พรทำเองหรอค่ะ”
                “ค่ะ  เห็นว่าคุณปัทไม่ชอบทานอาหารที่มีน้ำมันเยอะๆ พรก็เลยใช่วิธีทำอาหารตามแบบสายน้ำค่ะ”
                ปานรพีถึงกับชะงักมือที่กำลังยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม แต่เธอยังคงนิ่งดูว่าจะมีใครพูดอะไรต่อไป  ปัทมาตักอาหารเข้าปาก แต่ก็ยังคงสนทนากับศิริพรต่อไป
                “ไม่ใช่หน้าตาดีอย่างเดียวนะคะ   ยังอร่อยอีกด้วย  แสดงว่าพี่พรทำอาหารอร่อยหน้าดูเลยนะคะ”  ศิริพรยิ้มให้ปัทมา 
                “ไม่หรอกค่ะ  พรก็ทำพอทานได้เท่านั้นละค่ะ  แต่คนที่ทำอร่อยสุดๆต้องสายน้ำค่ะ  คนนั้นทำอาหารอร่อยมากค่ะ”  ศิริพรพูดถึงสายน้ำอย่างภาคภูมิใจ
                นภดลเห็นภรรยาพูดถึงสายน้ำเขาจึงเสริมขึ้นบ้าง “พรเคยเล่าให้นภฟังนี่  ว่าสายน้ำทำอาหารได้อร่อยสุดๆ ใครได้ทานต้องติดใจ”
                “ครอบครัวนั้นเขาทำอาหารอร่อยกันทั้งครอบครัวละ ไม่รู้ว่ามีเคล็ดลับอะไร”  ศิริพรเล่าถึงเพื่อนอย่างภูมิใจ
                ปานรพีนิ่งเธอทำเป็นไม่สนใจบทสนทนาของทั้งสามคน
                “ผิดกับครอบครัวนี้เลยค่ะ  ไม่มีใครทำอาหารเป็นสักคน”  ปัทมาพูดแล้วชำเลืองมองพี่สาว
          “ก็ทุกคนงานยุ่งนี่ค่ะ  อีกอย่างร้านอาหารอร่อยๆก็มีเยอะ  แล้วก็มีแม่ครัวฝีมือดี  พวกคุณจะต้องมาเสียเวลาทำเองทำไมละค่ะ”  ศิริพรพูดอย่างอารมณ์ดี
                “ก็จริงของพี่พรนะ”  ทุกคนต่างร่วมกันหัวเราะยกเว้นปานรพี  แต่เธอก็แอบยิ้มอยู่ 
ปานรพีดื่มกาแฟเสร็จทำท่าจะลุกจากโต๊ะไปก่อน  โดยมีศรีสุดาลุกตาม
                “เย็นนี้คุณปานอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมค่ะ พรจะทำให้ทานค่ะ”  ศิริพรถามปานรพีเมื่อเห็นว่าเธอจะไปทำงานแล้ว
               “ไม่ละ  แล้วแต่พรเลย  ทำอะไรพี่ก็กินได้หมด” ปานรพียิ้มให้ศิริพร  แล้วหันไปพูดกับปัทมา “พี่ไปทำงานก่อนะยายปัท  ตามไปเร็วๆละ  ขืนรอเธอพี่ต้องไปสายแน่ๆ”  ปานรพีเดินออกจากห้องอาหารมุ่งตรงไปขึ้นรถทันที  โดยมีศรีสุดาเดินตามไปติดๆ
                 ปัทมามองพี่สาวเดินไปขึ้นรถ  แล้วหันมาพูดกับศิริพร  “พี่ปานชอบทานต้มยำกุ้งค่ะ  ไปทานที่ไหนก็ชอบบ่นติโน้นตินี่  ไม่เห็นพี่ปานจะชมสักร้าน  แม้แต่ฝีมือป้าแขพี่ปานยังติเลยค่ะ ต้มยำกุ้งที่อร่อยที่สุดของพี่ปานคงเป็นฝีมือคุณแม่คนเดียวมั้งค่ะ”  ปัทมายกแก้วนมดื่มแล้วพูดต่อ “อีกอย่างพี่ปานเป็นคนทานอาหารยากค่ะ  ชอบบ่นอยู่เรื่อยไอ้นั้นก็ไม่อร่อย  ไอ้นี่ก็ไม่กลมกล่มอะไรก็ไม่รู้ค่ะ   ส่วนปัทนะชอบอาหารพวกปลาค่ะ”  ปัทมาหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ดปากเป็นสัญญาณว่าเธออิ่มแล้ว  นภดลจึงรวบมีดกับซ้อมแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม  ศิริพรเห็นทั้งคู่อิ่มแล้วจึงทำหน้าที่ภรรยาเดินตามทั้งคู่ไปส่งที่รถ
                 “ไปทำงานกันพี่นภ  ไปช้าโดนพี่ปานบ่นตายเลย”  ปัทมาพูดกับนภดล แล้วเธอจึงหันมาพูดกับศิริพร “เย็นนี้จะกลับมาทานอาหารฝีมือพี่พรนะคะ”
                 “ค่ะ  พรจะจัดให้เต็มที่เลยค่ะ” 
                 นภดลเปิดประตูรถให้ปัทมาขึ้นไปนั่ง  แล้วเดินไปทำหน้าที่คนขับรถ  แต่ก่อนที่เขาจะเข้าไปนั่งในรถเขาหันมาหาภรรยา
                 “นภไปก่อนนะ  เย็นนี้เจอกันจ๊ะ”  ศิริพรยิ้มให้นภดล
                 นภดลขับรถออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว  ศิริพรยืนมองจนรถของนภดลเลี้ยวพ้นประตูบ้าน  ศิริพรจึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน  เธอทำท่าเหมือนนึกอะไรบ้างอย่างได้  เธอจึงเดินตรงไปที่โทรศัพท์
                 “สวัสดีค่ะ” เสียงจากปลายสายพูดอย่างอ่อนหวาน
                 “น้ำ” ศิริพรตอบกับไปอย่างอ่อนหวานเช่นกัน “ช่วยอะไรพรหน่อยสิ”
                ปานรพีนั่งทำงานที่โต๊ะตัวใหญ่  ในห้องทำงานของเธอ  ทางด้านหนึ่งของห้องเป็นกระจกใสสามารถมองออกไปทางด้านนอกอาคารได้  เธอกำลังนั่งเหม่อมองออกไปด้านนอก  ปานรพีกำลังนึกถึงภาพแปลกๆที่เกิดขึ้นกับเธอ  ปานรพีไม่เคยเห็นภาพเหล่านั้นมาก่อน  เธอไม่เข้าใจว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับเธอ  แล้วทำไมสายน้ำทำให้เธอรู้สึกเขินอายเวลาอยู่ต่อหน้า  และต้องคิดถึงเวลาไม่เห็นหน้า  ปานรพีไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน  เธอรู้สึกผูกพันกับสายน้ำ  เหมือนเธอเคยรู้จัก  เคยพบสายน้ำ  มาก่อน เขาเหมือนคนที่เธอรอคอยมานานแสนนาน  แต่แล้วปานรพีก็ต้องออกจากห้วงแห่งความคิด
               “ก๊อก  ก๊อก”
              “เข้ามา” ปานรพีหันกลับมาที่โต๊ะ  ศรีสุดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมเอกสารอีกสองสามแฟ้ม
             “เอกสารค่ะ”  ศรีสุดาวางเอกสารไว้บนโต๊ะ  แล้วหันหลังเพื่อจะเดินออกจากห้อง  แต่ปานรพีเรียกศรีสุดาไว้ก่อน  เธอจึงหันกลับมา  “มีอะไรหรือเปล่าค่ะ คุณปาน”
             “นั่งก่อนซิ”
             ศรีสุดานั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะของปานรพี  รอคำสั่งที่ปานรพีจะสั่ง  ปานรพีดึงเอกสารไปวางไว้ตรงหน้าตัวเอง  แล้วเปิดเอกสารอ่าน
            “เธอรู้จักเพื่อนของศิริพรหรือเปล่า”  ปานรพีถามโดยไม่เงยหน้าจากเอกสาร 
            ศรีสุดาทำหน้างงๆ  “คุณสายน้ำนะหรอค่ะ”  ปานรพีพยักหน้า  “ศรีก็ไม่รู้จักคุณสายน้ำเป็นการส่วนตัวหรอกค่ะ เห็นคุณสายน้ำแค่สองสามครั้ง รู้แค่ว่าคุณสายน้ำเป็นเพื่อนสนิทของหนูพร รู้สึกว่าพ่อกับแม่ของคุณสายน้ำเป็นเจ้าของโรงแรมที่จัดงานแต่งงานตานภกับหนูพรค่ะ แล้วก็มีรีสอร์ทอีกที่หนึ่งชื่อสายน้ำรีสอร์ท  รีสอร์ทนี่ ลูกชายคนโตเป็นคนดูแลค่ะ”
             ปานรพีเงยหน้าจากเอกสาร  ทำหน้าครุ่นคิด  เธออยากรู้เรื่องของสายน้ำมากกว่านี่  “แล้วรู้หรือเปล่าว่าสายน้ำทำงานอะไร  หรือว่าดูแลกิจการของครอบครัว”
             “คุณสายน้ำรับจัดงานอีเว้นค่ะ  แล้วก็รับถ่ายรูปตามงานต่างๆด้วย  แต่ก็ดูแลกิจการโรงแรมของคุณพ่อคุณแม่เธอไปด้วยนะคะ  แต่รู้สึกว่าช่วงหลังๆพี่ชายของคุณสายน้ำจะเข้ามาช่วยดูแลส่วนของโรงแรมด้วยค่ะ”  เมื่อพูดจบศรีสุดามองหน้าปานรพีอย่างสงสัย
              เมื่อปานรพีหันมาเห็นสีหน้าของศรีสุดาที่มีความสงสัยในตัวเธอ  เธอจึงรีบสั่งให้ศรีสุดาออกจากห้องไป  ปานรพีพยายามจะไม่คิดถึงสายน้ำ  เธอจึงอ่านเอกสารบนโต๊ะต่อไป  การทำงานจะทำให้เธอลืมสายน้ำไปได้บ้าง
              ศรีสุดาเดินออกมาจากห้องทำงานของปานรพี  เธอไม่เคยเห็นปานรพีสนใจใครมากเท่านี้  เพียงแค่พบคนคนนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง  เพราะทุกครั้งที่เธอพบใครเพียงแค่เวลาอันน้อยนิดเธอก็ไม่ได้สนใจอะไร  แม้กระทั้งคนที่เข้ามาจีบปานรพี  ปานรพียังไม่สนใจด้วยซ้ำ  ปานรพีจะพูดตรงๆออกไปให้เขาเลิกสนใจในตัวของเธอทันที  ศิริพรเดินมานั่งที่โต๊ะทำงานหน้าห้องของปานรพี  แต่เธอยังไม่เริ่มทำงาน  ศรีสุดานั่งคิดถึงสิ่งที่ปานรพีถามเธอ 
              “ป้า” นภดลเรียกศรีสุดา ศรีสุดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงของนภดล “เป็นอะไร นั่งเหมอ อยู่ได้ ผมมายืนตั้งนานแล้ว”
             “มีอะไรตานภ” ศรีสุดาถามด้วยเสียงเรียบๆ
             “ผมเอาเอกสารมาให้คุณปานเซ็น”  นภดลยื่นเอกสารให้ศรีสุดา
             “แกนี่ยังเหมือนเดิมเลยนะ  ขึ้นเป็นผู้บริหารแล้วยังมาเดินส่งเอกสารเองอีก”  ศรีสุดาดุหลานชาย
            “ให้ผมเดินบ้างเถอะแค่นี่เองต้องไปรบกวนคนอื่นทำไม  ผมไปแล้วนะ” นภดลเดินจากโต๊ะทำงานของศรีสุดา  แต่ศรีสุดาเรียกนภดลไว้  แล้วเล่าเรื่องที่ปานรพีถามถึงสายน้ำ  และความสงสัยของเธอเอง  แต่นภดลก็บอกว่าศรีสุดาคิดมากไปเอง  แต่ในใจศรีสุดาไม่คิดอย่างนั้น  เธอทำงานกับปานรพีมาตั้งแต่ที่ปานรพีขึ้นรับตำแหน่งประธานบริษัทใหม่ๆ  เธอรู้จักนิสัยของปานรพีดี  คนอย่างปานรพีไม่เคยสนใจใครง่ายๆ  แค่คนใกล้ตัวเธอ  เธอยังแทบจะไม่สนใจด้วยซ้ำ  ในชีวิตของปานรพีมีแต่งานกับงานเพียงเท่านั้น
           ช่วงบ่ายของวันทำงานศิริพรไปหาซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเอง  และลงมือทำอาหารในตอนบ่ายแก่ๆ  เธอคัดเลือกวัตถุดิบอย่างดีเพื่อทำอาหารพิเศษในมื้อนี้   และเธอยังไปหาแม่ครัวสุดยอดฝีมือมาช่วยทำอีกด้วย  ศิริพรวุ่นวายกับการทำอาหารให้ทุกคนในบ้านรับประทาน  แต่ส่วนใหญ่แล้วคนทำคือแม่ครัวคนพิเศษ  ป้าแขจากแม่ครัวก็ต้องลดขั้นเป็นแค่ผู้ช่วย  แต่ป้าแขก็ไม่มีท่าทีโกรธแต่อย่างใด  เธอช่วยอย่างเต็มใจ
           ปัทมาและนภพดกลับมาถึงบ้านก่อน  ศิริพรออกมาตอนรับทั้งคู่  แต่ไม่นานปานรพีกับศรีสุดาก็มาถึงเช่นกัน  แต่นั้นเวลาก็ล่วงเข้าไปทุ่ม สองทุ่มแล้ว
           “คุณปาน  คุณปัท จะอาบน้ำก่อนไหมค่ะ” ศิริพรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานตามเคย  “อาบน้ำเสร็จแล้วจะได้มาทานข้าวกันค่ะ”
          “ดีเหมือนกัน” ปานรพีตอบเสียงเรียบๆ  แล้วเดินนำหน้าทุกคนไป  ปัทมาจึงเดินตามปานรพี  ตามด้วยศรีสุดาและนภดล  บุคคลทั้งสี่ใช้เวลาไม่นานนักก็เดินลงมาที่ห้องรับประทานอาหาร  ศิริพรกำลังนำอาหารที่ซุ่มทำตั้งแต่ตอนบ่ายค่อยๆทยอยออกมาที่ละอย่าง
          “โห! หอมจังค่ะ” ปัทมาบอกขณะที่เดินมายืนอยู่ตรงที่นั่งของตัวเอง  แล้วมองอาหารที่นำมาวางทีละอย่าง 
           ปานรพีเดินมาพร้อมกับศรีสุดาและนภดล  ทุกคนต่างตกตะลึงให้หน้าตาของอาหาร  เพราะอาหารที่ขึ้นโต๊ะวันนี้หน้าตาดูหน้ารับประทานมาก  กลิ่นหอมจนทุกคนแทบจะอดใจไว้ไม่ไหวอยากจะเอาช้อนตัดใส่ปากเดี๋ยวนั้น  ปัทมาค่อยๆเอื้อมมือจะไปหยิบทอดมันที่อยู่ในจานแต่ปานรพีตีมือของน้องสาวเสียงดัง เปี๊ย  ปัทมาชักมือกลับอย่างรวดเร็ว  แล้วเอามืออีกข้างกุมมือที่โดนปานรพีตี  ปัทมาทำหน้าเสียดาย  เธอมองอาหารตรงหน้าอยากทานเต็มที่  ส่วนปานรพีมองน้องสาวอย่างเอ็นดู  ศิริพรเดินเอาผัดผักสีสันสวยงามออกมาวาง  แต่คนที่เดินถืออาหารอย่างสุดท้ายตามศิริพรออกมาทำให้ปานรพีถึงกับตกตะลึง  เพราะนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนเขาคือสายน้ำนั้นเอง  ศิริพรขอให้สายน้ำมาช่วยทำอาหารให้  เธอโทรไปตามสายน้ำ  แถมยังลากสายน้ำไปซื้อของตั้งแต่บ่าย  ไม่ใช่แค่เพียงปานรพีที่ตกตะลึงปัทมาและศรีสุดาก็ตกใจไม่แพ้กัน  ส่วนนภดลเขาพอจะรู้อยู่บ้างแล้วว่าอาหารมื้อนี้ภรรยาของเขาไม่ได้ทำเพียงคนเดียว  แต่มีแม่ครัวสุดยอดฝีมือมาช่วยทำด้วย
                   สายน้ำนำต้มยำกุ้งมาวางที่ด้านหน้าของปานรพี
                 “อาหารครบแล้วนะคะ”  สายน้ำบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ  และยิ้มให้ทุกคน
                 ทุกคนยืนนิ่ง  มองสายน้ำเป็นตาเดียวกัน  เมื่อทุกคนมองนานๆเข้าสายน้ำก็เริ่มเขินอาย แก้มสายน้ำค่อยๆแดงขึ้น  นั้นไม่ใช่เพราะทุกคนมองนานมากเกินไป  แต่เป็นเพราะในบรรดาคนที่มองเขามีปานรพีรวมอยู่ด้วย  สายน้ำเริ่มสะกิดศิริพรที่ยืนอยู่ข้างๆ
                 “ทุกคนไม่นั่งลงทานข้าวหรอค่ะ”  ศิริพรถาม  จึงทำให้ทุกคนมีสติขึ้นมา  ทุกคนทำหน้างงๆทำอะไรไม่ถูก  นภดลจึงทำหน้าที่สุภาพบุรุษเลื่อนเก้าอี้ให้ศรีสุดานั่ง  แต่เขาก็ยังไมลืมที่จะเลื่อนเก้าอี้ให้ภรรยา  ส่วนสายน้ำเป็นคนเลื่อนเก้าอี้ให้ปัทมา และปานรพี 
                 ปานรพีนั่งลงอย่างช้าๆ  เธอไม่กล้าสบตาสายน้ำ  สายน้ำอยู่ใกล้เธอมากจนอาการตกใจที่เห็นสายน้ำถืออาหารออกมากลายเป็นอาการเขินอย่างไม่รู้ตัว  แก้มของปานพรีค่อยๆเริ่มแดงขึ้น  ปานรพีรู้สึกร้อนอย่างบอกไม่ถูก  เหงื่อเม็ดโตๆเริ่มไหลมาตามใบหน้า  มือของเธอรู้สึกไม่มีแรงจะจับช้อนขึ้นมาทานอาหาร  สายน้ำเห็นทุกคนนั่งประจำที่พร้อมที่จะรับประทานอาหารแล้ว  เธอจึงทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในครัว
                “จะไปไหนน้ำ”  ศิริพรพูดทักเพื่อนไว้ก่อนที่สายน้ำจะเดินจากไป
               “ก็เสร็จงานแล้วไม่ใช่หรอ” สายน้ำตอบ “ก็จะได้ไปเก็บครัวให้ไง  แล้วก็จะได้กลับบ้าน”
               “ทานข้าวด้วยกันก่อนซิค่ะ”   ปัทมาหันไปบอกสายน้ำด้วยหน้าตายิ้มแย้ม  “คนทำจะไม่ทานข้าวฝีมือตัวเองหรอค่ะ”  ปัทมาหันไปหาปานรพี “พี่ปานชวนคุณสายน้ำอยู่ทานข้าวกับเราซิค่ะ”
                 ปานรพีมองสายน้ำ  ก็เห็นสายน้ำมองเธอเช่นกัน  เขากำลังรอคำตอบจากเธอผู้เป็นเจ้าของบ้าน  ปานรพีหลบสายตาของสายน้ำ  แล้วหันไปหาปัทมา
                 “แล้วแต่เราซิ”  ปานรพีผู้เบาๆพอได้ยินแค่เธอกับปัทมา
                ปัทมาหันไปสั่งให้เด็กรับใช้จัดที่ให้สายน้ำ  แล้วลุกจากเก้าอี้มาจับแขนสายน้ำชวนให้เขาอยู่ทานข้าวด้วย  ปัทมาฉุดแขนสายน้ำให้มานั่งลงข้างๆศิริพร  ปานรพีเห็นน้องของเธอทำมารยาทที่ไม่เรียบร้อยเดินไปจับแขนสายน้ำ  แล้วยังฉุดเขามานั่งที่เก้าอี้  เธอจึงทำตาดุใส่ปัทมา  แต่มีหรือที่ปัทมาจะสนใจกับสายตาของพี่สาว  เมื่อสายน้ำนั่งลงเรียบร้อยแล้ว  ทุกคนจึงเริ่มทานข้าว 
                ปานรพีใช้ช้อนกลางตักต้มยำกุ้งเป็นอย่างแรก  เมื่อต้มยำกุ้งเข้าปากทุกคนก็รอลุ้นว่าปานรพีจะว่าอะไรหรือเปล่า  ใบหน้าของปานรพีเต็มไปด้วยความสุข  เธอไม่เคยทานอาหารที่ไหนแล้วเธอรู้สึกว่ามีความสุขขนาดนี้มาก่อน  เธอไม่เคยทานอาหารที่มีรสชาติอย่างนี้  มันเป็นรสชาติที่อร่อยจนบอกไม่ถูก  เมื่อเคี้ยวอาหารครั้งแรกมันทำให้คนทานมีความสุขขึ้นมาเฉยๆ
                 “ถูกปากไหมค่ะ”  สายน้ำถามปานรพี
                 “ก็ดี”ปานรพีตอบด้วยเสียงเรียบๆ
                 เมื่อปานรพีบอกว่าก็ดี  ทุกคนก็ลงมือทานข้าวทันทีเพื่อพิสูจน์ว่าก็ดีของปานรพีมันอร่อยแค่ไหน  เมื่ออาหารคำแรกเข้าปาก  ทุกคนก็มีอาการเดียวกับปานรพี  แต่ปัทมาดูจะชอบมากกว่าใคร
                 “คุณน้ำนี่ทำอาหารอร่อยอย่างที่พี่พรว่าจริงๆด้วยค่ะ”  ปัทมาหันไปชมสายน้ำ “คุณน้ำมีเคล็ดลับอะไรค่ะ”
                 “ก็...ใส่ความตั้งใจไงค่ะ  แล้วก็ใส่ความสุขในอาหาร”  สายน้ำตอบอย่างยิ้มๆ
                 “ยังไงค่ะใส่ความสุขในอาหาร”
                “มีความสุขขณะทำอาหาร  นึกถึงเมื่อคนทานเอาอาหารเข้าปากแล้วยิ้มอย่างมีความสุขไงละค่ะ”  สายน้ำพูดจบก็ชำเลืองดูปานรพี  ปานรพีรู้ตัวว่าโดนถูกมองจากสายน้ำเธอจึงทำเป็นทานข้าวต่อไป  โดยไม่สนใจกับสายตาของสายน้ำ
                 อาหารเย็นมื้อทำให้ทุกคนอิ่มท้อง  แถมยังเป็นอาหารที่ทุกคนในบ้านของปานรพีชื่นชอบมาก  ทุกคนต่างลงความเห็นว่าสายน้ำทำอาหารอร่อยมาก  เป็นรสชาติที่ทุกคนไม่เคยได้กินที่ไหน  จนแทบอยากให้สายน้ำมาทำอาหารให้ทานทุกวันนั้นรวมถึงปานรพีด้วย  จากคนที่ทานอาหารยากแต่มาถูกใจกับฝีมือแม่ครัวอายุน้อยอย่างสายน้ำ
                 คืนนั้นปานรพีนั่งเหมอมองออกไปนอกห้องนอน  เธอใส่ชุดนอนสีขาว  เธอปล่อยผมยาวที่เงางาม  นั้นทำให้เธอดูเด็กลงกว่าอายุจริงมากกว่าที่เธอใส่ชุดทำงานเสียอีก  ใบหน้าอันขาวผ่องเวลาต้องกับแสงจันทร์  มันทำให้ปานรพีดูเป็นสาวน้อยอายุไม่เกินยี่สิบห้า  ทั้งๆที่จริงแล้วเธออายุสามสิบกว่าแล้ว  ปานรพีกำลังคิดถึงสายน้ำที่เธอเจอกันเพียงแค่สองครั้ง  เธอกลับเหมือนรู้จักสายน้ำมานานเป็นแรมปี  รอยยิ้มที่มีความจริงใจแฝงอยู่ด้วยทุกครั้งที่สายน้ำยิ้ม  สายตาที่ปานรพีรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด  แต่เธอก็ยังไม่กล้าสบตาเขาตรงๆสักครั้ง  มีเพียงสายน้ำเท่านั้นที่ทำให้คนมั่นใจในตัวเองอย่างเธอ  เกิดความเขินอายได้ทุกครั้งที่เจอเขา
                 “มีความสุขขณะทำอาหาร  นึกถึงเมื่อคนทาน เอาอาหารเข้าปากแล้วยิ้มอย่างมีความสุขไงละค่ะ”  ปานรพีนึกถึงคำพูดที่สายน้ำพูด  แล้วเธอก็ยิ้มอยู่คนเดียว
                 ปานรพีเข้านอนอย่างมีความสุข  ค่ำคืนนั้นเป็นค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวง  แสงจันทร์ส่องสว่างกระทบกับผืนน้ำ  มีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นให้ปานรพีเห็นและเธอรู้สึกเหมือนเป็นคนคนนั้น  เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะจมน้ำ  อึดอัดและหายใจไม่ออก แต่ช่วงวินาที  มีใครบางคนกำลังฉุดข้อมือเธอขึ้นมา  สิ่งที่ปานรพีเห็นคือชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังช่วยชีวิตเธอ  เมื่อเธอลืมตาขึ้นก็เห็นเขายิ้มให้  รอยยิ้มเขาเหมือนกับรอยยิ้มของสายน้ำ  เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ที่สัมผัสได้คือ  เธอกำลังกอดชายหนุ่มและเขากระซิบเบาๆข้างหูว่า “ไม่เป็นไรแล้วนะ หญิงปีบ พี่อยู่ตรงนี่แล้ว”